การเมืองและเศรษฐกิจ

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง จัดงานสัมนา "ท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้"

16 Mar 2017   Views 2208 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง จัดงานสัมนา "ท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้"

          เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา 09.00-12.00 น. สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ร่วมกับ กรมเอเชียตะวันออก และวิทยาลัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการสัมมนาหัวข้อ “ท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้: ประตูสู่ตลาดจีนตอนใต้” ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ   

          ในโอกาสนี้ นายปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน (รายละเอียดดังนี้) และนายชัยรัตน์ พรทิพย์วรเวทย์ กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง กล่าวนำเกี่ยวกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกว่างซี (รายละเอียดดังนี้) โดยมี ดร. สุชาติ เมืองแก้ว รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร และผู้แทนกรมเอเชียตะวันออก เข้าร่วมงานด้วย

          งานสัมมนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง” ของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้สนับสนุนงบประมาณให้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ดำเนินโครงการเพื่อศึกษา วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย) เนื่องจาก เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับไทยในการเชื่อมโยงกับตอนใต้ของจีน โดย เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (กว่างซี) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากร 54 ล้านคน ถูกกำหนดเป็น “ประตูสู่อาเซียน” ของจีน  มีเส้นทางเชื่อมโยงกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทั้งทางบก และทางทะเล ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมด้านการค้าและความเชื่อมโยงกับไทย

          สถานกงสุลใหญ่ฯ  ได้มอบหมายให้ ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ ผู้อำนวยการวิทยาลัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้าคณะวิจัย โดยในส่วน การสัมมนา ดร. บุญทรัพย์ฯ ได้บรรยายสรุปข้อมูลจากการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับสถานะและศักยภาพการใช้ประโยชน์ท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้ใน 3 เมืองของกว่างซี ได้แก่ เมืองชินโจว เมืองฝางเฉิงก่าง และเมืองเป๋ยไห่ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นช่องทางติดต่อค้าขายกับต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในอาเซียนและไทย และเป็นไปตามนโยบาย “One Belt One Road” ของจีน (รายละเอียดการบรรยายดังนี้)

          งานสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 80 คน ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นโอกาสให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีองค์ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงไปสู่ตลาดจีนตอนใต้ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำนโยบายและการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติวาระ 20 ปี ในด้านความสามารถในการแข่งขัน และวาระขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ในด้านการเชื่อมประเทศไทยสู่ประชาคมโลกอีกด้วย



Tags:   China