การเมืองและเศรษฐกิจ

เกาะกระแสเศรษฐกิจโลกในแถบเอเชียแปซิฟิก ณ ไต้หวัน

22 Dec 2017   Views 5891 เกาะกระแสเศรษฐกิจโลกในแถบเอเชียแปซิฟิก ณ ไต้หวัน

               เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 Chinese Taipei Pacific Economic Cooperation Committee (CTPECC) และ Taiwan Institute of Economic Research (TIER) ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาระดับนานาชาติในหัวข้อ "การแสวงหากลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Quest for Economic Growth Engines)" ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ไทเป เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การสัมมนาฯ แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้ 

               1. การแสวงหากลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Quest for Economic Growth Engines)  นาย Fukunari Kimura, Chief Economist, Economic Research Institute for ASEAN and East Asia กล่าวถึงปัจจัยสำคัญเพื่อผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 3 ประการ ได้แก่ (1) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกจะต้องผลักดันการบังคับใช้กฎระเบียบให้เกิดเขตการค้าเสรีให้มากขึ้น (Promote free trade agenda) ซึ่งเป็นการผลักดันการเปิดประเทศและส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ (Open and Connected) (2) การเปิดเสรีและการมีระเบียบข้อบังคับระหว่างประเทศ (Liberalization and International rule) กระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจพัฒนาใหม่ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และ (3) ทุกฝ่ายควรเริ่มต้นคิดเกี่ยวกับประเด็นท้าทายใหม่ในเชิงรุกมากขึ้น

               2. การบูรณาการเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาคและผลกระทบที่เกี่ยวข้อง (Regional Economic Integration and Relevant Effects)  นาย Lawrence Lee, Vice Chairman of CTPECC ผู้ดำเนินการสัมมนาฯ และคณะผู้บรรยายรับเชิญได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นสรุปได้ ดังนี้ 
                   2.1 การบูรณาการเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาคจะต้องตระหนักถึงการผลักดันในการสร้างความร่วมมือกันในกรอบ Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ RCEP ซึ่งเป็นกลุ่มความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค โดยมีกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับคู่ภาคี 6 ประเทศ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) อาทิ การมีมาตรการทางภาษี และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อก้าวสู้เป้าหมายการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific) รวมทั้งต้องวางแผนสร้างกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาจากการที่ความตกลงหุ้นส่วนภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership - TPP) ยังไม่มีความคืบหน้า ภายหลังการประกาศถอนตัวของสหรัฐฯ 
                  2.2 นโยบายมุ่งใต้ใหม่ของไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคประเทศเป้าหมาย ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) ความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจ 2) การแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีทักษะ 3) การแลกเปลี่ยนทรัพยากร 4) ส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน

               3. โอกาสและความท้าทายในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (The Opportunities and Challenges of the Fourth Industrial Revolution)  นาย Alber Ting, Vice Chairman of CTPECC ผู้ดำเนินการสัมมนาฯ และคณะผู้บรรยายรับเชิญ เห็นว่า ปัจจุบันการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้ทุกภูมิภาคต่างจับตาดูความเปลี่ยนแปลงในการต่อยอดและผสมผสานของเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ที่จะนำมาพัฒนาภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต อาทิ การพัฒนานโยบายส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัล นโยบาย Industry 4.0 นโยบายผลักดันด้านนวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นกลไกที่สร้างโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 มีหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น อาชีพบางประเภทจะหายไปทำให้เกิดการว่างงานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเกิดข้อจำกัดในด้านปริมาณสินค้าหรือการให้บริการ (Supply side constraints) ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องสร้าง Road Map ให้กับ Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจในภูมิภาคต่อไป


หมายเหตุ
               การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นการต่อยอดและผสมผสานของเทคโนโลยีหลายด้าน อาทิ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information technology: IT) การพิมพ์สามมิติ (3D Printing) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และพันธุวิศวกรรม (Genetic engineering)