ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา

กัมพูชา

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2493 และเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2553 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ได้จัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตของสองประเทศขึ้น ณ กรุงพนมเปญ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกัมพูชาเข้าร่วม

ปัจจุบัน เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ คือ นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงาน อื่น ๆ ได้แก่ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร 3 เหล่าทัพ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (กระทรวงพาณิชย์) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ประจำการอยู่ในกัมพูชาด้วย

กัมพูชาและไทยมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา และรูปแบบการดำรงชีวิตของประชาชนที่คล้ายคลึงกัน มีความสัมพันธ์ในระดับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนบริเวณแนวชายแดนที่ใกล้ชิด และมีการแลกเปลี่ยนทางการค้าปริมาณมาก (สินค้าเกษตร และเครื่องอุปโภคบริโภค) อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาผกผันบ่อยครั้ง สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การเมืองภายใน การปลุกกระแสชาตินิยมในหมู่ประชาชน และปัญหาเขตแดน

กัมพูชาเคยประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ในสมัยรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2501 (สถาปนาความสัมพันธ์กลับคืนในเดือนกุมภาพันธ์ 2502) และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2504 (สถาปนาความสัมพันธ์กลับคืนในปี 2509 สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร) โดยทั้ง 2 กรณี มีสาเหตุมาจากข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลง (เหลือเป็นระดับอุปทูต) หลังจากเหตุการณ์เผาสถานทูตไทยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2546 จากกรณีที่มีรายงานข่าวในกัมพูชาว่า นักแสดงชาวไทย (กบ-สุวนันท์ คงยิ่ง) กล่าวดูหมิ่นชาวกัมพูชา (รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) และการเรียกเอกอัครราชทูตฯ (นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย) กลับประเทศ ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 – 24 สิงหาคม 2553 หลังจากที่กัมพูชาประกาศแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณฯ เป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา (ต่อมากัมพูชาออกแถลงการณ์ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2553) ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยกลับกัมพูชาในช่วงเดียวกัน

ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมาไทยและกัมพูชา มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ไทยและกัมพูชาได้แยกการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ออกจากภาพรวมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านอื่นๆ อีกทั้งได้ใช้กลไกการหารือทวิภาคีเพื่อแก้ไชปัญหาข้อพิพาทระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิผล ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กลไกการหารือระหว่างไทย-กัมพูชาที่สำคัญ ได้แก่

  • ก. คณะกรรมิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ไทย – กัมพูชา
  • ข. คณะกรรมการร่วมด้านการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่าง (JCBD) ไทย – กัมพูชา
  • ค. คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย – กัมพูชา
  • ง. คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย – กัมพูชา
  • จ. คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC)

ด้านการเมือง

กลไกการเจรจาหารือทวิภาคีที่สำคัญ คือ คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี ไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการเจรจา/ตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว ฯลฯ

โดยได้มีการประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2538 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และครั้งล่าสุด คือ การประชุม JC ครั้งที่ 7 ณ เมืองเสียมราฐ เมื่อวันที่ 3 - 4 กุมภาพันธ์ 2554 ทั้งนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JC ครั้งที่ 8 ในปี 2555 (ในครั้งนี้กำหนดจัดในช่วงเดือนสิงหาคม ณ กรุงเทพฯ)

สำหรับการเจรจาหารือเรื่องเขตแดน มีกลไกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา JBC (Joint Boundary Commission) เป็นเวทีหลัก โดยการประชุมครั้งล่าสุด คือ JBC ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2555 ณ กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังมีกลไกความร่วมมือด้านการทหาร โดยมี คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย – กัมพูชา (General Border Committee - GBC) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศเป็นประธาน และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย – กัมพูชา (Regional Border Committee – RBC) ซึ่งมีแม่ทัพของแต่ละภูมิภาคทหารของทั้งสองฝ่ายเป็นประธาน

ปัจจุบัน ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก อย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายกัมพูชาก็ได้แสดงความพร้อมที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับไทยอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการจัดการประชุมทวิภาคีไทย-กัมพูชา ที่เป็นกลไกความร่วมมือ และเป็นเวทีหารือที่สำคัญระหว่างกันที่หยุดชะงักไปในช่วงที่มีปัญหาข้อพิพาทระหว่างกัน เช่น การประชุม GBC ครั้งที่ 8 (ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2554) การประชุม JBC ครั้งที่ 5 (ระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2555) เป็นต้น

นอกจากนี้ มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำระดับสูง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2555 นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือ ข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในประเด็นความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะส่งเสริมและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ระหว่างกัน และจำกัดประเด็นที่ยังเป็นปัญหา ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีในด้านอื่น ๆ และเมื่อวันที่ 29-30 ธันวาคม 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการด้วย และได้พบหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่าง ประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชาด้วย

จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ทางการเมืองไทย - กัมพูชา ในด้านการเมืองมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและหารือร่วมกันในระดับต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

ด้านเศรษฐกิจ



การค้า

การค้ารวมระหว่างไทยกัมพูชา

การค้ารวมระหว่างไทยกัมพูชาปี 2554 มีมูลค่า 93,152.09 ล้านบาท (3,081.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นระยะเดียวกันของปี 2553 ร้อยละ 14.82 จำแนกเป็นมูลค่าการส่งออก 87,779.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 มูลค่าการนำเข้า 5,372.39 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21.8 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า 82,407.31 ล้านบาท

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยไปกัมพูชา ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

สินค้านำเข้าที่สำคัญจากกัมพูชา ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ เสื้อผ้าสำเร็จรูป พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาสูบ

การค้าชายแดน

การค้าชายแดน ปี 2554 มีมูลค่า 70,518.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 27.25 เป็นมูลค่าการส่งออก 65,606.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.36 และมูลค่าการนำเข้า 4,912.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.13 ซึ่งไทยได้เปรียบดุลการค้าชายแดน 60,694.05 ล้านบาท ทั้งนี้

สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า น้ำตาลทราย ยางยานพาหนะ เครื่องสำอาง เครื่องหอมและสบู่ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ผ้าผืนและด้าย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบอื่น ๆ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่เหล็ก ผักและของปรุงแต่งจากผัก อะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์ ทองแดงและผลิตภัณฑ์ เศษกระดาษ เสื้อผ้าสำเร็จรูป พืชน้ำมันและผลิตภัณฑ์ ธัญพืช ผลิตภัณฑ์ไม้อื่น ๆ และเครื่องมือเครื่องใช้ทำด้วยโลหะสามัญ

สถิติการค้าของไทย-กัมพูชา

สถิติการค้าของไทย-กัมพูชา ช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2556 มูลค่าการค้าทวิภาคี 56,252.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.52 จากช่วงเดียวกันของปี 2555 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า ส่วนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มีมูลค่า 38,766.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.01 จากช่วงเดียวกันของปี 2555

มูลค่าการค้าทวิภาคี

มูลค่าการค้าทวิภาคี (มกราคม - ตุลาคม 2556) 112,353.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.67 จากช่วงเดียวกันของปี 2555 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า ส่วนการค้าชายแดนไทย - กัมพูชา (มกราคม - ตุลาคม 2556) มีมูลค่า 76,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.21 ซึ่งมูลค่าการส่งออกของไทยไปกัมพูชาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2555 ร้อยละ 6.75

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย เครื่องประดับ เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์ ปูนซีเมนต์

สินค้านำเข้าจากกัมพูชาที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผัก ผลไม้ เครื่องจักรและส่วนประกอบ ลวดและสายเคเบิล สินแร่โลหะอื่นๆ เสื้อผ้าสำเร็จรูป


การลงทุน

นับตั้งแต่รัฐบาลกัมพูชาได้มีกฎหมายการลงทุนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จนถึงปี 2554 ประเทศไทย เป็นผู้ลงทุนอันดับที่ 6 มีจำนวนเงินลงทุน 218 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองจากมาเลเซีย จีน ไต้หวัน เวียดนาม และเกาหลีใต้ ในปี 2551

ไทยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกัมพูชา (Cambodian Investment Board: CIB) จำนวน 4 โครงการ เป็นเงินลงทุนมูลค่า 30.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้แก่

  • การผลิตอ้อยและน้ำตาลของกลุ่มบริษัท Thai Beverage
  • ธุรกิจภาคการขนส่งเพื่อสร้างท่าเรือโดยบริษัทในกลุ่มบริษัทน้ำตาลขอนแก่นของไทย
  • การลงทุนของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ เกี่ยวกับโรงพยาบาลนานาชาติในนามบริษัท Phnom Penh Medical Service จำกัด

สำหรับปี 2552 ไทยลงทุนเป็นอันดับที่ 6 มีจำนวน 5 โครงการ เงินลงทุนมูลค่า 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากเป็นอันดับที่ 2 ของเงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด รองจากจีน ได้แก่

  • อุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป 1 โครงการ
  • อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร 3 โครงการ
  • อุตสาหกรรมผลิตรองเท้า 1 โครงการ

ในปี 2553 ไทยมีมูลค่าการลงทุนเป็นอันดับที่ 6 โครงการที่ได้รับอนุมัติมีจำนวน 1 โครงการเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าแปรรูป และในปี 2554 ไม่มีการลงทุนจากไทย

ในปี 2555 โครงการของไทนที่ได้รับการอนุมัติมีจำนวน 8 โครงการ เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมโรงสีข้าว รองเท้่า เสื้อผ้า

การลงทุนของไทยในกัมพูชา ในปี 2556 โครงการของไทยที่ได้รับอนุมัติมีจำนวน 3 โครงการ เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รวมเงินลงทุน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยมีมูลค่าการลงทุนสูงเป็นอันดับที่ 8 โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป


การท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในกัมพูชาระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม 2554 มีจำนวนมากเป็นอันดับ 7 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 91,343 คน รองจากเวียดนาม เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ลาว

ซึ่งมีจำนวนลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2553 ร้อยละ 26.45 ในขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวกัมพูชาได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยในปี 2554 จำนวน 252,705 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 72.76 โดยมีจำนวน 146,274 คน

ในช่วง มกราคม - ตุลาคม 2556 นักท่องเที่ยวไทยไปกัมพูชาจำนวนประมาณ 186,569 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2555 ร้อยละ 16.6 โดยไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 5 รองจากนักท่องเที่ยวเวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ลาว

ในช่วงเดือนกราคม - พฤศจิกายน 2556 มีนักท่องเที่ยวกัมพูชามาเยือนไทยประมาณ 424,607 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2555 ร้อยละ 9.65 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 และนักท่องเที่ยวไทยไปเยือนกัมพูชาในช่วงเดือนมกราคม - ตุลาคม 2556 ประมาณ 186,569 คน

ด้านต่างประเทศ



การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายไทย

พระราชวงศ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • วันที่ 25 - 27 สิงหาคม 2535
    เสด็จฯ เยือนกรุงพนมเปญ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
  • วันที่ 8 มกราคม 2536
    เสด็จฯ เยือนโรงพยาบาลและโรงเรียนในจังหวัดเกาะกง (เสด็จฯ โดยเรือหลวงกระบุรีจากจังหวัดตราด)
  • วันที่ 12 - 18 มกราคม 2536
    เสด็จฯ เยือนกัมพูชา เพื่อทอดพระเนตรและศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกัมพูชาในกรุงพนมเปญและเมืองเสียมราฐในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
  • วันที่ 1 - 2 สิงหาคม 2539
    เสด็จฯ นำคณะนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เยือนกัมพูชา เพื่อศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในเมืองเสียมราฐ
  • วันที่ 22 มิถุนายน 2542
    เสด็จฯ นำคณะนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เยือนกัมพูชา เพื่อศึกษาปราสาทบันเตียชมาร์ นครวัด นครธมและปราสาทบายน
  • วันที่ 7 - 11 กุมภาพันธ์ 2543
    เสด็จฯ เยือนจังหวัดเสียมราฐ และจังหวัด กำปงธม เพื่อศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกัมพูชา
  • วันที่ 15 - 16 พฤศจิกายน 2543
    เสด็จฯ นำคณะกรรมการมูลนิธิอานันทมหิดล เยือนกัมพูชา เพื่อศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ
  • วันที่ 16 - 18 พฤษภาคม 2544
    เสด็จฯ เยือนกรุงพนมเปญ เพื่อเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ
  • วันที่ 16 - 17 กรกฎาคม 2544
    เสด็จฯ เยือนกรุงพนมเปญในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาลกัมพูชา
  • วันที่ 21 - 22 พฤษภาคม 2545
    เสด็จฯ เยือนกัมพูชาเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทอดพระเนตรโครงการโรงเรียนพระราชทาน (โรงเรียนมัธยมกัมปงเฌอเตียล อำเภอสมโบร์ไพรกุก จังหวัดกัมปงธม)
  • วันที่ 9 - 10 พฤศจิกายน 2548
    เสด็จฯ เยือนกัมพูชา เพื่อพระราชทานโรงเรียนมัธยมกัมปงเชอเตียล อำเภอสมโบร์ไพรกุก จังหวัดกัมปงธม
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
  • วันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2536
    เสด็จฯ เยือนจังหวัดพระตะบองและกรุงพนมเปญ เพื่อนำคณะแพทย์ไปตรวจรักษาประชาชนชาวกัมพูชา และบรรยายสรุปเกี่ยวกับแผนอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา
รัฐบาล
รัฐบาล (ระหว่างปี 2544 - 2555)
นายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร)
  • วันที่ 18 - 19 มิถุนายน 2544
    เยือนกรุงพนมเปญ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
  • วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2545
    เยือนกรุงพนมเปญ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 1 และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 8
  • วันที่ 31 พฤษภาคม 2546
    เยือนเมืองเสียมราฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุม
คณะรัฐมนตรีร่วมไทย – กัมพูชา
  • วันที่ 10 สิงหาคม 2549
    เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรี (พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์)
  • วันที่ 15 ตุลาคม 2549
    เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
นายกรัฐมนตรี (นายสมัคร สุนทรเวช)
  • วันที่ 3 - 4 มีนาคม 2551
    เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
นายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)
  • วันที่ 12 มิถุนายน 2552
    เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
  • วันที่ 16 - 17 พฤศจิกายน 2553
    เข้าร่วมการประชุม ACMECS Summit ที่กรุงพนมเปญ
นายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)
  • วันที่ 15 กันยายน 2554
    เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ (ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง)
  • วันที่ 2 - 4 เมษายน 2555
    เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 20 ที่กรุงพนมเปญ
  • กรกฎาคม 2555
    ร่วมการประชุม US-ASEAN Business Forumที่เสียมราฐ
  • ตุลาคม 2555
    เข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระวรราชบิดา
  • พฤศจิกายน 2555
    ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กัมพูชา
  • กุมภาพันธ์ 2556
    เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระวรราชบิดา
รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 29 - 30 ธันวาคม 2554
    เดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556
    ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระวรราชบิดาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
  • กรกฎาคม 2556
    ร่วมพิธีศพของอกญามหาภักดีสโปริสโภคาธิบดี ฮุน เนียง บิดาฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

การเยือนที่สำคัญ ฝ่ายกัมพูชา

พระราชวงศ์
พระราชวงศ์ (ระหว่างปี 2535 - 2555)
พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา
  • วันที่ 11 - 14 มิถุนายน 2549
    เสด็จฯ เยือนประเทศไทยเพื่อทรงเข้าร่วมงานฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัฐบาล
รัฐบาล (ระหว่างปี 2544 - 2555)
นายกรัฐมนตรี (สมเด็จฯ ฮุน เซน)
  • วันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2544
    เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 31 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2546
    เยือนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย – กัมพูชา
  • วันที่ 13 - 14 พฤษภาคม 2548
    เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
  • วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552
    เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ชะอำ-หัวหิน
  • วันที่ 10 - 12 เมษายน 2552
    เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่พัทยา
  • วันที่ 23 - 25 ตุลาคม 2552
    เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่ชะอำ-หัวหิน
รัฐมนตรี
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
    เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงมหาดไทยทั้งสองฝ่าย
  • รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
    เดินทางเยือนไทยระหว่าง 25-26 ธันวาคม 2555 เพื่อเข้าร่วมการประชุม JC ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพฯ


ปรับปรุงล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2557