ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับเขตบริหารพิเศษมาเก๊า

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ด้านการเมือง

ไทย เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่แสดงความเชื่อมั่นต่ออนาคตของฮ่องกง ภายใต้การปกครองของจีน ตามหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" (One Country, Two Systems) และความสัมพันธ์ไทย - มาเก๊าราบรื่นมาโดยตลอด

การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันที่สำคัญ ได้แก่
  • การเสด็จฯ เยือนมาเก๊าของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะแขกเกียรติยศในพิธีส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีนและโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2542
  • การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ของนาย Edmund Ho Hau-Wah ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊า ระหว่างวันที่ 8 - 10 เมษายน 2550

ด้านเศรษฐกิจ



การค้า

ไทยและมาเก๊า มีการค้าระหว่างกันอย่างต่อเนื่องแต่ไม่มากนัก ในปี 2552 การค้ารวม ไทย-มาเก๊า มีมูลค่า 20.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี 2551 เท่ากับร้อยละ 41.31) โดยไทยส่งออกไปมาเก๊ารวม 15.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี 2551 ร้อยละ 46.21) ในขณะที่ไทยนำเข้าจากมาเก๊า 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี 2551 ร้อยละ 23.11) และไทยได้ดุลการค้ารวม 9.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการค้าระหว่างไทย-มาเก๊า แม้จะไม่สูงนัก แต่ก็มีการค้าระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง โดยการค้าไทย-มาเก๊า ในปี 2555 มีมูลค่า 22.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2554 มีมูลค่า 25.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2553 มีมูลค่า 30.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาโดยตลอด

สินค้าส่งออกของไทยไปมาเก๊า 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ข้าว ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ข้าวและเครื่องใช้สำหรับเดินทาง

สินค้านำเข้าจากมาเก๊า 5 อันดับแรก ได้แก่ สินแร่ โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สื่อบันทึกข้อมูล ภาพ เสียง เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ลวดและสายเคเบิล


การลงทุน

มูลค่าการลงทุนระหว่างไทยกับมาเก๊า ไม่สูงมากนัก แต่มาเก๊าเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการลงทุน โดยเฉพาะในธุรกิจภาคบริการ

ทั้งนี้ ปัจจุบัน รัฐบาลมาเก๊ามีโครงการพัฒนาเขตใหม่เหิงฉิน (Hengqin New Area) ร่วมกับเมืองจูไห่ของมณฑลกวางตุ้ง เพื่อให้เป็นเขตศูนย์กลางอุตสาหกรรม สร้างสรรค์และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง จึงน่าจะเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย


การท่องเที่ยว

ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินโลก รวมทั้งปัญหาการเมืองของไทยและค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมาเก๊าเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ลดลงจาก 15,797 คน ในปี 2551 เหลือ 13,924 คน ในปี 2552 หรือ ลดลงร้อยละ 11.86

ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวมาเก๊าเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 64,256 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 (53,656คน) ร้อยละ 20 และมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวในมาเก๊า 231,295 คน เพิ่มขึ้นจาก ปี 2554 (196,375 คน) ร้อยละ 18

โดยปัจจุบัน มีสายการบินที่ให้บริการตรงจากกรุงเทพฯ-มาเก๊า ทุกวัน (สายการบิน Thai Smile ในเครือการบินไทย, Air Macau และ Air Asia)


แรงงาน

ในปี 2552 มีแรงงานไทยในมาเก๊ารวม 923 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ แม่บ้าน พนักงานร้านอาหาร ผู้ประกอบอาหาร

ณ สิ้นเดือน ธันวาคม 2555 มีแรงงานไทยในมาเก๊า จำนวน 956 คน ถึงแม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะไม่สูงมากนัก แต่ไทยยังมีโอกาสขยายตลาดแรงงาน ในมาเก๊า ในภาคบริการ เนื่องจากมาเก๊า กำลังดำเนินโครงการสร้างกิจการโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ในเขตโคไท (COTAI) ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคน

ในช่วง ปี 2558-2559 ตำแหน่งที่ต้องการจ้างแรงงานไทย ได้แก่ ตำแหน่งงานต่างๆ ในภาคบริการ เช่น พนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟ พนักงานดูแลห้องพัก พนักงานแผนกอาหารและเครื่องดื่ม ช่างเทคนิค ฯลฯ รวมทั้งต้องการแรงงานไทยในอาชีพ ทำสปาและพ่อครัว/แม่ครัว (chef) ด้วย

ด้านต่างประเทศ



การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ในฐานะแขกเกียรติยศในพิธีส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีนและโปรตุเกส
ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2542


การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายเขตบริหารพิเศษมาเก๊า

รัฐบาล
นาย Edmund Ho Hau-Wah ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊า

ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2550



ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2557