ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย

อินโดนีเซีย

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2493 โดยจะฉลองครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2553

ด้านการเมือง

อินโดนีเซียเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทยทั้งในกรอบอาเซียนและในเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ และการที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ท่าทีของอินโดนีเซียเกี่ยวกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ย่อมมีผลต่อท่าทีของประเทศมุสลิมโดยเฉพาะในกรอบ OIC ซึ่งที่ผ่านมา อินโดนีเซียให้ความร่วมมือที่ดี

นอกจากนี้ มีความร่วมมือในการส่งเสริมด้านการศึกษาและมุสลิมสายกลาง (ระหว่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ Nadhalatul Ulama (NU) และ Muhammadiyah) ในรูปทุนการศึกษาจำนวนประมาณ 200 ทุน แก่นักศึกษาไทย จชต. ในสาขาต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ด้านศาสนา

ด้านเศรษฐกิจ



การค้า

ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้าอินโดนีเซีย เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 3 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซียและสิงคโปร์ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในโลก ในปี 2554 มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เท่ากับ 17,448 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการนำเข้าจากอินโดนีเซีย 7,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออก 10,078 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 2,708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกของไทยไปอินโดนีเซียที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์

สินค้านำเข้าจากอินโดนีเซียที่สำคัญ ได้แก่ ถ่านหิน สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ น้ำมันดิบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์

ในปี 2556 มูลค่าการค้าเท่ากับ 18,645 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปีก่อนหน้า 359 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการนำเข้า 8,073 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออก 10,873 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


การลงทุน

ในปี 2553 ไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนอันดับที่ 15 ในอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่าการลงทุน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านอุตสาหกรรมประมง ปิโตรเคมี เหมืองแร่ และถ่านหิน โดยบริษัทไทยขนาดใหญ่ ๆ ที่เข้าไปลงทุน อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย เหมืองบ้านปู ธนาคารกรุงเทพ ลานนาลิกไนต์ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อินโดนีเซียมีมูลค่าการลงทุนในไทย 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปี 2555 ไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนอันดับ 15 ในอินโดนีเซีย มีมูลค่าการลงทุน 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรมมยางและพลาสติก อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือซิเทนต์ไทย เหมืองบ้านปู ธนาคารกรุงเทพ ลานนาลิกไนต์ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ในปี 2556 อินโดนีเซียมีการลงทุนในไทยผ่าน BOI จำนวน 2 โครงการ มูลค่า 1.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


การท่องเที่ยว

ในปี 2553 มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาไทยจำนวน 281,873 คน และมีนักท่องเที่ยวจากไทยไปอินโดนีเซีย 67,968 คน

ในปี 2554 ระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาไทยจำนวน 318,241 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.26 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน มีนักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางไปอินโดนีเซีย 59,051 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.38 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางไปอินโดนีเซียจำนวน 114,867 คน มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาไทยจำนวน 448,000 คน และในปี 2556 (มกราคม - กันยายน) มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาไทย 439,000 คน


การประมง

อินโดนีเซียเป็นแหล่งประมงนอกน่านน้ำที่สำคัญของไทย กลไกสำคัญสำหรับความร่วมมือด้านประมงไทย-อินโดนีเซีย ได้แก่ คณะอนุกรรมการว่าด้วยความร่วมมือทางการประมงไทย-อินโดนีเซีย (JC Sub-Committee on Fisheries Cooperation) และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อหารือทางเทคนิคด้านประมงระหว่างไทย - อินโดนีเซีย (Senior Technical Consultation Meeting)

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ได้จัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายของไทยในอินโดนีเซีย โดยรวมการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ เข้ากับศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทยได้ตั้งคณะทำงานด้านการประมง (Task Force on Fisheries) เพื่อเป็นหน่วยงานรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทำประมงของไทยในอินโดนีเซีย การแก้ไขปัญหาประมงของภาคเอกชนไทยในอินโดนีเซีย และรับรองเอกสารการแปลงสัญชาติเรือประมงไทยเป็นเรือประมงอินโดนีเซีย โดยการประสานงานกับกรมเจ้าท่าและกรมการกงสุลได้จัดตั้งคณะทำงานด้านประมง เพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติ ในการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก และ/หรือ เรือประมงไทยที่ถูกจับ


พลังงาน

อินโดนีเซีย มีทรัพยากรปิโตรเลียมอุดมสมบูรณ์ กระทรวงพลังงานไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน โดยกรอบความร่วมมือด้านพลังงาน ได้แก่ Indonesia-Thailand Energy Forum (ITEF) ซึ่งเป็นเวทีให้ผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายได้อภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยี พัฒนาการความร่วมมือ และโอกาสในการลงทุนด้านพลังงานระหว่างกัน ล่าสุด ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม ITEF ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2554 ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

ด้านต่างประเทศ



การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายไทย

รัฐบาล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายกษิต ภิรมย์) เมื่อวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ การเยือนของนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เมื่อวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2552 นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้แทนพิเศษเข้าร่วมพิธีสาบานตน เข้ารับตำแหน่งใหม่ของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19-20 ตุลาคม 2552

นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เยือนอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2555 ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม Bali Democracy Forum ครั้งที่ 5


การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายอินโดนีเซีย

รัฐบาล

ประธานาธิบดีมาเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่หัวหิน ชะอำ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552 และการประชุมสุดยอดกับคู่เจรจา (+3 และ +6) พัทยา และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่หัวหิน เมื่อวันที่ 23-25 ตุลาคม 2552 รวมทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียเยือนไทย เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ เมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2552

ประธานาธิบดีเยือนไทย ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2555 ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ครั้งที่ 21 ที่กรุงเทพฯ


การประชุมที่สำคัญ

มีกลไกความร่วมมือทวิภาคีหลัก 2 กรอบ ได้แก่

  1. การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-อินโดนีเซีย (Joint Commission between the Kingdom of Thailand and the Republic of Indonesia - JC) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม โดยอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพการประชุม JC ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 1-2 กันยายน 2553
  2. คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee - HLC) โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม ไทยจัดการประชุม HLC ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2554 ที่กรุงเทพฯ

เรื่องอื่น ๆ

ความสัมพันธ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม

ไทยและอินโดนีเซีย มีความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด มีการจัดทำความตกลงด้านสังคมและวัฒนธรรม และมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรมและสม่ำเสมอ โดยกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายยังวัดในอินโดนีเซีย การสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องระหว่างกัน รวมทั้งกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับอินโดนีเซียในปี 2553

ในส่วนของความร่วมมือด้านวิชาการ อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านวิชาการไทย-อินโดนีเซีย ครั้งที่ 3 ที่กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2554 ซึ่งให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการศึกษา สาธารณสุข พลังงาน และความร่วมมือระหว่างกันในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่สาม



ปรับปรุงล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2556