การเมืองและเศรษฐกิจ

บอร์กโดซ์แห่งบูรพาทิศ ทำความรู้จักเขตปกครองตนเองหงเหอ ดาวรุ่งจากมณฑลยูนนาน : โอกาสของไทยในอนาคต

05 Mar 2018   Views 3786 บอร์กโดซ์แห่งบูรพาทิศ   ทำความรู้จักเขตปกครองตนเองหงเหอ ดาวรุ่งจากมณฑลยูนนาน : โอกาสของไทยในอนาคต

               หากใครสักคนอยากลิ้มรสไวน์ ภาพแรกที่ฉายชัดขึ้นมาคงเป็นไวน์จากแถบยุโรปโดยเฉพาะไวน์จากฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อ ทว่า ดินแดนผืนป่าไผ่อย่างประเทศจีน ก็เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีศักยภาพจนได้รับการขนานนามเป็น “บอร์กโดซ์แห่งบูรพาทิศ” 
               ปัจจุบันในเขตตอนใต้ของประเทศจีน องุ่นหลายหมื่นไร่ได้ถูกนำไปแปรรูปเพื่อผลิตไวน์และกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของเมืองหมีเล่อ เขตปกครองตนเองชนชาติอาข่าและอี๋ หงเหอ ในมณฑลยูนนาน ผลผลิตองุ่นดังกล่าวมีปริมาณกว่า 1 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านหยวน (หรือประมาณ 5 พันล้านบาท) ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 13 (ปี 2559-2563) ด้านการลงทุนทางการเกษตรที่ราบสูงสมัยใหม่ และด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์แบบที่ราบสูงสลับกับที่ราบลุ่มแม่น้ำ ทำให้คอไวน์สามารถลิ้มรสไวน์แห่งบูรพาทิศท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก พร้อมกับการชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามและความหลากหลายของพืชเขตหนาว เขตอบอุ่น และเขตร้อนตามเส้นทางระหว่างเมืองต่างๆ ได้อีกด้วย ทว่า ความงดงามจากธรรมชาติที่เขตฯ หงเหอแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจจากชาวโลก ศักยภาพทางเศรษฐกิจของเขตหงเหอเห็นได้จากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2559 ที่ขยับแซงหน้าเมืองยวี่ซี ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งในมณฑลยูนนานที่เป็นแหล่งนวัตกรรมที่สำคัญและเป็นที่ตั้งของเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งชาติ (Yuxi national hi-tech industrial development zone) ดังนั้น เขตฯ หงเหอจึงได้กลายเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่น่าจับตาของนักธุรกิจอยู่ไม่น้อย
               อุตสาหกรรมการผลิตไวน์ในอำเภอหมีเล่อ เขตปกครองตนเองหงเหอ มณฑลยูนนาน ถือเป็นต้นกำเนิดของ "ยูนนานหง" ไวน์แดงของมณฑลยูนนาน ด้วยสภาพพื้นที่เพาะปลูกและสภาพอากาศที่อยู่สูงจากระดับ น้ำทะเล มีอุณหภูมิต่ำ มีแสงแดดที่เหมาะสม ทำให้ปริมาณการผลิตไวน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานทั้งหมดใช้ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) คือ การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งนี้ ความเป็นมาของอุตสาหกรรมไวน์ในอำเภอหมีเล่อเริ่มต้นจากโรงงานกลั่นเหล้าที่ไม่มีชื่อเสียง แต่ได้พัฒนาคุณภาพการผลิตจนติดอันดับ 1 ใน 5 ของบริษัทไวน์ชั้นนำของจีน มีการสร้างโรงกลั่นไวน์เพื่อรองรับการผลิตไวน์ที่ใช้ปริมาณ องุ่น 5,000 ตัน และยกระดับความสามารถในการผลิตจาก 1.45 หมื่นตัน เป็น 30,000 ตัน หากเปรียบเทียบจากข้อมูลของ FAO การผลิตไวน์ของจีนในเมืองเดียวเกือบเท่ากับการผลิตไวน์ของไทยทั้งประเทศซึ่งมีปริมาณ 31,000 ตัน/ปี บนพื้นที่เพาะปลูกองุ่น 2,700 เฮกตาร์ ทั้งนี้ การผลิตไวน์ที่เพิ่มขึ้นของจีนทำให้ยอดการขายเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แบรนด์ "ยูนนานหง" เป็นที่ยอมรับในสมาคมไวน์จีน ซึ่งเป็นสมาคมที่ได้รับการยอมรับจากฝรั่งเศส โดยได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานแสดงสินค้าสำคัญ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ 
               ตลาดไวน์ในประเทศจีนกำลังเติบโตกลายเป็นสินค้าชั้นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การวิจัยด้านอาหารและไวน์นานาชาติ (International Wine & Spirit Research: IWSR) ระบุว่า การบริโภคไวน์ในจีนจะแซงหน้าอังกฤษและฝรั่งเศส ไต่ระดับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลกในปี 2020 ตามหลังเพียงอันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เนื่องจากการเติบโตของคนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อและกระแสการซื้อขายออนไลน์ในเมืองต่าง ๆ ในจีน ล้วนเป็นปัจจัยบวกให้ตลาดไวน์ในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว
               หนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของเขตปกครองตนเองหงเหอคือความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรแร่ธาตุ เนื่องจากเขตฯ หงเหอมีปริมาณแร่ดีบุกและแร่อินเดียมสำรองมากถึง 7.8 แสนตัน และ 2,000 ตัน ตามลำดับ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ทั้งยังมีแร่แมงกานีสในปริมาณสำรอง 68 ล้านตันซึ่งมากที่สุดในมณฑลยูนนาน ขณะเดียวกัน เขตฯ หงเหอมีศักยภาพทางอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่า 60,433 ล้านหยวน เป็นสัดส่วนร้อยละ 45.2 ของ GDP ของเขตฯ หงเหอ นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเขตฯ หงเหอส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตไวน์แดงและไวน์ขาวจากองุ่นในเมืองหมีเล่อ อุตสาหกรรมการผลิตถั่วเหลืองในอำเภอเจี้ยนสุ่ยและอำเภอสือผิงและอุตสาหกรรมยาสูบของ Hongyun Honghe  การปรับตัวเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น การจัดตั้ง Honghe Comprehensive Bounded Zone  Mengzi Economic Development Zone และ Cross – Border Economic Cooperation Zone (โหอโขว่ – ลาวไกของเวียดนาม) ยังทำให้เกิดการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่มากขึ้น โดยล่าสุด Sunshine Group ได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในพื้นที่ดังกล่าวด้วย
               เมื่อกล่าวถึง Comprehensive Bonded Zone หมายถึงพื้นที่ภายในประเทศซึ่งมีสถานะเป็นด่าน/ท่า และได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นพื้นที่ที่มีท่าสินค้าทัณฑ์บนและจุดควบคุมพิเศษด้านศุลกากรภายในเนื้อที่ที่มีขอบเขตชัดเจน ซึ่งจะมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับภาษีของท่าสินค้าทัณฑ์บน นโยบายด้านเงินตราต่างประเทศ คลังสินค้าทัณฑ์บน เขตการผลิตเพื่อส่งออก เขตโลจิสติกส์ สินค้าทัณฑ์บน ดังนั้น ภายในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ การยกเว้น/ลดหย่อนภาษีเงินได้และภาษีส่งออก การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ และสิทธิการครอบครองที่ดิน ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถช่วยลดต้นทุนในการขนส่งทางเรือระหว่างเมืองเหมิ่งจื๊อและท่าเรือไฮฟองของเวียดนามเพื่อดึงดูดนักลงทุนได้อีกด้วย
               การเติบโตทางเศรษฐกิจของเขตฯ หงเหอไม่ได้มีแค่เพียงปัจจัยหนุนจากภาคอุตสาหกรรม หากแต่การขยายตัวของภาคบริการก็น่าจับตามองเช่นกัน  ในปัจจุบัน สัดส่วน GDP ของอุตสาหกรรมภาคบริการได้ขยายตัวจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 38.8 สร้างรายได้กว่า 27,461 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของ GDP รวมในเขตฯ หงเหอ  รายได้จากการท่องเที่ยวก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2559 เขตฯ หงเหอซึ่งเป็นที่ตั้งของเส้นทางรถไฟเหมิ่งจื้อ-เหอโข่วและด่านเหอโข่ว มีจำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของยูนนาน เริ่มแซงเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงของยูนนาน เช่น ต้าหลี่ ลี่เจียง และสิบสองปันนา โดยปัจจุบัน มีโครงการลงทุนด้านการท่องเที่ยวในเมืองหมีเล่อ อาทิ โครงการ East Wind Rhythm ที่เน้นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติผสมผสานกับศิลปะ โครงการ Honghe Nativeland เน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัย ย่านการค้า และเมืองโบราณ และโครงการ Huquan Lake Ecological Park ลงทุนโดย Hongyuan Honghe Group เจ้าของอุตสาหกรรมยาสูบรายใหญ่ในเขตฯ หงเหอ 
               หากพิจารณาถึงโอกาสของประเทศไทยในเขตฯ หงเหอ แม้ว่ามณฑลยูนนานจะอยู่ในฝั่งตะวันตกของจีนที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศทั้งเมียนมา ลาว และเวียดนาม จึงเป็นหนึ่งในมณฑลที่อยู่บนเส้นทางสายไหมตามยุทธศาสตร์ One Belt One Road และเป็นประตูในการเชื่อมสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ โดยยูนนานเป็นมณฑลของจีนที่ใกล้ไทยที่สุด ในปัจจุบันประชาชนของทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่ระหว่างกันอยู่เสมอ สามารถเดินทางจากด่านบ่อหานของจีนผ่านเส้นทาง R3A ถึงด่านเชียงของจังหวัดเชียงราย ในระยะทางเพียง 247 กิโลเมตร
              การค้าระหว่างไทยกับจีนตอนใต้โดยเฉพาะมณฑลยูนนานเป็นการค้าผ่านแดนเนื่องจากไม่มีพรมแดนติดต่อกัน แต่ทำเลที่ตั้งซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของเขตฯ หงเหอสำหรับการเชื่อมโยงจีนตอนใต้กับเวียดนามเหนือ และการมีพื้นฐานด้านเศรษฐกิจที่ดี จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาเพื่อดึงดูดนักลงทุน การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเหมิ่งจื้อ (เมืองเอกของเขตฯ หงเหอ) กำลังมีบริษัทชั้นนำของจีนเข้ามาเปิดโรงงานเพื่อการส่งออกหลายแห่ง จึงอาจเป็นโอกาสที่ดีต่อเอกชนไทยในการแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจอย่างหลากหลายและสามารถเติบโตไปข้างหน้าพร้อมกับเศรษฐกิจในเขตฯ หงเหอที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วได้  และเป็นไปได้ว่า แนวโน้มการขยายตัวที่ดีของเขตฯ หงเหอ บวกกับศักยภาพของจีนในการพัฒนาเทคนิคการทำไวน์ที่เพิ่มขึ้น อาจจะทำให้ไวน์จาก “บอร์กโดซ์แห่งบูรพาทิศ” กลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับนักดื่มไวน์ไทยในไม่ช้า


ที่มา : ข้อมูลจากบทความของศูนย์ข้อมูลของธุรกิจไทยในจีน 
เว็บไซต์ http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/businessopportunity/detail.php?SECTION_ID=616&ID=17792