ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2492 โดยในปี 2562 เป็นปีครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ไทยกับฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดมีความสัมพันธ์ในทุกระดับและทุกมิติ มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันสม่ำเสมอ เป็นประเทศร่วมก่อตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia Treaty Organization - SEATO) ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อาเซียน” เป็นแนวร่วมของไทยในอาเซียนและเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนความเข้มแข็งให้แก่อาเซียนและการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในภูมิภาค นอกจากนี้ ไทยและฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน การศึกษา การส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน ผ่านความร่วมมือระหว่างสภาธุรกิจไทย-ฟิลิปปินส์และ Filipine-Thai Cultural Organization (PTCO)

ด้านการเมือง

ไทยและฟิลิปปินส์มีกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี ได้แก่ คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Joint Commission for Bilateral Cooperation - JCBC) จัดตั้งเมื่อปี 2536 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ ได้แก่ ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน การศึกษาและวิชาการ พลังงาน การทหาร และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งประเด็นท้าทายในภูมิภาคและประเด็นระหว่างประเทศที่มีความสนใจร่วมกัน

ด้านเศรษฐกิจ

การค้า

ด้วยประชากรกว่า 107 ล้านคน ฟิลิปปินส์เป็นตลาดส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีศักยภาพของไทย โดยในปี 2562 เป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 14 ของไทยในโลก การค้าของไทยกับฟิลิปปินส์ ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2558 - 2562) มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 9,825.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.98 ต่อปี โดยในปี 2562 การค้ารวมไทย - ฟิลิปปินส์ มีมูลค่า 10,142.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 10.61 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 3,695.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกไปตลาดฟิลิปปินส์ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ผลิตภัณฑ์พลาสติก และข้าว ทั้งนี้ สินค้าไทยได้รับความนิยมในฟิลิปปินส์มากขึ้นเป็นลำดับ

การลงทุน

ฟิลิปปินส์มีปัจจัยบวกด้านการลงทุนหลายประการ อาทิ การมีบุคลากรที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี มีความเป็นมิตร และตลาดภายในประเทศมีขนาดใหญ่ ที่ผ่านมาภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์หลายสาขา เช่น การผลิตอาหารสัตว์บกและสัตว์น้ำ โรงแรม พลังงาน ก่อสร้าง โรงงานกระดาษ โรงงานกระเบื้อง ธนาคาร เป็นต้น การลงทุนของฟิลิปปินส์ในไทยอยู่ในอันดับที่ 4 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการจากฟิลิปปินส์ที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 5 โครงการ โดย 3 โครงการอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจดิจิตัลซึ่งเป็นกิจการเป้าหมายที่ไทยต้องการ และ 2 โครงการเป็นกิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน และกิจการผลิตอาหารสำเร็จรูป ทั้งนี้ ไทยและฟิลิปปินส์ได้พยายามอำนวยความสะดวกในการลงทุนระหว่างกัน โดยอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทย-ฟิลิปปินส์ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2561

การท่องเที่ยว

ไทยและฟิลิปปินส์ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างไทย – ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์มาไทย 500,704 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 15.84 ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปฟิลิปปินส์มีจำนวน 59,793 คน (ข้อมูลปี 2561) ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจากไทยไปฟิลิปปินส์มากขึ้น 

ด้านอื่นๆ

การเกษตร การศึกษา และความร่วมมือทางวิชาการ

ไทยและฟิลิปปินส์มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเกษตร ปศุสัตว์ และประมงอย่างต่อเนื่องโดยมีความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ได้แก่ (1) การลงนามข้อปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมประมงกับกรมประมงและทรัพยากรสัตว์น้ำฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 และการจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านประมง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 – 15 ธันวาคม 2559 โดยไทยเป็นเจ้าภาพ (2) การจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2560 และ (3) การลงนามข้อปฏิบัติในสาขาเฉพาะระหว่างศูนย์กระบือนมประเทศฟิลิปปินส์ กับกรมปศุสัตว์เกี่ยวกับการเลี้ยงกระบือปลักและกระบือนม เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560

ไทยและฟิลิปปินส์มีความร่วมมือทางการศึกษาที่ใกล้ชิด โดยครูสอนภาษาอังกฤษชาวฟิลิปปินส์ได้มีบทบาทด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในสถาบันการศึกษาไทย และมีการจัดทำโครงการความร่วมมือผ่านเครือข่ายโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องของทั้งสองประเทศ

ในด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ทั้งสองฝ่ายได้ผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย - ฟิลิปปินส์ เพื่อผลักดันความร่วมมือทางวิชาการทั้งในระดับทวิภาคีและไตรภาคี ล่าสุดฝ่ายฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย - ฟิลิปปินส์ ครั้งที่ 4 เมื่อ 15 - 18 พฤษภาคม 2562 ที่จังหวัดลากูน่า ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะร่วมมือกันในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพ ได้แก่ การแปรรูปผลไม้ การกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาต่าง ๆ


การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ตั้งแต่ปี 2556 ไทยได้ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ฟิลิปปินส์ ดังนี้

1. ในปี 2556 ไทยให้ความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่น Haiyan เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 (มีผู้เสียชีวิต 6,293 คน บาดเจ็บ 28,689 คน และสูญหาย 1,061 คน) ดังนี้
1.1 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานของบริจาค 7,000 ชุด สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเงินบริจาค 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9 แสนบาท) และพระเจ้าวรวงศ์เธอ ฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประทานของ 5,000 ชุด โดยกองทัพอากาศส่งเครื่องบินลำเลียง C-130 จำนวน 2 ลำ เดินทางลำเลียงสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ผู้ประสบภัย
1.2 กระทรวงการต่างประเทศบริจาคเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6 ล้านบาท)
1.3 รัฐบาลระดมเงินบริจาคจากภาคส่วนต่าง ๆ จำนวน 1,677,294.04 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 51 ล้านบาท)

2. เดือนธันวาคม 2557 ไทยอนุมัติเงินให้ความช่วยเหลือแก่ฟิลิปปินส์กรณีประสบพายุไต้ฝุ่น Hagupit จำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท) และข้าวจำนวน 500 ตัน ซึ่งได้นำส่งไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2558

3. เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 เอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลาได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อมอบเงินจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท) จากรัฐบาลไทยให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์เพื่อช่วยฟื้นฟูเมืองมาราวี เกาะมินดาเนาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับ
ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

4. เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้อนุมัติเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์กรณีภัยพิบัติจากพายุโซนร้อนเทมบิน (ชื่อเรียกภาษาท้องถิ่น “วินตา”) จำนวน 2,000,000 บาท (ประมาณ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ)