การเมืองและเศรษฐกิจ

ไต้หวันจัดเวทีผู้นำเข้าส่งออกระหว่างประเทศ : IEAT 70th Global Trade Forum

22 Jun 2017   Views 11614 ไต้หวันจัดเวทีผู้นำเข้าส่งออกระหว่างประเทศ : IEAT 70th Global Trade Forum

          สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 สมาคมการนำเข้าและส่งออกไทเป (Importers and Exporters Association of Taipei - IEAT) ได้จัดการประชุม IEAT 70th Global Trade Forum ระดับนานาชาติที่โรงแรม W Hotel ไต้หวัน ซึ่งเป็นการประชุมเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมจากประเทศต่าง ๆ จากทั่วโลก 
          นาย John C.T. Huang ประธานสมาคมการนำเข้าและส่งออก ไทเป ได้กล่าวเปิดการประชุมฯ ว่า "ไต้หวันให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมา มีการนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศเป็นจำนวนมาก ตลอดจนปัจจุบันสถานการณ์ต่าง ๆ ระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลง ในหลายด้าน  ผู้ประกอบการไต้หวันจึงควรปรับตัวและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว"
          นอกจากนี้ นาย Chen Chien-jen รองประธานาธิบดีไต้หวัน ได้เข้าร่วมพิธีเปิด โดยกล่าวเปิดการประชุมฯ ว่า "การค้าระหว่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไต้หวัน ซึ่งคาดว่าในปี 2017แนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะเติบโตขึ้นร้อยละ 2.9-3.5 และคาดว่าเศรษฐกิจไต้หวันจะเติบโตขึ้นร้อยละ 2.05 ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วร้อยละ 1.48 ทั้งนี้ รัฐมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการผลักดันนโยบาย New Southbound ของรัฐบาลไต้หวันด้วย"

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการเชิญวิทยากรผู้มีประสบการณ์มาบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
1. ช่วง Keynote Speaker
           1.1 Making Trade Work for Everyone โดย นาย Robert D. Manogue, Director, Office of Bilateral Trade Affairs, Department of State, USA กล่าวว่า "สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไต้หวัน โดยเฉพาะในด้าน High technology/Digital Economy/ Digital Innovation/ Startups/ Smart City/ วิทยาศาสตร์และด้านการรักษาความปลอดภัยซึ่งสหรัฐฯ จะผลักดันนโยบาย Asia-Pacific เพื่อให้เกิดการค้าแบบพหุภาคี และจะมุ่งเน้นประเด็นพัฒนาด้านการเกษตรระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ด้วย"
           1.2 Asia's Emerging Economic Clout  โดย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนกล่าวว่า "ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ในทวีปเอเชีย ทุกภาคส่วนเริ่มมีการปรับตัวและเติบโตขึ้นตามลำดับ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะมีความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไต้หวันกับประเทศในอาเซียนหรือกับประเทศแถบเอเชียตะวันออก อีกทั้ง นโยบาย New southbound เป็นนโยบายที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์การค้าในรูปแบบพหุภาคี  ซึ่งไต้หวันมีศักยภาพด้าน Technology/Innovation/Green Energy และด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยไต้หวันมีศักยภาพในการแบ่งปันด้านต่าง ๆ แก่ประเทศอาเซียนได้ นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกด้วยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและเป็นศูนย์กลาง      ของอาเซียน เหมาะแก่การเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการร่วมมือทางการค้า"

2. ช่วง Panel Discussion
           2.1 หัวข้อ Digital Era ดำเนินสัมมนาโดย นาย Lu Hsi-peng ศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน 
                 - นางสาว Audrey Tang รัฐมนตรีประจำสภาบริหารไต้หวัน ได้ให้ความเห็นว่า "ในยุคดิจิตอลนี้ ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างเสรี รวมถึงการแบ่งปันความรู้ด้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถรวบรวมข้อมูลนำมาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์และพัฒนาระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ และจะทำให้เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้าต่อไปได้"
                 - นาย Colin Puckett, Spokesman, Seattle Headquarters, Head of Seller Marketing บริษัท Amazon business กล่าวเสริมด้วยว่า "ในยุคปัจจุบันนี้ ผู้ซื้อสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตมีจำนวนมากขึ้น ทางบริษัทจึงมีการวางแผนเรียนรู้และรวบรวมข้อมูลผ่านพฤติกรรมและความเห็นต่าง ๆ ของผู้ซื้อชาวไต้หวันผ่านการซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากโอกาสจะเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ซึ่งควรจับตามองเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์และกำหนดนโยบายด้านการตลาดใหม่ ๆ "
           2.2 หัวข้อ New Southbound Policy ดำเนินสัมมนาโดย นาย John C.C.Deng รัฐมนตรีประจำสภาบริหารไต้หวัน 
                 - นาย วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า "ปัจจุบันกลุ่มประเทศ CLMVT (Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam, Thailand) นั้นเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนภายในประเทศมากขึ้น สำหรับประเทศไทยวางแผนสร้างรางรถไฟ (Logistics networks) โดยมีเส้นทางการเดินทางทั้งหมด 4 เส้นทางด้วยกัน ได้แก่ Bangkok-Kunming/ Dawei-Southern Corridor-Vung Tau City/ East-West Corridor/Kunming-Kyaukphyu ทั้งนี้ เครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีการพัฒนาจะส่งผลให้เป็นประโยชน์ต่อการค้าระหว่างประเทศยิ่งขึ้นนอกจากนี้ ประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านการเป็นฐานการผลิตและสามารถ Stopping Stone ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย"
                 - นาย Gregory Domigo อดีตเลขาธิการ กรมส่งเสริมการค้าและอุตสาหกรรม ฟิลิปปินส์ (Philippine Department of Trade and Industry) กล่าวถึง นโยบาย New Southbound ว่า "ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของนโยบาย New southbound ไต้หวัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์มีการเติบโตขึ้นร้อยละ 7  การผลิตเติบโตขึ้นร้อยละ 8  อีกทั้ง จุดเด่นของประเทศฟิลิปปินส์คือมีบุคลากรและแรงงานที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ดี ไม่ประสงค์จะให้ไต้หวันมองแต่การเข้าสู่ตลาดของฟิลิปปินส์อย่างเดียว เนื่องจากนโยบาย New southbound ไต้หวัน ควรจะเป็นความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย รัฐบาลไต้หวันจึงควรคำนึงถึงการให้ทุนการศึกษา การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่าง ๆ ด้วย"
                 - ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ กล่าวปิดท้ายว่า "ความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากเรื่องของการลงทุนระหว่างประเทศแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญในการร่วมมือด้านอื่น ๆ อาทิ การศึกษา พัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้น และตลาดอาเซียนเป็น boutique economy กล่าวคือ แต่ละประเทศต่างมีจุดขายที่แตกต่างกัน การดำเนินนโยบาย New southbound กับแต่ละประเทศ จึงควรออกแบบให้มีความแตกต่างด้วย"
          ทั้งนี้ งานประชุม IEAT 70th Global Trade Forum จัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 70 ปีของสมาคม การนำเข้าและส่งออกไทเป ในไต้หวัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำเข้าส่งออกทั้งในไต้หวันและต่างชาติได้แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวโน้มทางการค้าและเศรษฐกิจ รวมถึงแนวทางต่าง ๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ  ซึ่งในปีนี้ นายไพรัช บูรพชัยศรี รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมด้วย    



Tags:   Taiwan