การเมืองและเศรษฐกิจ

การสัมมนาเรื่อง “Sharing Economy in China: Achievements, Experiences and Lessons for ASEAN Countries”

02 Nov 2018   Views 3991 การสัมมนาเรื่อง “Sharing Economy in China:  Achievements, Experiences and Lessons for ASEAN Countries”

(ที่มา; https://goo.gl/9vqK7b)                 

                 Sharing Economy หรือ “เศรษฐกิจแบ่งปัน” หมายถึง การใช้สินค้าหรือบริการร่วมกันของคนในสังคม อาจใช้ในเวลาเดียวกันหรือต่างเวลากันก็ได้ ทั้งนี้ ผู้ใช้ต้องได้รับการยินยอมจากผู้เป็นเจ้าของสินค้าหรือบริการนั้นตามที่ตกลงกัน ซึ่งอาจรวมถึงค่าใช้บริการ สินค้าที่จะแบ่งปันกันได้อาจเป็นสินค้าที่ใช้แล้ว มักเป็นสินค้าถาวรรวมถึงสินค้าทุนด้วย เช่น ที่พักอาศัย รถไถนา ทั้งนี้ เศรษฐกิจแบ่งปันทำให้เกิดความประหยัดในการใช้ทรัพยากรและเกิดความร่วมมือกันระหว่างผู้ใช้บริการ Sharing Economy จึงมีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนในยุคปัจจุบันมากขึ้น อาทิ Airbnb (การจองห้องพัก) Uber และ Mobike (รถจักรยานสาธารณะให้เช่า) เป็นต้น ซึ่งตลาด Sharing Economy ขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากในปัจจุบันที่น่าจับตามอง คือ จีน


Application ใน Smartphone ที่ให้บริการด้าน Sharing Economy (ที่มา; goo.gl/64oRhf)

                 ในการนี้ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2561 ศูนย์อาเซียน - จีน (ASEAN China Centre - ACC) กรุงปักกิ่ง ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “Sharing Economy in China: Achievements, Experiences and Lessons for ASEAN Countries” โดยมีนายหลี่ หย่งเจียน ผู้อำนวยการ Research Center of Internet Economy, National Academy of Economic Strategy, Chinese Academy of Social Sciences (CASS) เป็นผู้บรรยายสรุป และมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของจีนเข้าร่วมการสัมมนา สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
                 ในปี 2560 ตลาด Sharing Economy ของจีนมีมูลค่า 4.9 ล้านล้านหยวน (ประมาณ7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.2 จากปี 2559 โดย Sharing Economy ที่ไม่ใช่ภาคการเงินมีมูลค่า 2.1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 66.8 ปัจจุบัน จำนวนผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ Sharing Economy ในจีนมีจำนวนกว่า 700 ล้านคน เพิ่มขึ้นจำนวน 100 ล้านคนจากปี 2559 โดยเป็นผู้ให้บริการด้าน Sharing Economy ประมาณ 70 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10 ล้านคนจากปี 2559 สำหรับสาขาธุรกิจ Sharing Economy ที่มีอัตราเติบโตเร็วที่สุดในจีน 5 อันดับแรกในปี 2559 ได้แก่ (1) การให้บริการความรู้และการฝึกทักษะต่าง ๆ เติบโตร้อยละ 126.6 (2) การให้บริการในชีวิตประจำวัน เติบโตร้อยละ 82.7 (3) การให้บริการที่พักอาศัย เติบโตร้อยละ 70.6 (4) การให้บริการคมนาคม เติบโตร้อยละ 56.8 (5) การให้บริการรักษาพยาบาล เติบโตร้อยละ 48
                 บริษัทสตาร์ทอัพของจีนที่ให้บริการด้าน Sharing Economy มีจำนวน 31 แห่ง เช่น Mobike และ ofo (ผู้ให้บริการเช่าจักรยาน) และ xiaoshu (ผู้ให้บริการด้าน Bed and Breakfast หรือ B&B) ซึ่งบริษัทเหล่านี้ ได้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (unicorn startup companies) ซึ่งมีจำนวน 224 แห่งทั่วโลก
            

บริการจักรยานให้เช่าในเมืองกว่างโจว (ที่มา; https://goo.gl/RgMrqu)

                 ปัจจัยความสำเร็จของ Sharing Economy ในจีน ได้แก่ การปรับปรุงธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพ แวดล้อมของจีน การแก้ไขปัญหาทางสังคมผ่าน Sharing Economy การเน้นย้ำความสำคัญของนวัตกรรม
การพัฒนาธุรกิจแบบครบวงจร ภาครัฐมีนโยบายในการกำกับและดูแลที่เหมาะสม ราคาการให้บริการในระดับต่ำ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาคบริการของ Sharing Economy เป็นที่นิยมในจีน
                นอกจากนี้ นาย Shawn Qin ผู้แทนบริษัท Mobike ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Sharing Economy ในจีน กล่าวว่า Mobike มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งในจีนและในระดับโลก โดยได้เปิดบริการในกว่า 200 เมืองและ 19 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย ความสำเร็จของ Mobike เกิดมาจากแนวคิด “First and Last Mile” ซึ่งต้องการแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัดของจีน และเน้นการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
                แม้ว่าธุรกิจ Sharing Economy ในภาคบริการและภาคคมนาคมของจีนจะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยครอบคลุมธุรกิจอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบพฤติกรรมในการบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ดี ธุรกิจ Sharing Economy ในจีนยังเผชิญกับความท้าทายด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ รวมทั้งความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจให้มีความยั่งยืน

* * * * *

East Asia Watch
กรมเอเชียตะวันออก
ตุลาคม 2561