ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับเวียดนาม

เวียดนาม

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

     ความสัมพันธ์ไทย – เวียดนามอยู่ในระดับที่ดีและมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศให้ ความสำคัญซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างกันเมื่อเดือน มิ.ย. ๒๕๕๖ (ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนที่ไทยมีความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ได้แก่ เมียนมา สปป. ลาว และอินโดนีเซีย ส่วนเวียดนามมีความสัมพันธ์ดังกล่าวกับไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซียและฟิลิปปินส์) และมีการได้ลงนามในแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย - เวียดนาม (ปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑) เมื่อวันที่ ๒๗ พ.ย. ๒๕๕๗ ล่าสุด ในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – เวียดนาม ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๔ – ๒๕ ม.ค. ๒๕๖๒ ทั้งสองฝ่ายได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) และเห็นพ้อง จะจัดทำแผนปฏิบัติการระยะที่ ๒ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๖

ด้านการเมือง

     ไทยกับเวียดนามมีการหารือและแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ การเยือน ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ – ๒๘ พ.ย. ๒๕๕๗ การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายเหวียน เติ้น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนามในขณะนั้น และการประชุม JCR ไทย – เวียดนาม ครั้งที่ ๓ เมื่อเดือน ก.ค. ๒๕๕๘ นอกจากนี้ นายเหวียน ฝู จ่อง (Nguyen Phu Trong) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๕ – ๒๗ มิ.ย. ๒๕๕๖ 

     นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ ส.ค. ๒๕๖๐ โดยได้หารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางกระชับความร่วมมือรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ อาทิ ด้านความมั่นคง ด้านประมง ด้านการค้า การลงทุนและความเชื่อมโยง ตลอดจนความร่วมมือในกรอบพหุภาคี และล่าสุดได้เดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม สุดยอดผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจแม่โขง – เจ้าพระยา – อิรวดี (ACMECS Summit) ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๖ มิ.ย. ๒๕๖๑
 
     ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงที่สำคัญ อาทิ (๑) การลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือไทยและเวียดนาม (จัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง) (๒) ทั้งสองฝ่ายได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านความมั่นคงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงป้องกันประเทศเวียดนาม (ระดับปลัด กห.)

ด้านเศรษฐกิจ

การค้า 
     ปัจจุบันเวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับที่ ๕ ของไทย ในปี ๒๕๖๑ การค้าระหว่างไทยและเวียดนามมีมูลค่า ๑๘,๖๖๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒.๘๓ เทียบกับปี ๒๕๖๐ มีมูลค่าการส่งออกไปยังเวียดนาม ๑๒,๙๕๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ ๑๑.๘๕) ขณะที่ไทยนำเข้าจากเวียดนาม ๕,๗๐๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ ๑๕.๒๑) โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาโดยตลอด ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้เป็น ๒๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี ๒๕๖๓  
     สินค้าส่งออกของไทยไปเวียดนามที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก ผลไม้สด แช่เย็น-แข็ง เคมีภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็กและเหล็กกล้า กระดาษ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง ผ้าผืน ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และสินค้านำเข้าจากเวียดนามที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน น้ำมันดิบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เหล็กและเหล็กกล้า ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์โลหะ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ชา กาแฟเครื่องเทศ รองเท้า ด้ายและเส้นใย ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งจากผัก ผลไม้ ผ้าผืน ลวดและสายเคเบิล  

การลงทุน
     ในปี ๒๕๖๑ ไทยเป็นผู้ลงทุนต่างชาติอันดับ ๙ ในเวียดนาม มีมูลค่าการลงทุนสะสมรวม ๑๐,๔๓๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวม ๕๒๘ โครงการ สาขาการลงทุนที่สำคัญ อาทิ อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร อาหารสัตว์ โรงแรม การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์และภัตตาคาร 
     นักลงทุนรายใหญ่ของไทยในเวียดนาม อาทิ กลุ่มบริษัท ปตท. เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือ SCG กลุ่มอมตะ บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ บริษัทบีทาเก้น บริษัทเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง บริษัทไทยนครพัฒนา บริษัททีโอเอ บริษัทไทยซัมมิท บริษัทสยามสตีล ธนาคารกรุงเทพฯ และธนาคารไทยพาณิชย์  

การท่องเที่ยว 
     ในปี ๒๕๖๑ มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเวียดนาม ๓๐๖,๗๐๗ คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางไปเวียดนามจำนวน 1,374,235 คน และมีนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาไทย ๑,๐๒๗,๐๐๐ ล้านคน

ด้านต่างประเทศ

ความเชื่อมโยง
     ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเส้นทางที่ให้ความสำคัญ อาทิ 
     การเปิดให้บริการรถโดยสารประจำทางไทย - ลาว - เวียดนาม โดยเฉพาะเส้นทาง R12 นครพนม – คำม่วน – ห่าติงห์ (ซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องการผลักดันในระยะแรก) ในชั้นนี้ ทั้งสามฝ่ายอยู่ระหว่าง การพิจารณา business model ที่เกี่ยวข้อง 
     การเดินเรือตามแนวชายฝั่งทะเลไทย – กัมพูชา – เวียดนาม (coastal shipping) ซึ่งจาก การประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสามประเทศ ได้เห็นพ้องที่จะมีเส้นทางเดินเรือร่วมกัน (common routes) และแบ่งท่าเรือเป็น ๒ ประเภทสำหรับ (๑) การขนส่งสินค้า ได้แก่ ท่าเรือคลองใหญ่ – สีหนุวิลล์ – กัมปอต – ห่าเตียน – เกาะฟูก๊วก และ (๒) การท่องเที่ยว ได้แก่ ท่าเรือคลองใหญ่ – เกาะกง – สีหนุวิลล์ – กัมปอต – แกบ – ห่าเตียน – เกาะฟูก๊วก ปัจจุบันทั้งสามฝ่ายยังอยู่ระหว่างหารือเกี่ยวกับมาตรฐานเรือและความปลอดภัยต่าง ๆ


กรอบความร่วมมือที่สำคัญ 
     (๑) การประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR) มีนายกรัฐมนตรีสองฝ่ายเป็นประธานร่วม โดยครั้งล่าสุดไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๓ ก.ค. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ เบื้องต้นกำหนดจัด JCR ครั้งที่ ๔ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๕๖๒ 
     (๒) การหารืออย่างไม่เป็นทางการระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ (Foreign Ministers’ Retreat) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสองฝ่ายเป็นประธานร่วม โดยครั้งล่าสุดไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๕ ม.ค. ๒๕๖๒ 
     (๓) การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – เวียดนาม (Joint Commission on Bilateral Cooperation: JCBC) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสองฝ่ายเป็นประธานร่วม โดยครั้งล่าสุดไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๔ – ๒๕ ม.ค. ๒๕๖๒ 
     (๔) การประชุม Political Consultation Group (PCG) โดยมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม (เทียบเท่าปลัดฯ) เป็นประธานร่วม โดยครั้งล่าสุดไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๕ ก.พ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ เบื้องต้นกำหนดจัด PCG ครั้งที่ ๗ ภายในปี ๒๕๖๒ 
     (๕) การประชุมคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง (Joint Working Group on Political and Security Cooperation: JWG on PSC) มีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามเป็นประธานร่วม โดยครั้งล่าสุดเวียดนามเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมฯ ครั้งที่ ๑๐ เมื่อวันที่ ๕ – ๘ ส.ค. ๒๕๖๑ 
     (๖) การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามเป็นประธานร่วม โดยครั้งล่าสุดเวียดนามเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑ – ๓ ส.ค. ๒๕๖๑

ความร่วมมือระดับจังหวัด 
     ไทยกับเวียดนามมีการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตร (sister cities) แล้ว ๑๓ คู่ โดยจังหวัดตราดกับจังหวัดก่าเมาเป็นคู่ล่าสุดที่มีการสถานปนาความสัมพันธ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการ ๕ คู่ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น – นครดานัง และจังหวัดตราด – จังหวัดเกียนซาง อุบลราชธานี – จังหวัดกว๋างจิ จังหวัดเถือเทียน-เว้ และจังหวัดบิ่ญเฟื้อก