ข่าวเด่น

มารู้จัก Titanium Valley เมืองเป่าจี มณฑลส่านซี

05 Aug 2016   Views 5764

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองซีอาน

ไทเทเนียม (Titanium dioxide : TiO2) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่มีโครงสร้างเป็นโลหะที่สมบูรณ์ (most abundant structural metal) เป็นลำดับที่ 4 รองจาก อลูมิเนียม เหล็กและแมกนีเซียม มีความแข็งกว่าอลูมิเนียม 2 เท่า มีน้ำหนักเบากว่าเหล็ก 1 เท่า ไม่เกิดสนิม ไม่เป็นสื่อแม่เหล็ก สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ และมีความยืดหยุ่นสูง แหล่งที่มาของแร่ไทเทเนียมสามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) กลุ่ม Rutile มีปริมาณราวร้อยละ 8 ของปริมาณแร่ไทเทเนียมทั้งโลก มักนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมลวดเชื่อมเหล็ก, ทำโลหะผสม, ทำ porcelain ให้เป็นสีเหลือง, ทำสี (paint pigment) และ (2) กลุ่ม ilmenite ซึ่งผลสำรวจจาก United State Geological Survey, USGS ระบุว่า ไทเทเนียมจากกลุ่ม ilmenite มีอยู่มากถึงร้อยละ 98 และประเทศจีนเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองแร่ไทเทเนียมในกลุ่ม ilmenite มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ข้อมูลจาก USGS ระบุว่าในปี 2014 จีนมีปริมาณสำรองแร่ไทเทเนียมมากถึง 200 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28.57 ของปริมาณสำรองแร่ไทเทเนียมจากกลุ่ม ilmenite ทั่วโลก

      

การผลิตหรือสกัดไทเทเนียมออกจากแร่หรือสารประกอบในปัจจุบัน สามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่นิยมทำในวงการอุตสาหกรรมการผลิตโลหะได้แก่ กระบวนการ Kroll process ซึ่งจำแนกออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ การสกัด, การทำให้บริสุทธิ์, การผลิตไทเทเนียมพรุน (Sponge Production) และการเตรียมอัลลอย (ไทเทเนียมในรูปแบบก่อนโลหะพรุนจะถูกผสมโลหะหลากหลายชนิดลงไปเพื่อเตรียมทำเป็นไทเทเนียมอัลลอย หลังจากนั้นจะผ่านกระบวนการบีบอัดให้มีขนาดเล็กและเชื่อมเข้าด้วยกันและจะถูกส่งต่อไปยังบริษัทเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ต่อไป)

ประโยชน์ของไทเทเนียม

ไทเทเนียมมีคุณลักษณะเฉพาะจึงทำให้ในปัจจุบันไทเทเนียมไดออกไซด์ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย อาทิ

- ใช้ผสมในเครื่องสำอาง ครีมกันแดด เนื่องจากมีระดับความเป็นพิษต่อผิวหนังต่ำ, ทึบแสงและสะท้อนหักเหแสงยูวีได้ดีและมีน้ำหนักเบา

- ใช้ผลิตเป็นชิ้นส่วนทางการแพทย์ อาทิ เครื่องกระตุ้นหัวใจ ข้อเข่าเทียม เนื่องจากทนต่อการกัดกร่อน

- ใช้เป็นสารดูดซับของเสียหรือมลพิษทางน้ำและอากาศ

- ใช้ผลิตเป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เนื่องจากมีค่าความต้านทานไฟฟ้าสูงและมีความคงที่ทางไฟฟ้า

- ใช้ในอุตสาหกรรมสีและการเคลือบผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สามารถยึดเกาะและเคลือบติดผิวง่าย

อุตสาหกรรมไทเทเนียมในประเทศจีน

ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ประเทศจีนมีปริมาณสำรองของแร่ไทเทเนียมมากที่สุดในโลก รัฐบาลจัดให้แร่ไทเทเนียมปฐมภูมิ (Primary titanium ore) เป็นกลุ่มแร่ที่มีความสำคัญมากของประเทศ ข้อมูลจากกรมสถิติเผยว่าในปี 2014 มณฑลที่มีปริมาณแร่ไทเทเนียมมากที่สุดได้แก่ มณฑลเสฉวน ซึ่งมีปริมาณแร่ไทเทเนียมประมาณ 198.87 ล้านตัน หรือกว่าร้อยละ 99.43 ของปริมาณแร่ไทเทเนียมทั้งหมดของจีน นอกจากนี้ยังพบแหล่งแร่ไทเทเนียมกระจายอยู่ในมณฑลหูเป่ย ซานตง ส่านซีและเหอเป่ย

มณฑลส่านซีกับอุตสาหกรรมไทเทเนียม

ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจเกิดความสงสัยว่าเพราะเหตุใดมณฑลส่านซีจึงให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมไทเทเนียมทั้งที่มณฑลส่านซีมีปริมาณแร่ดังกล่าวในพื้นที่อยู่น้อยมาก วันนี้ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “Titanium Valley of China” แห่งแรกและแห่งเดียวของจีน ที่เมืองเป่าจี มณฑลส่านซี

ความเป็นมาของ Titanium Valley เมืองเป่าจี มณฑลส่านซี

ผู้อ่านหลายๆ ท่าน อาจเคยทราบว่า มณฑลส่านซีได้รับการสนับสนุนให้เป็นพื้นที่หลักสำหรับการพัฒนาและวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในจีนตะวันตก การมีสถาบันการศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายแห่ง และมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคของรัฐบาล ทำให้มณฑลส่านซีเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศรวมทั้งได้รับการอนุมัติให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไทเทเนียมที่สำคัญของประเทศ

ภายหลังการอนุมัติจากกระทรวงวิทยาศาสตร์แห่งชาติเมื่อปี 2007 ให้ “เมืองแห่งไทเทเนียม” ที่เมืองเป่าจี มณฑลส่านซีเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของมณฑล ต่อมาได้รับการยกระดับเป็น “ฐานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีวัสดุไทเทเนียมระดับชาติ” (National high-tech industrial base titanium material) และมีกลุ่มรัฐวิสาหกิจ BaoTi Group(宝钛集团)เป็นผู้นำในด้านการผลิตและวิจัยผลิตภัณฑ์จากไทเทเนียม



การแปรรูปไทเทเนียม

ฐานอุตสาหกรรมฯ ดังกล่าวยังได้รับการพัฒนาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างสรรค์ ปี 2013 เขตฯ ได้รับการอนุมัติให้เป็น 1 ใน 8 พื้นที่นำร่องทางสิทธิบัตรระดับประเทศชุดแรก โดยได้วิจัยและผลิตสินค้าจากไทเทเนียมเพื่อใช้ในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ อาทิ หมวกกันกระสุน หมวกกันน็อค เครื่องกระตุ้นหัวใจ ข้อเข่าเทียม นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตอากาศยานชั้นนำของโลก The Boeing ในการวิจัยและประดิษฐ์ชิ้นส่วนอากาศยาน ปี 2015 เมืองเป่าจีได้รับการสนับสนุนให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมไทเทเนียมแห่งชาติและงานแสดงสินค้าจากไทเทเนียมด้วย โดยมีหน่วยงานที่เชี่ยวชาญจำนวน 121 รายเข้าร่วม อาทิ สถาบันวิศวกรรมแห่งชาติ กรมควบคุมคุณภาพ สมาพันธ์อุตสาหกรรมโลหะแห่งชาติและวิสาหกิจผู้ผลิตแร่ไทเทเนียมและผลิตภัณฑ์จากไทเทเนียมทั่วประเทศ นอกจากจะเป็นเวทีประชาสัมพันธ์นวัตกรรมและสินค้าจากไทเทเนียมของจีนแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการเป็นเมืองแห่งไทเทเนียมของเมืองเป่าจี มณฑลส่านซีที่รัฐบาลกลางเร่งสนับสนุนอีกด้วย



เมืองเป่าจี เจ้าภาพการจัด China Titanium annual conference 2015 และ China Titanium Valley (Baoji) Products Trade Fair 2015

ปัจจุบัน ฐานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีวัสดุไทเทเนียมแห่งนี้ มีวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมโลหะและ   การผลิตวัสดุเข้ามาลงทุนแล้วกว่า 443 กิจการ และผลงานสิทธิบัตรทั้งสิ้นกว่า 237 ชิ้น และส่งออกผลิตภัณฑ์ไทเทเนียมไปยังสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปกว่า 10 ประเทศ 

ก้าวไปอีกขั้นด้วย “ศูนย์ซื้อขายไทเทเนียม” (Titanium Valley Nonferrous Metal Exchange Center) ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิตอล

ปัจจุบันนอกเหนือจากการเป็นฐานการผลิตและวิจัยผลิตภัณฑ์ไทเทเนียมที่สำคัญของมณฑลส่านซีและของประเทศแล้ว เมืองเป่าจีได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้ง “ศูนย์ซื้อขายไทเทเนียม” เพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าไทเทเนียมครบวงจร พร้อมทั้งสร้างช่องทางการซื้อขายไทเทเนียมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.chnti.net ซึ่งบรรจุข้อมูลผู้ค้าและราคาการซื้อขายไทเทเนียมและแร่สำคัญๆ ชนิดอื่นๆ (ไนโอเบียม, แทนทาลัมและอลูมิเนียม) แบบ real time พร้อมบริการจัดส่งสินค้าไปยังผู้รับอีกด้วย


เว็บไซต์ศูนย์ซื้อขายไทเทเนียม (Titanium Valley Nonferrous Metal Exchange Center)
ศูนย์ฯ ดังกล่าวมีปริมาณการซื้อขายในปี 2015 มากกว่า 14,500 ล้านหยวน ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 จากปี 2014

โอกาสความร่วมมือกับประเทศไทย

ไทเทเนียม เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของพวกเราเพิ่มมากขึ้น หลายท่านอาจจะคาดไม่ถึงว่าปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าแร่ไทเทเนียมมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ (1) การนำไทเทเนียมไดออกไซด์ผสมกับนาโนเทคโนโลยี เป็นผลิตภัณฑ์ยารักษาแผลสดในสัตว์เลี้ยง เนื่องจากมีคุณสมบัติที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและออกฤทธิ์นาน (2) การนำมาเคลือบบนแผ่นฟอกอากาศ/แผ่นกำจัดกลิ่น เนื่องจากสามารถกำจัดโมเลกุลของสารอินทรีย์ในอากาศได้ดี ตามข้อมูลจาก www.gotoknow.org (3) การนำมาเคลือบฟิล์ม/กระจกกรองแสง เนื่องจากสามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสง
    
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของไทยที่นำเอาไทเทเนียมมาเป็นส่วนผสม

  
การพัฒนาอวัยวะเทียมจากไทเทเนียมอัลลอยด์ในวงการแพทย์ไทย อาทิ กระดูกเทียม รากฟันเทียม เป็นต้น
เมื่อต้นปี 2559 หน่วยออร์โธปิดิกส์ รพ. พระมงกุฎเกล้าร่วมกับ ภาควิศวกรรมโลหะการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ร่วมพัฒนากระดูกเทียม จากโลหะไทเทเนียมด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำเร็จเป็นรายแรกของโลก
(ภาพจาก www.matichon.co.th)

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านโลหะ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) โดยมีหน่วยวิจัยเฉพาะด้าน อาทิ หน่วยพัฒนาเทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะ เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการไทเทเนียมเพื่อนำมาผลิตเป็นอุปกรณ์ที่ต้องการความเบา ทนทานต่อการสึกกร่อนที่มากขึ้น โดยเฉพาะในวงการแพทย์ที่มีความร่วมมือกับภาควิชาวิศวกรรมโลหะการ/ สถาบันนาโนเทคโนโลยีของสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนอวัยวะเทียมสำหรับผู้ป่วยรวมถึงการวิจัยเพื่อพัฒนาอุปกรณ์ทางการทหาร อาทิ อุปกรณ์ป้องกันกระสุน ชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องกล เป็นต้น อย่างไรก็ดี จากการสำรวจข้อมูลการใช้แร่ไทเทเนียมจากสำนักงานสถิติแห่งชาติไม่ปรากฎข้อมูลการใช้แร่ไทเทเนียมในประเทศไทย สันนิษฐานได้ว่าปริมาณการใช้งานยังไม่มากและยังไม่แพร่หลายรวมทั้งการผลิตวัสดุอุปกรณ์จากไทเทเนียมยังจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีชั้นสูงและใช้ต้นทุนจำนวนมาก

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าประเทศจีนมีความตื่นตัวและพยายามพัฒนาช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคอยู่เสมอ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน เห็นว่าวิสาหกิจไทยอาจพิจารณาใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าด้าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมณฑลส่านซีผ่านการศึกษาดูงานในวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องหรือการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันได้ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนในตลาดวัตถุดิบชั้นรอง จากประเทศจีนเพื่อลดต้นทุนสินค้า แต่ขณะเดียวกันก็ยังได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการผลิตด้วย


ข้อมูลอ้างอิง

1. http://minerals.usgs.gov/minerals/pubs/commodity/titanium/670400.pdf

2. http://minerals.usgs.gov/minerals/pubs/commodity/titanium/mcs-2016-titan.pdf

3. http://minerals.usgs.gov/minerals/pubs/commodity/titanium/mcs-2016-timin.pdf

4. http://www.cnmn.com.cn/ShowNews1.aspx?id=306993

5. http://www.bjgx.gov.cn/

6. http://www.dpim.go.th/laws/article?catid=121&articleid=4660

7. http://www.yousergroup.com/news/2010/5523.html

8. http://www.chnti.net/