ข่าวเด่น

สำรวจ Tang West Market โอกาสการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในนครซีอาน

05 Aug 2016   Views 14519

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองซีอาน

บีไอซีซีอานพาท่านผู้ชมไปสำรวจ The Tang West Market ตลาดการค้าบนเส้นทางสายไหมโบราณที่ถูกพลิกฟื้นโดยรัฐบาลมณฑลส่านซี พร้อมศึกษาโอกาสของวิสาหกิจไทยใน Tang West Market

ประวัติความเป็นมาของ The Tang West Market

 
พื้นที่ปัจจุบันของ The Tang West Market นั้น เดิมเป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่มีความรุ่งเรืองในสมัยราชวงส์สุยและถัง บนพื้นที่กว่า 4,800 หมู่ (ราว 2,142 ไร่) ตลาดแห่งนี้ได้กลายเป็นสะพานแห่งอารยธรรมที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม วิถีชีวิตและองค์ความรู้ต่าง ๆ ระหว่างอารยธรรมตะวันตกและตะวันออก โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์ถังของจีน (ราวศตวรรษที่ 7-9) ถือเป็นช่วงที่เส้นทางการค้าดังกล่าวรุ่งโรจน์ที่สุด สินค้าที่เป็นที่นิยมแลกเปลี่ยนซื้อขายกันในยุคนั้น ได้แก่ สินค้าจำพวกเพชรพลอย เครื่องหอม หินสี อินทผาลัม องุ่นแห้งจากอารยธรรมตะวันตก และผลิตภัณฑ์จำพวกใบชา ผ้าไหม และประดิษฐกรรมต่าง ๆ อาทิ เทคนิคการทำกระดาษ การผลิตเข็มทิศ การผลิตดินระเบิด การผลิตเครื่องเคลือบดินเผาจากอารยธรรมจีนก็ได้แพร่หลายไปสู่พื้นที่ต่างๆ บนเส้นทางสายไหมและได้สร้างคุณูปการแก่อารยธรรมของโลกจวบจนปัจจุบัน
ภายหลังการขุดค้นพบโบราณสถานและโบราณวัตถุสมัยโบราณ อาทิ ทางเดิน สะพานและวัตถุเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบริเวณพื้นที่ The Tang West Market ในปี 2003 ซึ่งเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนนั้น รัฐบาลมณฑลส่านซีได้อนุมัติให้รัฐบาลนครซีอานเวนคืนที่ดินผืนดังกล่าว เพื่อใช้ก่อสร้างโครงการ The Tang West Market โดยมีรูปแบบและการตกแต่งที่มีความคล้ายคลึงกับรูปแบบอาคารในสมัยโบราณ

The Tang West Market ในปัจจุบัน


The Tang West Market เป็นโครงการลงทุนของรัฐบาลนครซีอานภายใต้ชื่อ“皇城复兴计划” (Imperial revival plan) ด้วยงบประมาณกว่า 8,000 ล้านหยวน ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรรัฐวิสาหกิจ Datang Xishi Cultural Industry Investment Group(大唐西市文化产业投资集团)The Tang West Market ประกอบด้วยพื้นที่การค้า โรงแรม ถนนสายวัฒนธรรมและที่ทำการสำนักงาน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,600 หมู่ (ราว 714 ไร่) โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่
1) ตรอกการค้าและการท่องเที่ยว (The Tang West Market trade and travel block)
เป็นพื้นที่การค้าที่จำลองรูปแบบมาจากย่านการค้ายุคโบราณของอารยธรรมเอเชียตะวันออกไกล (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี) ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดหรือต้นทางเส้นทางสายไหม โดยตรอกฯ ดังกล่าว มีความยาวทั้งสิ้น 830 เมตร ประกอบด้วยร้านอาหารและร้านค้าต่าง ๆ จาก 3 ประเทศ อาทิ ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านชาจีน และร้านจำหน่ายข้าวของเครื่องใช้จากประเทศเกาหลีใต้
2) ถนนสายวัฒนธรรมเส้นทางสายไหม (The Silk Road Cultural Street)
เป็นพื้นที่ที่จัดให้แก่วิสาหกิจจากกลุ่มประเทศบนเส้นทางสายไหมและมีการตกแต่งพื้นที่ตามลักษณะพิเศษของประเทศนั้น ๆ อาทิ การนำนครวัดมาใช้เป็นแนวคิดในการตกแต่งโซนประเทศกัมพูชา  การนำบรรยากาศเมืองเวนิซและกรุงโรมมาใช้เป็นแนวคิดในการตกแต่งโซนประเทศอิตาลี การจำลองเจดีย์ห้าชั้นของวัดโฮรีว (Horyuji) ที่เป็นวัดพุทธศาสนาในไว้ในโซนประเทศญี่ปุ่น ส่วนในโซนของประเทศไทยนั้น มีการนำเอกลักษณ์ความเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนามาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบตกแต่ง อาทิ การจำลองรูปเศียรพระในต้นไม้ หน้าวิหารเล็ก วัดพระศรีมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  การออกแบบซุ้มประตูหน้าต่างให้เหมือนซุ้มประตูหน้าต่างทรงมณฑปของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
3) โซนการค้าสมัยใหม่
เปิดเป็นพื้นที่เช่าแก่ร้านค้า Modern Trade ทั่วไปและเปิดให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว และมีการสร้าง “จุดนัดพบ” ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก China National Tourist Attraction ให้เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวที่สำคัญ ระดับ 4 ดาวของประเทศ

การสำรวจพื้นที่การค้าและแนวทางส่งเสริมการลงทุน

เจ้าหน้าที่ The Tang West Market กล่าวว่า The Tang West Market กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงพื้นที่การค้าเฟสที่ 1 มีการขยายพื้นที่และจัดกลุ่มวิสาหกิจใหม่ ซึ่งจะใช้ระยะเวลา 1-2 ปี และอยู่ในระหว่างการขยายพื้นที่โครงการเฟสที่ 2 เพื่อรองรับปริมาณร้านค้าและกิจกรรมการลงทุนจากประเทศกลุ่มยุโรปในอนาคต
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจฯ ได้สอบถามเพิ่มเติมถึงสภาวะการลงทุนในโซนประเทศไทยที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ The Tang West Market แจ้งว่า พื้นที่ในโซนถนนสายวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมของ The Tang West Market เริ่มเปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายน 2013 ในโซนประเทศไทยมีการลงทุนจากผู้ประกอบการชาวไทย ประกอบด้วยร้านอาหารและร้านขายสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองของไทย ซึ่งที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีพอสมควร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมถึงการพิจารณาลงทุนของวิสาหกิจต่างประเทศว่า ที่ผ่านมา The Tang West Market ประสบปัญหาในการคัดเลือกผู้ประกอบการและผู้ประกอบการไม่มีประสบการณ์การลงทุนในต่างแดน รวมถึงความไม่เชื่อมั่นในชื่อเสียงของ The Tang West Market เนื่องจากเป็นโครงการที่เพิ่งเปิดใหม่ และสินค้าบางกลุ่มยังไม่ตอบสนองต่อรสนิยมของชาวส่านซีและนักท่องเที่ยวเท่าที่ควร และเสนอว่าหน่วยงานของรัฐบาลไทยควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้มีสินค้าและบริการที่ดีมีมาตรฐานเข้ามาลงทุนในโซนประเทศไทยนี้ และ สกญ.ฯ เป็นหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ประสานระหว่างหน่วยงานจีนและวิสาหกิจไทยได้ ทั้งนี้เมื่อ The Tang West Market ดำเนินการปรับปรุงและขยายพื้นที่โครงการแล้วเสร็จ จะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน (อาทิ ส่วนลดด้านภาษี การสนับสนุนอาคารทำการ) ให้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจฯ ทราบเพื่อประชาสัมพันธ์ให้แก่หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในการแนะนำข้อมูลและคัดเลือกวิสาหกิจที่จะลงทุนในพื้นที่ต่อไป
เนื่องจาก Tang West Market ได้รับการพัฒนาจากรัฐบาลให้เป็น landmark สำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนครซีอาน โดยมีปริมาณของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดและเทศกาลสำคัญประมาณ 20,000-30,000 คน/ วัน ธุรกิจสินค้าและบริการของไทยที่น่าสนใจลงทุนใน Tang West Market ได้แก่
1. ธุรกิจประเภทร้านอาหาร
- ร้านอาหารไทย  ธุรกิจร้านอาหารไทยยังมีโอกาสเติบโตเนื่องจากได้รับความนิยมจากชาวจีน โดยกลุ่มลูกค้าหลักของร้านอาหารไทยในจีนสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มคนวัยทำงานที่มีรายได้ค่อนข้างสูง กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมลองบริโภคอาหารต่างชาติ และกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจีน จึงนับเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยที่จะลงทุนประกอบกิจการร้านอาหารไทยในนครซีอานเ นื่องจากปัจจุบันชาวซีอานมีความรู้ความเข้าใจในประเทศไทยมากขึ้นผ่านละคร ภาพยนตร์ไทยรวมไปถึงผ่านการประชาสัมพันธ์ ประเทศไทย ของ สกญ. ฯ อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการไทยสามารถนำบรรยากาศและบริการที่สื่อถึงความเป็นไทยมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นจุดขาย อีกทั้งยังสามารถปรุงรสอาหารที่มีรสชาติดั้งเดิมแบบไทยมากขึ้นเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าชาวจีนที่เปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติและที่มีเคยประสบการณ์เที่ยวเมืองไทย ร้านอาหารไทยที่จำหน่ายอาหารชุดประหยัดหรือเป็น Set menu ถือเป็นไอเดียที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกทานอาหารได้ง่ายขึ้นและสะดวกรวดเร็วในการจัดเตรียมอาหาร
- ร้านกาแฟไทย (Thai Coffee shop) ปัจจุบัน ชาวจีนรุ่นใหม่นิยมดื่มกาแฟมากขึ้นตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟชั้นนำจากตะวันตกขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ถึงแม้ไทยจะไม่ใช่ประเทศ    ผู้ส่งออกเมล็ดกาแฟรายใหญ่ของโลกอย่างประเทศบราซิลหรือเวียดนาม แต่ไทยเรามีสูตรกาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่นใดในโลก โดยเฉพาะกาแฟไทยที่เอกลักษณ์เฉพาะตัวจากโครงการต่าง ๆ หรือกาแฟจากทางภาคเหนือ หรือกาแฟสูตรพิเศษต่าง ๆ อาทิ กาแฟลดความอ้วน กาแฟเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ การเปิด Thai Coffee shop จึงเป็นอีกทางเลือกของการลงทุนที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสนใจ
2. ธุรกิจร้านขายสินค้าไทย
ด้วยกระแสนิยมไทยของชาวจีนในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นที่รู้จักของชาวจีนที่เคยเดินทางไปเที่ยวใน ประเทศไทย และรู้จัก ประเทศไทย ผ่านละคร ภาพยนตร์และเพลงไทย ส่งผลให้เกิดความประทับใจต่อภาพลักษณ์และรู้สึกชื่นชอบประเทศไทยมากขึ้น สินค้าไทยจึงมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการในกลุ่มชาวจีน โดยสินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่
สินค้าอาหาร 
- อาหารไทยแปรรูป อาทิ ผลไม้อบกรอบ ธัญพืชอบกรอบ ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้ไทย 
เครื่องปรุงอาหารแบบกึ่งสำเร็จรูป อาทิ น้ำแกงพร้อมปรุง อาหารไทยกึ่งสำเร็จรูป/พร้อมทาน อาทิ แกงบรรจุกระป๋อง ส้มตำ ขนมหวานพร้อมทาน เป็นต้น 
- อาหารแปรรูปแบบออร์แกนิกส์/ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาทิ น้ำมันรำข้าวบรรจุแคปซูล 
- สินค้าหัตถกรรมไทยเพื่อตกแต่งบ้าน ชาวจีนชื่นชอบสินค้าหัตถกรรมไทยเป็นพิเศษ เพราะความมีเอกลักษณ์แบบไทยที่ไม่เหมือนกันสินค้าจีนและสินค้านำเข้าจากประเทศอื่น ๆ ประกอบกับสินค้าไทยมีความสวยงามและปราณีต และปัจจุบันชาวจีนนิยมหันมาตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง โดยสินค้าหัตถกรรมไทยที่มีโอกาสในการทำตลาดของตกแต่งบ้านชาวจีน ได้แก่ สินค้างานไม้ต่าง ๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้ งานไม้แกะสลักสำหรับตั้งโชว์หรือแขวนผนัง  เนื่องจากประเทศจีนมีกฏหมายห้ามตัดต้นไม้ในประเทศ ทำให้ผลิตภัณฑ์งานฝีมือจากไม้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้มีรายได้สูงซึ่งแสดงออกถึงรสนิยมและความมีฐานะ
สินค้าที่เน้นประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติและรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ รองเท้าผ้าฝ้ายใช้เดินในบ้าน สินค้าของใช้ เครื่องเรือน เครื่องจักสานจากวัสดุธรรมชาติ เช่นผักตบชวา เนื่องจากปัจจุบัน ชาวจีนเริ่มหันมาใส่ใจกับการรักษาสุขภาพและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเผชิญกับมลภาวะ
และกระแสข่าวสินค้าจีนที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้ชาวจีนที่มีกำลังซื้อในปัจจุบันให้ความสำคัญต่อคุณภาพและมาตรฐานของสินค้ามากกว่าราคา 
ของขวัญและของชำร่วยของไทย ในอดีต ชาวจีนนิยมซื้อของขวัญให้บุคคลต่าง ๆ เป็นสินค้าประเภทชา บุหรี่หรือเหล้า แต่ปัจจุบัน ชาวจีนมีแนมโน้มซื้อของขวัญของชำร่วยที่มีลักษณะเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของไทย มีดีไซน์ที่ดีและมีเสน่ห์เชิงวัฒนธรรม อาทิ เครื่องเบญจรงค์ หรือแม้กระทั่งของเล่นไม้ ที่ชาวจีนนิยมซื้อเป็นของขวัญให้แก่เด็ก ภายหลังสินค้าของเล่นจีนเองมีข่าวเรื่องความไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพเด็กจนถูกตีกลับจากสหภาพยุโรป

บทสรุป

The Tang West Market ถือเป็นตัวอย่างการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดการผสมผสาน “การพาณิชย์เชิงวัฒนธรรม” เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าให้แก่การท่องเที่ยวของนครซีอาน ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งนี้ การที่ The Tang West Market ได้นำแนวคิดเส้นทางสายไหมมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ส่งผลให้เกิดโอกาสทางด้านการค้าและการลงทุนที่ดีและสร้างสรรค์ ซึ่งผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาใช้โอกาสของการเป็นประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมทางทะเลเข้าไปลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับใช้ประโยชน์จากศักยภาพของความเป็นเมืองใหญ่ของนครซีอานในภูมิภาคจีนตะวันตกเฉียงเหนือขยายโอกาสการค้าและการลงทุนไปยังพื้นที่มณฑลใกล้เคียงได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้หากผู้ประกอบไทยสนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.tangwestmarket.com/ เพื่อติดตามพัฒนาการและนโยบายด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้องต่อไป