การเมืองและเศรษฐกิจ

พัฒนาการเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน

26 Apr 2019   Views 1070 พัฒนาการเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน

ภาพ Social Media Marketing
ที่มา: 49 Station Co., Ltd. 

          จีนกำลังจะกลายเป็นมหาอำนาจทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศที่มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมากที่สุดในโลกและเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลชั้นนำของโลกและผู้สร้างเครือข่ายดิจิทัลไปทั่วโลก (Value Chain)  

          สถาบัน McKinsey Global Institute บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลกระบุว่า ในช่วงระยะเวลาเพียง 10 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 – 2016 การใช้จ่ายผ่าน e-commerce ของจีนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.6 เป็นร้อยละ 42.4 ของการใช้จ่ายผ่าน e-commerce ของทั่วโลก มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการใช้จ่ายผ่าน e-commerce ของจีนจะเพิ่มมากขึ้นแซงหน้าประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐฯ รวมกัน นอกจากนี้ ยอดการทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟนในจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 25 ในปี ค.ศ. 2013 เป็นร้อยละ 68 ในปี ค.ศ. 2016 โดยมีมูลค่า 790 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าสหรัฐ 11 เท่า 

          ธุรกิจการร่วมลงทุน (venture capital - VC) ของจีน ที่นักลงทุนเข้าไประดมทุนหรือซื้อหุ้นในกิจการสตาร์ทอัพ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี ค.ศ. 2011-2013 ธุรกิจการร่วมลงทุนของจีนมีมูลค่าเพียง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 6 ของยอดรวมทั่วโลก และเพิ่มขึ้นเป็น 77 พันล้านดอลลาร์ ในปี ค.ศ. 2014 – 2016 หรือร้อยละ 19 ของยอดรวมทั่วโลก โดยธุรกิจการร่วมลงทุนของจีนส่วนใหญ่ที่เติบโตอย่าง ก้าวกระโดดจะอยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลที่สำคัญเช่น Big data ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence – AI) เทคโนโลยีด้านการเงิน (digital technology) เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (virtual reality) ยานยนต์ไร้คนขับ (autonomous vehicles) การพิมพ์ 3 มิติ (3 D printing) หุ่นยนต์ (Robotics) โดรน (drone) ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีการลงทุนในด้านดิจิทัลติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศที่มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมากที่สุดในโลก 

          ปัจจัยที่ช่วยส่งผลให้เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนพัฒนาอย่างรวดเร็ว  
          1. ตลาดคนรุ่นใหม่ที่ใช้บริการดิจิทัลมีขนาดใหญ่ขึ้น ในปี ค.ศ. 2018 จีนมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 802 ล้านคน มากกว่าจำนวนผู้ใช้งานในสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ รวมกัน ชาวจีนส่วนใหญ่จะทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ภาคธุรกิจต่าง ๆ เริ่มปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อเตรียมกลยุทธ์ให้ทันต่อพัฒนาการในโลกยุคดิจิทัล เช่น การปรับรูปแบบธุรกิจให้พร้อมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การพัฒนาแพลทฟอร์ม การชำระเงินแบบ E-payment การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค และการผนวก Big Data Cloud Computing กับ AI  
          2. การสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลของบริษัทดิจิทัลยักษ์ใหญ่ของจีน บริษัท Baidu, Alibaba และ Tencent ( BAT) ได้พัฒนาระบบดิจิทัลโดยการสร้างแอปพลิเคชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค ในปี ค.ศ. 2016 BAT มีสัดส่วนของธุรกิจการร่วมลงทุนสูงถึงร้อยละ 42 ซึ่งมากกว่าการลงทุนร่วมกันระหว่าง Amazon, Facebook, Google และ Netflix ในสหรัฐฯ ซึ่งมีสัดส่วนพียงร้อยละ 5 นอกจากนี้ BAT ยังได้ขยายธุรกิจออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ส่งผลให้รายได้ของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้เติบโตได้อย่างโดดเด่น ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนที่เริ่มพัฒนาระบบดิจิทัล เช่น Xiaomi, NetEase และ Ping An  
          3. รัฐบาลจีนเป็นทั้งผู้สนับสนุนหลักและผู้บริโภค รัฐบาลจีนให้พื้นที่สำหรับผู้ผลิตด้านดิจิทัลใช้ประโยชน์ ในการทดสอบนวัตกรรมใหม่ ๆ และเริ่มมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการพัฒนารูปแบบดิจิทัล โดยได้ออกนโยบายเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจนี้ เช่น มาตรการ Made in China 2025 และ Internet Plus เพื่อกระตุ้นการรวมตัวของเทคโนโลยีและภาคการผลิต นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังเป็นผู้บริโภคด้านดิจิทัลสำคัญเพื่อปรับปรุง การให้บริการประชาชนในรูปแบบของ E-government ซึ่งจากสถิติเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2018 ผู้ใช้บริการระบบออนไลน์ของภาครัฐมีจำนวน 470 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 58.6 ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั่วประเทศจีน ซึ่งประชาชนเหล่านี้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลที่มีจำนวน 19,868 เว็บไซต์ และบัญชี Weibo จำนวน 137,677 บัญชี 

 * * * * *