ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2492 เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา คนปัจจุบันคือ นายธนาธิป อุปัติศฤงค์ และมีหน่วยงานในสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก่ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ และสำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ เมืองเซบู เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย คนปัจจุบันคือ นางแมรี โจ เอ. แบนาร์โด-อารากน

ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทยกับฟิลิปปินส์ ดำเนินไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิดมานาน เป็นประเทศร่วมก่อตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia Treaty Organization-SEATO) และอาเซียน และเป็นแนวร่วมในอาเซียนและเวทีระหว่างประเทศเนื่องจากมีทัศนคติและแนวคิดคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านประชาธิปไตยและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน มีกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission on Bilateral Cooperation-JCBC) ตั้งเมื่อปี 2536 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ ทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 4 (ครั้งหลังสุด) เมื่อวันที่ 25-26 มีนาคม 2550 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ปรับรูปแบบการประชุมโดยให้จัดการประชุมเป็นประจำทุก 2 ปี โดยเป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสแล้วตามด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรีในลักษณะไม่เป็นทางการ (Retreat) ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 20-21 มิถุนายน 2556 ณ กรุงมะนิลา และไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 6 โดยอยู่ระหว่างประสานกำหนดการจัดการประชุมกับฝ่ายฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าการประชุมฯ จะสามารถจัดขึ้นภายหลังการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งทั่วไปในฟิลิปปินส์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2559

ในปี 2552 ไทยกับฟิลิปปินส์ได้ครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยมีการจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมเฉลิมฉลองโอกาสดังกล่าว อาทิ นิทรรศการศิลปะ การแสดงทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์โบราณสถานและการจัดเทศกาลภาพยนตร์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในอาเซียน ไทยและฟิลิปปินส์จึงมีโอกาสกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการลงทุน การกระชับความร่วมมือในกรอบอาเซียน การเป็นหุ้นส่วนหรือแนวร่วมที่สำคัญในเวทีระหว่างประเทศในเรื่องที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกันเนื่องจากมีทัศนคติและแนวคิดคล้ายคลึงกัน การรักษาสัมพันธภาพในฐานะที่ไทยเป็นมิตรที่ใกล้ชิด ไม่มีความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ใดๆ และไม่มีความหวาดระแวงระหว่างกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในมินดาเนากับจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยบังสาโมโรกับกลุ่ม MILF เมื่อ 27 มีนาคม 2557 อย่างไรก็ดี รัฐสภาฟิลิปปินส์ไม่สามารถพิจารณาผ่านกฎหมายดังกล่าวได้ภายในการประชุมรัฐสภาสมัยที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งเป็นสมัยสุดท้ายในรัฐบาลประธานาธิบดีอาคีโน)

การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ไทยได้ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ฟิลิปปินส์มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 ไทยให้ความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่น Haiyan เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 (มีผู้เสียชีวิต 6,293 คน บาดเจ็บ 28,689 คน และสูญหาย 1,061 คน) ดังนี้

1) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานของบริจาค 7,000 ชุด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเงินบริจาค 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9 แสนบาท) และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานของพระราชทาน 5,000 ชุด โดยกองทัพอากาศส่งเครื่องบินลำเลียง C-130 จำนวน 2 ลำ เดินทางลำเลียงสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ผู้ประสบภัย

2)  กระทรวงการต่างประเทศบริจาคเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6 ล้านบาท)

3)  รัฐบาลระดมเงินบริจาคจากภาคส่วนต่าง ๆ จำนวน 1,677,294.04 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.1 ล้านบาท) 

เมื่อเดือนธันวาคม 2557 ไทยอนุมัติเงินให้ความช่วยเหลือแก่ฟิลิปปินส์กรณีประสบพายุไต้ฝุ่น Hagupit จำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท) และข้าวจำนวน 500 ตัน ซึ่งได้นำส่งไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2558

ด้านการเมือง

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ ดำเนินไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิด โดยฟิลิปปินส์เป็นประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียนเช่นเดียวกับไทยและเป็นแนวร่วมของไทยในเวทีระหว่างประเทศ เนื่องจากมีทัศนคติและแนวคิดคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

ไทยและฟิลิปปินส์มีความร่วมมือด้านการทหารที่ใกล้ชิด อาทิ การจัดส่งนักเรียนนายร้อยของไทยเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยฟิลิปปินส์ การแลกเปลี่ยนนายทหารเข้าอบรมในหลักสูตรเสนาธิการทหาร การแลกเปลี่ยนการดูงานของนักศึกษาในหลักสูตรวิชาทหารต่าง ๆ การสัมมนาแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางทหารระหว่างกัน และการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำเหล่าทัพ

กลไกความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญ ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission on Bilateral Cooperation- JC) ตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพการประชุม JC ครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 5) ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2556 ณ กรุงมะนิลา และไทยกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 6 โดยอยู่ระหว่างประสานกำหนดการจัดการประชุมกับฝ่ายฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าการประชุมฯ จะสามารถจัดขึ้นภายหลังการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งทั่วไปในฟิลิปปินส์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2559

ด้านเศรษฐกิจ



การค้า

การค้าระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ ในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2559 มีมูลค้าการค้ารวม 3,665.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไปฟิลิปปินส์ 2,614.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้าจากฟิลิปปินส์ 1,051.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 1,562.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟิลิปปินส์เป็นคู่ค้าลำดับที่ 6 ของไทยในอาเซียน ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 2 ของฟิลิปปินส์ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ และลำดับที่ 7 ของฟิลิปปินส์ในโลก [1] โดยฟิลิปปินส์ส่งออกไปไทยเป็นลำดับที่ 9 และนำเข้าจากไทยเป็นลำดับที่ 8 ของโลกทั้งนี้ ไทยมักจะเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับฟิลิปปินส์เป็นส่วนใหญ่

ปัญหาทางการค้าที่ภาคเอกชนไทยประสบ ได้แก่

  1. การถูกเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อน
  2. ปัญหาการทุ่มตลาดสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้านำเข้าจากจีน
  3. สายการบินต้องเสียภาษีสูงกว่าสายการบินฟิลิปปินส์และถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการใช้บริการท่าอากาศยานมะนิลา
  4. การมีกฎระเบียบและข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและโรคเกี่ยวกับพืชที่เข้มงวด
  5. การห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกสดและแช่แข็งจากไทย ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2547 ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิก

โดยสินค้าส่งออกของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล และส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ยาง เหล็กและข้าว ฟิลิปปินส์สามารถเป็นตลาดส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญของไทยได้เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก มีปัจจัยบวกด้านพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี และตลาดชนชั้นกลางชาวฟิลิปปินส์เริ่มขยายตัว

สินค้านำเข้าที่สำคัญจากฟิลิปปินส์ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์ น้ำมันดิบ สินแร่โลหะอื่น ๆ ลวดและสายเคเบิล ผลิตภัณฑ์ยาสูบ เครื่องจักรกลและอะไหล่

การลงทุน

ในปี 2557 ไทยลงทุนในฟิลิปปินส์เป็นอันดับที่ 8 หรือร้อยละ 0.3 ของการลงทุนในฟิลิปปินส์โดยรวม ที่ผ่านมา มีการลงทุนของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ในการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ เครือโรงแรมดุสิตธานี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เครืออิตัลไทย เครือซิเมนต์ไทย และธนาคารกรุงเทพ ในขณะที่ฟิลิปปินส์ลงทุนในไทยเป็นลำดับที่ 4 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และในปี 2552 ได้รับอนุมัติโครงการจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 2 โครงการภาคเอกชนฟิลิปปินส์ที่ลงทุนในไทยส่วนใหญ่เป็นสาขาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ บริษัท Universal Robina (ขนมขบเคี้ยว) San Miguel (เบียร์) และบริษัท Thai Liwayway Food Industries [2] (ขนมขบเคี้ยวยี่ห้อรินบี้และเครื่องดื่ม) ในปี 2553 มีโครงการจากฟิลิปปินส์ได้รับใบประกาศอนุมัติส่งเสริมการลงทุน (Promotion Certificate Issue) จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 1 โครงการ คือ กิจการโรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพ [3] ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และดำเนินการอยู่ 29 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ อย่างไรก็ตาม

ปัญหาด้านการค้าการลงทุนที่ภาคเอกชนไทยประสบ ได้แก่

  1. การถูกเรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน และไม่เป็นธรรม [4]
  2. ปัญหาการทุ่มตลาดสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้านำเข้าจากจีนและเวียดนาม
  3. การมีกฎระเบียบและข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและโรคเกี่ยวกับพืชที่เข้มงวด
  4. การห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกสดและแช่แข็งจากไทยตั้งแต่ 23 มกราคม 2547 ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิก
  5. ปัญหาในการดำเนินธุรกิจและขยายกิจการ เช่น ปัญหาในการหาที่ดินที่เหมาะสมเพื่อประกอบธุรกิจและการครอบครองที่ดินมีขั้นตอนที่ซับซ้อน [5] และระบบขั้นตอนทางราชการที่ล่าช้า ค่าสาธารณูปโภคสูง การขาดความต่อเนื่องเชิงนโยบายและเสถียรภาพทางการเมือง และปัญหาการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง

ในปี 2557 ไทยลงทุนในฟิลิปปินส์มูลค่า 5.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นลำดับที่ 8 หรือร้อยละ 0.3 ของการลงทุนในฟิลิปปินส์โดยรวม ที่ผ่านมา มีการลงทุนของของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ในการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำที่ จ.บาตาอัน ฟาร์มเลี้ยงสุกรที่ จ.ปัมปังกา และ จ.ตาลัก ส่วนบริษัทอื่น ๆ ของไทย ได้แก่ เครือโรงแรมดุสิตธานี ปตท. เครืออิตัลไทย เครือซิเมนต์ไทย และธนาคารกรุงเทพ ปัจจัยบวกสำหรับการลงทุนในฟิลิปปินส์ ได้แก่ การมีบุคลากรใช้ภาษาอังกฤษได้ดี มีความเป็นมิตร ตลาดภายในประเทศมีขนาดใหญ่ (ประชากรมาก)

การท่องเที่ยว

ในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยจำนวน 310,975 คน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.02 จากปีก่อน) และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์จำนวน 44,038 คน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 163.46 จากปีก่อน) ปัจจุบัน มีชาวไทยอาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ประมาณ 1,027 คน ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจากไทยไปฟิลิปปินส์ในจำนวนมากขึ้น รัฐบาลไทยและรัฐบาลฟิลิปปินส์เห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้บริหารระดับสูง การจับคู่ทางธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น และการจัดทำโครงการจุดหมายปลายทางร่วมด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ (Thailand-Philippines Tourist Package) เนื่องจากทั้งสองประเทศมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่สวยงามและเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของอาเซียนในภาพรวมอีกด้วย นอกจากนี้ การเปิดเส้นทางบินเซบู-กรุงเทพฯ ของสายการบินเซบูแปซิฟิกเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2555 จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันมากขึ้น


  • [1] รองจาก ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ตามลำดับ
  • [2] บริษัท Thai Liwayway Food Industries มีพนักงานชาวฟิลิปปินส์ทำงานในประเทศไทยประมาณ 20 คน บริษัทฯ ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท CP ในการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์รินบี้ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ในประเทศไทย
  • [3] บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนในโครงการผลิตปุ๋ยชีวภาพคือ บริษัท IONIQUE Co., LTD. ผลิตปุ๋ยน้ำอินทรีย์ ปุ๋ยผงอินทรีย์ สารสกัดอินทรีย์ยับยั้งเชื้อราหรือแมลง และจุลินทรีย์เพื่อปรับปรุงดิน มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 11 ล้านบาท ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศร้อยละ 90 และส่งออกต่างประเทศร้อยละ 10
  • [4] ความไม่เสมอภาคในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและภาษี เช่น สายการบินไทยและสายการบินฟิลิปปินส์ต้องเสียภาษีเงินได้
    นิติบุคคล (Corporate Income Tax) ในอัตราร้อยละ 1.5 เท่ากัน แต่สายการบินไทยและสายการบินชาติอื่น ๆ ในฟิลิปปินส์ยังต้องเสียภาษี Common Carrier Tax ในอัตราร้อยละ 3 ด้วย
  • [5] กรณีปัญหาการถือครองที่ดินที่ภาคเอกชนไทยประสบ ได้แก่ กรณีของบริษัทซีพีที่ลักษณะธุรกิจเป็นฟาร์ม/โรงงานผลิตอาหารสัตว์ จึงประสบปัญหาการหาพื้นที่เพื่อการลงทุนที่เหมาะสม

ด้านต่างประเทศ



การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
  • วันที่ 9-14 กรกฎาคม 2506
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ และในโอกาสดังกล่าว นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ คนปัจจุบันซึ่งเป็นบุตรีของนายดีออสดาโด มาคาปากัล (Diosdado Macapagal) ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ขณะนั้น ได้ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
    • วันที่ 27 สิงหาคม - 2 กันยายน 2534
      สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เพื่อทรงรับรางวัลรามอน แมกไซไซ ซึ่งมูลนิธิรางวัลรามอน แมกไซไซ ทูลเกล้าฯ ถวาย
    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ อัครราชกุมารี
    • วันที่ 24-26 กรกฎาคม 2535
      สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์
    พระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
    • วันที่ 11-14 มีนาคม 2540
      พระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นองค์ประธานการเปิดโรงแรมดุสิตธานี มะนิลา และเป็นองค์ประธานพิธีเปิดศาลาไทย ณ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ วิทยาเขตลอสบายอส
    พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
    • วันที่ 26 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2548
      พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯ ไปทรงร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    • วันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2552
      สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เพื่อทรงเปิดและเข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติด้านพันธุกรรมข้าว ครั้งที่ 6 (The 6th international Rice Genetics Symposium) และทรงเปิดนิทรรศการฉลองการสถาปนาสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute: IRRI) ครบรอบ 50 ปี
    รัฐบาล
    นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
    • วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552
      นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
    • วันที่ 14 สิงหาคม 2552
      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
    • วันที่ 30 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2553
      นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย เพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนการดำรงตำแหน่งของนายเบนิกโน อาคีโน ที่สาม ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
    นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
    • วันที่ 19 มกราคม 2555
      นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ
    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ/ปฏิบัติราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
    • วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 

      นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ/ปฏิบัติราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ

    พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
    • วันที่ 6-7 เมษายน 2558 

      พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์

    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
    • วันที่ 27-28 สิงหาคม 2558 

      พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

    พลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
    • วันที่ 10-12 มกราคม 2559 

      พลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและคณะ เยือนฟิลิปปินส์ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของฟิลิปปินส์ด้านกระบวนการสันติภาพในมินดาเนาตามผลการเยือนฟิลิปปินส์ของนายกรัฐมนตรี

    นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
    • วันที่ 13 มกราคม 2559 

      นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยือนฟิลิปปินส์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและหารือเกี่ยวกับการซื้อขายข้าวกับรัฐบาลฟิลิปปินส์

    การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายฟิลิปปินส์

    รัฐบาล
    นายเฟอร์ดินัน อี.มาร์กอส ประธานาธิบดี
    • วันที่ 15-19 มกราคม 2511
      นายเฟอร์ดินัน อี.มาร์กอส ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และภริยาเดินทางมาเยือนประเทศไทยอยางเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
    นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดี
    • วันที่ 7-8 พฤษภาคม 2545
      นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทย
    • วันที่ 29 เมษายน 2546
      นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน สมัยพิเศษว่าด้วยโรค SARS
    • วันที่ 20-21 ตุลาคม 2546
      นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 11
    • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552
      นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14
    • วันที่ 10-12 เมษายน 2552
      นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ครั้งที่ 12 และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 4
    • วันที่ 23-25 ตุลาคม 2552
      นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15
    นายเบนิกโน เอส อาคีโน ที่สาม ประธานาธิบดี
    • วันที่ 26-27 พฤษภาคม 2554
      นายเบนิกโน เอส อาคีโน ที่สาม ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

    การประชุมที่สำคัญ

    1. ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2550 ที่กรุงเทพฯ และมีกำหนดจัดการประชุม JCBC ครั้งที่ 5 วันที่ 20-21 มิถุนายน 2556 ณ กรุงมะนิลา

    2. ฟิลิปปินส์เสนอเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-ฟิลิปปินส์ด้านความร่วมมือทางทหาร (Joint Committee on Defense Cooperation : JCDC) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง

    3. การประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ไทย-ฟิลิปปินส์ครั้งที่ 1 เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการค้าและแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าระหว่างกัน

    4. ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการจัดทำจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน ปัจจุบัน มีเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพ-มะนิลาหลายเที่ยวบินในแต่ละสัปดาห์ของสายการบินไทยแลฟิลิปปินส์แอร์ไลนส์ และเส้นทางเซบู-กรุงเทพฯ ของสายการบินเซบูแปซิฟิก

    5. เร่งรัดความตกลงที่ยังคั่งค้าง ได้แก่

    1) การให้สัตยาบันต่อร่างบันทึกความเข้าในด้านบริการเดินอากาศ

    2) การจัดทำร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ (Term of Reference-TOR) ของการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างกลาโหมกับกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์

    3) ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

    4) ร่างบันทึกความเข้าใจด้านการปราบปรามยาเสพติดและการควบคุมสารตั้งต้นสำหรับการผลิตสารเสพติด

    5) ร่างข้อปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือในสาขาเฉพาะระหว่างศูนย์กระบือนมฟิลิปปินส์และกรมปศุสัตว์ เกี่ยวกับการเลี้ยงกระบือปลักและกระบือนม

    6) ร่างความตกลงด้านการประมง (Implementing Arrangement on Specific Areas of Cooperation) ระหว่างกรมประมงกับกรมประมงและทรัพยากรสัตว์น้ำฟิลิปปินส์

    7) ร่างบันทึกความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการศึกษา


    ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2559