ภาพที่ 1: ท่าเรือฮ่องกง 
ที่มา: Construction-Post.com (2015)
" />
การเมืองและเศรษฐกิจ

ฮ่องกงตกอันดับ 1 ใน 5 “ท่าเรือที่มีปริมาณการขนถ่ายสินค้ามากที่สุดในโลก”

19 Mar 2019   Views 1651 ฮ่องกงตกอันดับ 1 ใน 5 “ท่าเรือที่มีปริมาณการขนถ่ายสินค้ามากที่สุดในโลก”

ที่มา: Construction-Post.com (2015)

     ตลอดหลายปีที่ผ่านมาของทศวรรษที่ 1990 ท่าเรือฮ่องกงได้ชื่อว่าเป็นท่าเรือที่เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและมีศักยภาพแห่งเดียวในจีนตอนใต้มามากกว่า 1 ทศวรรษ และเป็นท่าเรือที่มีการขนถ่ายสินค้ามากที่สุดในโลก เนื่องจากท่าเรือในจีนแผ่นดินใหญ่ยังมีการพัฒนาไม่มาก อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันท่าเรือฮ่องกงมีปริมาณการขนถ่ายสินค้าลดน้อยลง เนื่องจากท่าเรือในจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งท่าเรือเซินเจิ้น และท่าเรือกว่างโจวมีการขยายตัวและการลงทุนเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย จึงได้กลายมาเป็นคู่แข่งที่มีศักยภาพกับท่าเรือฮ่องกง นอกจากนี้ การขนถ่ายสินค้าโดยตรงระหว่างท่าเรือในจีนแผ่นดินใหญ่และท่าเรือต่างประเทศจะยิ่งทำให้ท่าเรือฮ่องกงสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจะยิ่งถูกพัฒนาและโรงงานต่าง ๆ จะถูกสร้างขึ้นมาในบริเวณใกล้กับท่าเรือเหล่านั้น  

     ปัจจุบันท่าเรือฮ่องกงยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกระแสการแข่งขันของท่าเรือระดับโลกและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยในปี 2561 ปริมาณการขนถ่ายสินค้าของท่าเรือฮ่องกงลดลงมาอยู่ที่ 19.64 ล้าน TEUs (Twenty-Foot Equivalent Unit) จากเดิม 21 ล้าน TEUs หรือลดลงร้อยละ 5.4 ในขณะที่ท่าเรือเซี่ยงไฮ้มีปริมาณการขนถ่ายสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 ท่าเรือกว่างโจวร้อยละ 7.1 และท่าเรือปูซานของเกาหลีใต้ร้อยละ 5.8 ส่งผลให้ท่าเรือฮ่องกงตกมาอยู่อันดับ 7 จากอันดับที่ 5 ของท่าเรือที่มีปริมาณการขนถ่ายสินค้ามากที่สุดในโลก ตามหลังท่าเรือที่เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ เซินเจิ้น หนิงโป ปูซาน และกว่างโจว และคาดว่าภายในสิ้นปี 2562 ท่าเรือชิงต่าวจะแซงหน้าท่าเรือฮ่องกงขึ้นมาเป็นอันดับ 7 ทั้งนี้ อาจเนื่องจากเหตุผลและความท้าทายต่าง ๆ ดังนี้ 

     (1) การแข่งขันการลงทุนท่าเรือที่สูงขึ้น รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของจีนได้ลงทุน ปรับปรุงท่าเรือต่าง ๆ ในแผ่นดินใหญ่เพื่อให้สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ได้ ทำให้ท่าเรือต่าง ๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่สามารถนำเข้าและส่งออกสินค้าได้โดยตรงกับต่างประเทศ โดยไม่ต้องผ่านท่าเรือฮ่องกงอีกต่อไป นอกจากนั้น ท่าเรือในจีนแผ่นดินใหญ่ สิงคโปร์ และปูซาน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่ท่าเรือฮ่องกงบริหารงานโดยภาคเอกชน จึงอาจทำให้มีข้อจำกัดในการบริหารท่าเรือ 

     (2) สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน และส่งผลกระทบต่อ เศรษฐกิจโลกและอาจส่งผลให้บริษัทของจีนย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น ๆ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือคู่แข่งของฮ่องกง เช่น ท่าเรือสิงคโปร์และท่าเรือตันจุงเปเลพาส (Tanjung Pelepas) ของมาเลเซีย ซึ่งก็จะทำให้ท่าเรือฮ่องกงตกอยู่ในฐานะที่ลำบากมากขึ้น 

     (3) การใช้เทคโนโลยีโลจิสติกส์ ปัจจุบันท่าเรือในจีนแผ่นดินใหญ่มีการใช้ระบบอัตโนมัติในการ ควบคุม/ขนส่งมากกว่าท่าเรือฮ่องกง ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วของจีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของท่าเรือ ในจีนแผ่นดินใหญ่ 

     (4) ค่าบริการ/ค่าธรรมเนียมการจอดเรือค่อนข้างสูง ท่าเรือฮ่องกงเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 2,140 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อ 1 TEU ซึ่งมากกว่าท่าเรืออันดับ 1 อย่างท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมเพียง 974 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อ 1 TEU 

     (5) จำนวนแรงงานที่มีน้อย ซึ่งแตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีแรงงานเพียงพอต่อความ ต้องการและฮ่องกงไม่สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่มาทำงานในอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือได้ ดังนั้นแรงงานส่วนใหญ่ก็จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50 ปี 

     (6) ข้อจำกัดของพื้นที่ ด้วยขนาดของท่าเรือฮ่องกงที่มีขนาดเล็ก เพียง 279 เฮกตาร์ จึงเป็นอีก หนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนา/ขยายท่าเรือฮ่องกง 

* * * * *