ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับเมียนมา

เมียนมา

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมา ดีขึ้นเป็นลำดับ และมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการหารือระดับสูงระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนเมียนมาแล้ว 2 ครั้ง คือ การเดินทางเยือนในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554 และการเข้าร่วมการประชุมผู้นำ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคม 2554 โดยในครั้งหลังนี้ นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับประธานาธิบดีเมียนมา ที่เนปิดอว์ และนางออง ซาน ซู จี ที่กรุงย่างกุ้งด้วย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสองฝ่ายมีความร่วมมือทวิภาคีที่คืบหน้าในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการปราบปรามยาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย การส่งเสริมการค้าและการลงทุน และล่าสุด รัฐบาลเมียนมาได้เปิดจุดผ่านแดนถาวรเมียวดีตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 (ภายหลังจากที่ปิดมาตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2553) และปล่อยตัวนักโทษชาวไทย 8 คน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 7 รอบ และเป็นการแสดงไมตรีจิตในความสัมพันธ์อันดีกับไทย

ไทยกับเมียนมามีความร่วมมือภายใต้กลไกทวิภาคีที่สำคัญ คือ

  1. คณะกรรมาธิการร่วม (Thailand– Myanmar Joint Commission on Bilateral Cooperation - JC)
  2. คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee - RBC)
  3. คณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee - JBC) รวมทั้งคณะกรรมการด้านเทคนิคว่าด้วยแม่น้ำที่เป็นเขตแดน
  4. คณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (Joint Trade Commission - JTC)

ปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา อยู่ในระดับดีมาก มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีได้เคยเดินทางเยือนเมียนมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งล่าสุด คือ การเยี่ยมชมพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2555 ส่วนนายเต็ง เส่ง ปธน.เมียนมา ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2555 ซึ่งการเยือนประสบความสำเร็จด้วยดี และได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในเมียนมาด้วย

ด้านการเมือง

ไทยและพม่ามีกลไกความร่วมมือทวิภาคี ได้แก่

คณะกรรมาธิการร่วมไทย-พม่า (Thailand– Myanmar Joint Commission on Bilateral Cooperation – JC)

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในภาพรวม ได้จัดการประชุมครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 7-9 มกราคม 2545 ที่จังหวัดภูเก็ต สำหรับการประชุมครั้งที่ 7 ซึ่งพม่าจะเป็นเจ้าภาพ พม่าได้เลื่อนออกมาจนถึงขณะนี้

คณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee – JBC)

ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม เพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนร่วมกัน โดยประชุมครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2548 ฝ่ายไทยมี ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ (ตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นประธานคณะกรรมการฯ ร่วมกับนายหม่อง มิ้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า ปัจจุบัน นายวศิน ธีรเวชญาน เป็นประธานคณะกรรมการฯ ฝ่ายไทย

คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee – RBC)

มีแม่ทัพภาคที่สามของไทยและแม่ทัพภาคสามเหลี่ยมของพม่า (Triangle Commander) เป็นประธานร่วมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน โดยประชุมครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 6-8 สิงหาคม 2551 ที่จังหวัดเชียงราย

คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (Township Border Committee - TBC)

มืทั้งหมด 5 แห่ง (อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง) มีผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่เกี่ยวข้องของไทย และผู้บังคับกองพันที่เกี่ยวข้องของพม่า เป็นประธานร่วมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนในระดับท้องถิ่น โดยมีการประชุมอยู่อย่างต่อเนื่อง


ไทยและเมียนมา มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด

ความร่วมมือต่าง ๆ มีความคืบหน้าอย่างมาก และต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อาทิ การปราบปรามยาเสพติด การปราบปรามการค้ามนุษย์ และผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง และการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มเติม โดยเฉพาะที่บ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ซึ่งยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวรแล้วในเดือนมิถุนายน 2556 รวมทั้งด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ตลอดจนความร่วมมือด้านการข้ามแดน ซึ่งประชาชนผู้ถือบัตรผ่านแดนจะสามารถเดินทางเข้าถึงพื้นที่ในฝั่งเมียนมาได้มากขึ้นในเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ โดยที่เมียนมาอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญทางการเมือง ไทยได้สนับสนุนพัฒนาการประชาธิปไตยและกระบวนการปรองดองแห่งชาติของเมียนมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้มีบทบาทสนับสนุนเมียนมาในเวที

การประชุมระหว่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและพหุภาคี พร้อมกับส่งเสริมให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเมียนมาอย่างสร้างสรรค์

ด้านเศรษฐกิจ



การค้า

ไทยและเมียนมามีกลไกความร่วมมือในกรอบคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าไทย-เมียนมา (Joint Trade Commission - JTC) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน โดยได้ประชุมครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 2-5 เมษายน 2553 ที่หัวหิน ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สองฝ่ายได้รับมอบหมายให้เป็นประธานการประชุม โดยฝ่ายเมียนมารับที่จะจัดประชุมครั้งที่ 6 คาดว่าจะจัดประชุมในเดือนธันวาคม 2554 ที่นครเนปิดอว์

ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ไทยกลายเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของเมียนมา (หลังจากที่ไทยเคยครองอันดับ 1 มากว่า 5 ปี) ในปี 2554 การค้ารวมมีมูลค่า 185,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ไทยส่งออก มูลค่า 65,631.18 ล้านบาท (อาทิ สินค้าไขมันและน้ำมันสำเร็จรูปจากพืชและสัตว์ เครื่องดื่ม และปูนซีเมนต์) ไทยนำเข้ามูลค่า 90,000.45 ล้านบาท (อาทิ ก๊าซธรรมชาติ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค และสินค้าไม้) ส่วนการค้าชายแดน มีมูลค่ารวม 157,590 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 92 ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมด โดยไทยขาดดุลการค้าชายแดน 36,160.43 ล้านบาท จากการซื้อก๊าซธรรมชาติจากเมียนมา ที่มีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 96 ของการนำเข้าทางชายแดนทั้งหมด ในระหว่างเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2556 มูลค่าการค่าระหว่างไทยกัยเมียนมาเท่ากับ 215,466.39 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.46 จากช่วงเดียวกันของปี 2555) ไทยส่งออก 104,110.28 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.41) นำเข้า 111,356.11 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.65)

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องดื่ม เหล็ก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซีเมนต์ เป็นต้น (ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของเมียนมา)

สินค้านำเข้าที่สำคัญจากเมียนมา ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ไม้อื่นๆ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์น้ำสด เป็นต้น (เมียนมาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทย/อันดับ 6 ในบรรดาอาเซียน)


การลงทุน

ไทยมีมูลค่าการลงทุนสะสมตั้งแต่ปี 2531 รวม 9,568 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอันดับที่ 2 รองจากจีนและฮ่องกง (มูลค่ารวม 20,255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อันดับ 3 คือ เกาหลีใต้ (มูลค่ารวม 2,938 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สาขาการลงทุนของไทยที่สำคัญ ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า การผลิต ประมง และปศุสัตว์ ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนสะสมของไทยในเมียนมาเคยครองอันดับ 1 จนกระทั่งถึงปี 2553

ไทยและเมียนมามีความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2555 นอกจากนี้ ไทยและเมียนมาได้ลงนามความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ลงนามเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 ซึ่งฝ่ายเมียนมาได้แจ้งฝ่ายไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2554 ว่าได้ดำเนินการตามกระบวนการภายในเสร็จสิ้นแล้ว และโดยที่ความตกลงฯดังกล่าวเข้าข่ายมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ฝ่ายไทยจึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอรัฐสภาพิจารณาเพื่อให้ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับต่อไป

ตั้งแต่ปี 2531-2555 ไทยลงทุนในเมียนมาเป็นอันดับที่ 2 มูลค่าการลงทุนสะสม 288,286.85 ล้านบาท (9,568 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 23.51 ของการลงทุนจากต่างชาติ (อันดับ 1 คือจีนและฮ่องกง มูลค่า 15,911 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / อันดับ 3 คือ เกาหลีใต้ มูลค่า 2,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สาขาการลงทุนที่สำคัญได้แก่ พลังงาน การผลิต ประมงและปศุสัตว์ โรงแรมและการท่องเที่ยว คมนาคมและการสื่อสาร

ไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนอันดับ 2 ของเมียนมา (อันดับ 1 คือจีน) มูลค่าการลงทุนสะสมตั้งแต่ปี 2531 รวม 329,291.38 ล้านบาท (9,979.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ ภายหลังเริ่มเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง

เมียนมาเป็นที่สนใจอย่างยิ่งของภาคเอกชนไทย โดยเมียนมามีศักยภาพสูงในฐานะเป็น

  1. ตลาดสำหรับสินค้าไทย
  2. แหล่งลงทุน
  3. แหล่งทรัพยากร เช่น พลังงาน ป่าไม้ แร่ธาตุ อัญมณี และประมง
  4. แหล่งท่องเที่ยวเสริมเชื่อมโยงกับไทย

โครงการลงทุนของไทยที่สำคัญและได้รับการจับตามองมากที่สุด ได้แก่ โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งรัฐบาลไทยและเมียนมาได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมา และได้จัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาโครงการร่วมกันแล้ว


การท่องเที่ยว

ในปี 2552 มีนักท่องเที่ยวชาวพม่ามาไทยจำนวน 79,279 คน และในปี 2553 (มกราคม - กันยายน 2553) มีนักท่องเที่ยวพม่าเดินทางมาไทยแล้ว 37,959 คน และนักท่องเที่ยวไทยไปพม่า 33,048 คน

การพัฒนาโครงข่ายเส้นทางคมนาคม

1. การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรมและเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวาย-จังหวัดกาญจนบุรี

รัฐบาลไทยสนับสนุนการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรมและเส้นทางคมนาคม (ถนน รถไฟ สายส่งไฟฟ้าและท่อก๊าซ/น้ำมัน เชื่อมต่อระหว่างเมืองทวายกับชายแดนไทย/พม่าที่บ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี) ตามที่ได้ตกลงในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสร้างท่าเรือน้ำลึกทวายลงนาม เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 ขณะนี้รัฐบาลพม่าและบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเม้นต์ จำกัดอยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาโครงการในรายละเอียด โครงการนี้เป็นการเชื่อมโยงโครงข่าย economic corridor ระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทยที่ลดระยะเวลาการขนส่งและการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ช่วยรองรับการพัฒนาพื้นที่และความกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้งสองฝ่าย

2. เส้นทางถนนสามฝ่าย ไทย-พม่า-อินเดีย (เส้นทางแม่สอด / เมียวดี-หมู่บ้านติงกะหยิงหย่อง เชิงเขาตะนาวศรี-กอกะเร็ก-พะอัน-ท่าตอน)

รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพื่อก่อสร้างเส้นทางจากแม่สอด / เมียวดี-หมู่บ้านติงกะหยิงหย่อง เชิงเขาตะนาวศรี ระยะทาง 17.35 กิโลเมตร มูลค่า 122.9 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2549 ขณะนี้ รัฐบาลไทยเห็นชอบในหลักการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพื่อก่อสร้างถนนช่วงต่อจากหมู่บ้านติงกะหยิงหย่อง เชิงเขาตะนาวศรี-กอกะเร็ก ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร มูลค่า 872 ล้านบาท

3. สะพานมิตรภาพไทย-พม่าข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือเพื่อก่อสร้างสะพานฯ แห่งที่ 1 มูลค่า 104.6 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2540 ต่อมาในปี 2549 สะพานฯ เกิดชำรุด ขณะนี้กรมทางหลวงอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อซ่อมแซมสะพานฯ แบบถาวร และเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เร่งรัดการก่อสร้างสะพานฯ แห่งที่ 2 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ เจ้าหน้าที่เทคนิคสองฝ่ายอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด

ความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า

ไทยและพม่ามีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้บริการการพิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า ที่ศูนย์ออกหนังสือเดินทางชั่วคราวที่อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2553 ซึ่งการให้บริการดังกล่าวได้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่แรงงานต่างด้าวในการพิสูจน์สัญชาติได้อย่างรวดเร็ว สองฝ่ายจึงเห็นประโยชน์ของการขยายเวลาเปิดบริการของศูนย์ฯ นี้ (ต่อมาได้ขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553) ล่าสุด เมื่อวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2553 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าได้หารือเรื่องการพิสูจน์สัญชาติและการนำเข้าแรงงานพม่า และร่วมเยี่ยมชมศูนย์ออกหนังสือเดินทางชั่วคราวที่จังหวัดระนองปัจจุบัน มีแรงงานพม่าที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วจำนวน 188,323 คน และยังเหลืออีกจำนวน 708,826 คน ซึ่งต้องดำเนินการพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จ ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ขณะนี้มีการนำเข้าแรงงานพม่าแล้วจำนวน 551 คน (ข้อมูลเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2553)

ความร่วมมือด้านยาเสพติด

ไทยและพม่ามีความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดอย่างใกล้ชิด และประสบผลสำเร็จในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร อันนำไปสู่การจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดของทั้งสองฝ่ายในหลายโอกาส อีกทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายมีการประชุมหารือเป็นประจำ นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังดำเนินโครงการความร่วมมือไทย-พม่าด้านการพัฒนาทางเลือก ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการฝึกอบรมให้คำปรึกษาในการดำเนินโครงการพัฒนาทางเลือกแก่ฝ่ายพม่าต่อไป ล่าสุด สองฝ่ายร่วมประชุมทวิภาคีไทย-พม่า เรื่องความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 14-17 กรกฎาคม 2553 ที่เมืองมัณฑะเลย์

ความร่วมมือทางวิชาการ

ไทยให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในหลายโครงการ ทั้งด้านสาธารณสุข (โครงการยกระดับโรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก หน่วยแพทย์เคลื่อนที่หู คอ จมูกการบริจาคเงินให้โรงพยาบาลต่าง ๆ) ด้านการเกษตร (โครงการพัฒนาระบบปศุสัตว์ตามแนวชายแดน) และด้านการศึกษา (ทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทและการฝึกอบรม) ผ่านสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) ที่ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 20 ปี มอบทุนไปแล้วกว่า 1,500 ทุน ในวงเงินงบประมาณประมาณ 550 ล้านบาท ในปี 2552 คิดเป็นมูลค่ารวม 53 ล้านบาท รวมทั้งความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทางเลือกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเพื่อปราบปรามยาเสพติดตามโครงการบ้านยองข่า ดำเนินการโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และอยู่ระหว่างการผลักดันให้โครงการหมู่บ้านหนองตะยาเกิดผลเป็นรูปธรรม

ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาและด้านมนุษยธรรม

ไทยเป็นประเทศแรกที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมในกรณีที่พม่าประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีส เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ไทยให้ความช่วยเหลือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 964.36 ล้านบาท (29.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจนถึงปัจจุบันไทยยังให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูและบูรณะประเทศในลักษณะโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เช่น โครงการก่อสร้างโรงเรียนที่สามารถเปลี่ยนเป็นสถานที่หลบภัยได้ที่หมู่บ้านกะดงกะนีโครงการก่อสร้างศูนย์อนามัยที่หมู่บ้านตามาน โครงการก่อสร้างโรงพยาบาล ขนาด 16 เตียง ที่หมู่บ้านดอเยงการปรับปรุงศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และในระยะต่อไป จะเน้นการพัฒนาบุคลากรและเพิ่มขีดความสามารถแก่ชุมชนท้องที่ เช่น การฟื้นฟูภาคการเกษตร การสร้างศูนย์อนามัย การบูรณะศาสนสถาน การฝึกอบรมครูที่โรงเรียนบ้านกะดงกะนี และแผนงานการพัฒนาศักยภาพด้านอุตุนิยมวิทยา ระบบการเตือนภัย เป็นต้น

ความร่วมมือด้านสังคม วัฒนธรรมและสาธารณสุข

ไทยส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนต่อประชาชน และการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างกันผ่านความร่วมมือทางวัฒนธรรม เช่น กระทรวงการต่างประเทศได้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายยังวัดในพม่าเป็นประจำทุกปี (ปี 2553 กำหนดจัดในวันที่ 15 พฤศจิกายน) และสมาคมไทย- พม่า เพื่อมิตรภาพยังจัดการทอดกฐินสามัคคีที่พม่าต่อเนื่องทุกปีด้วยเช่นกัน (ปี 2553 กำหนดจัดในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553) นอกจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำโครงการฝึกอบรมล่ามภาษาไทย-พม่า ให้แก่เจ้าหน้าที่/บุคลากรไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร (เมื่อวันที่ 7-18 มิถุนายน 2553) และการสัมมนาทางวิชาการความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับพม่า ในวันที่ 14 กันยายน 2553 และสมาคมไทย-พม่า เพื่อมิตรภาพมีโครงการนำนักศึกษาพม่าเยือนไทย ระหว่างวันที่ 14-23 พฤศจิกายน 2553 มีแผนงานจะจัดโครงการนำแพทย์พม่ามาฝึกอบรมที่ประเทศไทย และโครงการสนับสนุนการเตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ของพม่าในปี 2556

ด้านต่างประเทศ



การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
  • วันที่ 2-5 มีนาคม 2503
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
  • วันที่ 29 กุมภาพันธ์ - 5 มีนาคม 2531
    สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 18 มกราคม 2550
    สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฝึกทำการบินไปยังกรุงย่างกุ้ง
  • วันที่ 28 มีนาคม 2551
    สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนพม่าเป็นการส่วนพระองค์
  • วันที่ 4 เมษายน 2551
    สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฝึกทำการบินไปยังเมืองมัณฑะเลย์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • วันที่ 21-31 มีนาคม 2529
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 3-4 มีนาคม 2537
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนพม่า (เมืองเชียงตุง) เป็นการส่วนพระองค์
  • วันที่ 10-14 มีนาคม 2546
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนพม่า (กรุงย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ เมืองมูเซ เมืองมิตจิน่า เมืองพุเตา เมืองเมียะอู) เป็นการส่วนพระองค์
  • วันที่ 15-17 มีนาคม 2553
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนพม่าในลักษณะ goodwill private visit เพื่อทอดพระเนตรโครงการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่หลังเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีส และการปรับปรุงศูนย์โลหิตแห่งชาติ (กรุงย่างกุ้ง นครเนปิดอว์ เมืองเพียพน เมืองโบกาเล รัฐมอญ)
รัฐบาล
นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 29-30 เมษายน 2544
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมประชุม AMM Informal Retreat ที่กรุงย่างกุ้ง
  • วันที่ 1-2 พฤษภาคม 2544
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 7 กรกฎาคม 2544
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนเมืองท่าขี้เหล็กเพื่อพบกับ พล.ท. ขิ่น ยุ้น เลขาธิการ 1 SPDC และกำหนดจุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2
  • วันที่ 5-6 เมษายน 2545
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี 3 ฝ่าย ไทย-พม่า-อินเดีย ครั้งที่ 1 เรื่องการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ที่กรุงย่างกุ้ง
  • วันที่ 5-6 สิงหาคม 2545
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือน (working visit) ตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า ที่กรุงย่างกุ้ง
  • วันที่ 19 พฤษภาคม 2546
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนเมืองท่าขี้เหล็กเพื่อลงนามความตกลงว่าด้วยการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 และวางศิลาฤกษ์งานก่อสร้างสะพาน
  • วันที่ 25 กันยายน 2546
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนพม่าในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี ที่กรุงย่างกุ้ง
  • วันที่ 10 เมษายน 2547
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนพม่าในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี ที่กรุงย่างกุ้ง
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตร
  • วันที่ 19-20 มิถุนายน 2544
    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2546
    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนพม่าในลักษณะ retreat ที่เมืองงาปาลี
  • วันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2546
    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ACMECS Summit ที่เมืองพุกาม
  • วันที่ 9 ธันวาคม 2547
    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม World Buddhist Summit ที่กรุงย่างกุ้ง
  • วันที่ 2 สิงหาคม 2549
    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนนครเนปิดอว์
นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี
  • วันที่ 25 กรกฎาคม 2548
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เยือนพม่าในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี ที่กรุงย่างกุ้ง
นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2548
    นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
  • วันที่ 23 พฤศจิกายน 2549
    พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตร
  • วันที่ 14 มีนาคม 2551
    นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 23-25 สิงหาคม 2551
    นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 22-23 มีนาคม 2552
    นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 11 ธันวาคม 2552
    นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรี BIMSTEC ครั้งที่ 12 ที่นครเนปิดอว์
  • วันที่ 6 ธันวาคม 2553
    นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนเมืองท่าขี้เหล็ก
  • วันที่ 20-22 มกราคม 2554
    นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรี BIMSTEC ครั้งที่ 13 ที่นครเนปิดอว์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
  • วันที่ 11 ตุลาคม 2553
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เยือนพม่าอย่างเป็นทางการ


การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายเมียนมา

รัฐบาล
ประธาน SPDC / นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย SPDC / นายกรัฐมนตรี
  • วันที่ 8-9 มีนาคม 2542
    พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย SPDC / นายกรัฐมนตรีพม่าเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
พล.อ.ขิ่น ยุ้น เลขาธิการ-1 SPDC
  • วันที่ 3-5 กันยายน 2544
    พล.อ.ขิ่น ยุ้น เลขาธิการ-1 SPDC เยือนไทย
  • วันที่ 7 ตุลาคม 2544
    พล.อ.ขิ่น ยุ้น เลขาธิการ-1 SPDC เดินทางมาที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อกำหนดจุดที่จะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2
  • วันที่ 19 พฤษภาคม 2546
    พล.อ.ขิ่น ยุ้น เลขาธิการ-1 SPDC เดินทางมาที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อทำพิธีวางศิลาฤกษ์งานก่อสร้างสะพาน
พล.อ.อาวุโส หม่อง เอ รอง SPDC
  • วันที่ 23-26 เมษายน 2545
    พล.อ.อาวุโส หม่อง เอ รอง SPDC เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย SPDC / นายกรัฐมนตรี
  • วันที่ 29 เมษายน 2546
    พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย SPDC / นายกรัฐมนตรีพม่าเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
พล.อ.ขิ่น ยุ้น นายกรัฐมนตรี
  • วันที่ 4 มิถุนายน 2547
    พล.อ.ขิ่น ยุ้น นายกรัฐมนตรี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 30-31 กรกฎาคม 2547
    พล.อ.ขิ่น ยุ้น นายกรัฐมนตรี เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุม BIMST-ECSummit ที่กรุงเทพฯ
นายญาน วิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 22 มกราคม 2549
    นายญาน วิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนไทยเพื่อเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ที่จังหวัดเชียงราย
พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรี
  • วันที่ 29 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2551
    พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552
    พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่อำเภอชะอำ/หัวหิน และได้หารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552
  • วันที่ 9-11 เมษายน 2552
    พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
  • วันที่ 23-25 ตุลาคม 2552
    พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่อำเภอชะอำ/หัวหิน และได้หารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2552
นายญาน วิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 17-23 กรกฎาคม 2552
    นายญาน วิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 42 และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่จังหวัดภูเก็ต
นายวันนะ หม่อง ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาร์
  • วันที่ 12 เมษายน 2554
    นายวันนะ หม่อง ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาร์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง


ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2557