การเมืองและเศรษฐกิจ

เส้นทางเศรษฐกิจ "R3A+" : ผ่าน สปป. ลาว สู่ประเทศไทย (ตอนที่ 2)

29 Sep 2016   Views 26668

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

“สมัยนี้ การทำธุรกิจยากขึ้น เนื่องจากคู่แข่งทางการค้ามีมากขึ้น เราจึงต้องตื่นตัวและปรับกลยุทธ์ทางการตลาดอยู่ตลอดเวลา โดยผมให้แนวทางการประกอบธุรกิจกับตัวเองไว้ว่า ‘อยากได้ลูกเสือ ต้องเข้าถ้ำเสือ’ ต้องไปลงพื้นที่จริงและพยายามเรียนรู้ภาพรวมของตลาดเป้าหมายให้มากที่สุด นอกจากนี้ ต้องนำมุมมองความคิดทางธุรกิจของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่มาบูรณาการเข้าด้วยกัน จึงจะเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ของตนเองที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ”
พศิน อุตวงค์ นัธุรกิจไทย เจ้าของแบรนด์ “Mandarin Best”

สปป.ลาว คือประเทศที่คั่นกลางระหว่างจีนและไทย ซึ่งเป็นจุดครึ่งทางและทางผ่านของเส้นทางขนส่ง R3A โดยมีด่านบ่อเต็น (สปป.ลาว) เป็นด่านพรมแดนติดกับด่านบ่อหาน (จีน) และด่านห้วยทราย (สปป.ลาว) เป็นด่านชายแดนที่ติดกับด่านเชียงของ (ไทย) รวมระยะเส้นทาง R3A ใน สปป.ลาวประมาณ 247 กม.ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 4 ชม.กว่า เนื่องจากเส้นทางเป็นถนน 2 เลนค่อนข้างแคบ ผ่านชุมชนตลอดทาง ถนนบางช่วงกำลังอยู่ในระหว่างซ่อมแซม กอปรกับเส้นทางถนนส่วนใหญ่ตัดผ่านไปตามภูเขาที่คดเคี้ยว จึงทำให้การคมนาคมช้าลงในบางช่วง           

เมื่อคณะฯ เดินทางเข้าสู่ สปป.ลาว ได้พบเห็นลานเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่มีรถตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าจากจีนและไทยจำนวนมากจอดอยู่เพื่อรอเปลี่ยนหัวรถและเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าเพื่อขนส่งเข้าสู่ สปป.ลาว และจีน 

 ภาพ ลานเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ด่านบ่อเต็น สปป.ลาว


 ภาพ สภาพถนนของ สปป.ลาว บนเส้นทาง R3A

เข้าสู่ไทยที่ด่านเชียงของ จ.เชียงราย เข้าพบ สำนักงานพาณิชย์ฯ และหอการค้าฯ จังหวัด

ในที่สุด คณะฯ ได้เดินทางมาถึงปลายทางของการสำรวจลงพื้นที่เส้นทางขนส่ง R3A นั่นก็คือ “ด่านเชียงของ” จ.เชียงราย (โดยนั่งรถข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 4 ซึ่งเป็นประตูทางออกของไทยในการส่งออกสินค้าไปจีน และเป็นประตูทางเข้าสู่ไทยในการนำเข้าสินค้าจากจีนผ่าเส้นทาง R3A ปัจจุบัน ด่านศุลกากรเชียงของมีความพร้อมและสามารถปฏิบัติงานด้านการตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างดี

 ภาพ ด่านเชียงของ จ.เชียงราย

คณะฯ เดินทางถึง จ.เชียงราย และเข้าพบเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านการค้าการลงทุน ได้แก่ สนง.พาณิชย์ จ.เชียงราย และหอการค้า จ.เชียงราย เพื่อหารือโอกาสในการผลักดันสินค้าไทยคุณภาพไปจีนโดยใช้เส้นทางขนส่ง R3A 

นางณัฐพร มหาไพบูลย์ รอง ผอ.พาณิชย์ จ.เชียงราย กล่าวว่า “เชียงรายเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของไทย เป็นประตูชายแดนที่เชื่อมต่อกับต่างประเทศ และปัจจุบันเชียงรายเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของไทยบนเส้นเศรษฐกิจ R3A 
เราจึงต้องอาศัยความได้เปรียบจากจุดนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” 

“สินค้าเกษตรของจังหวัดเชียงรายที่มีศักยภาพส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวออร์แกนิก ชา กาแฟ ลำไย และสัปปะรดภูแล สำหรับสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดจีน คือ ข้าวหอมมะลิและสัปปะรดภูแล ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงรายใช้เส้นทางขนส่งทางบก R3A เป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าไปจีน เพราะสะดวก รวดเร็วและคุ้มค่า”
“เส้นทาง R3A นอกจากจะสร้างประโยชน์ทางด้านการส่งออกให้กับจังหวัดเชียงรายแล้ว ยังช่วยผลักดันภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้เฟื่องฟู โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มใช้เส้นทาง R3A เพื่อเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น และต้องผ่านจังหวัดเชียงรายของเราก่อนที่จะไปท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ”

นายเกษม เตชไตรรัตน์ เลขาธิการหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า “หลังจากเส้นทาง R3A เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ผู้ประกอบการจังหวัดเชียงรายส่วนใหญ่หันไปทำธุรกิจด้านขนส่งโลจิสติกส์ระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าไปจีนโดยเส้นทางขนส่ง R3A อาทิ บริษัทขนส่งเกวลี บริษัทขนส่งดอยตุง (สองบริษัทขนส่งโลจิสติกส์รายใหญ่ของไทย) ซึ่งสินค้าไทยที่ขนส่งไปจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่มาจากทั่วทุกภาคของไทย เช่น กล้วยไข่จากจังหวัดจันทบุรี ส้มโอจากจังหวัดพิจิตร ลำไยจากจังหวัดเชียงใหม่”  

“ปัจจุบันเส้นทาง R3A ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์ การคมนาคมขนส่งสะดวกและรวดเร็ว ไม่เป็นปัญหาต่อผู้ประกอบการในการขนส่งสินค้าไปจีน แต่ทว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้ประกอบการพบเจอคือ คู่ค้าที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ มีกลโกงแยบยลทางธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการไทยถูกฉ้อโกงจนเกิดความเสียหาย” 

 

ภาพบน คณะฯ ประชุมหารือกับ สนง.พาณิชย์ จ.เชียงราย
ภาพล่าง คณะฯ ประชุมหารือกับ หอการค้า จ.เชียงราย

สัมภาษณ์ผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย ผู้ส่งออกผลไม้ไทยไปนครเฉิงตู

นายพศิน อุตวงค์ เจ้าของแบรนด์ “Mandarin Best (蜜桔)” นักธุรกิจหนุ่มที่มีมุมมองแนวทางการทำธุรกิจที่น่าสนใจ นับเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่แห่งวงการธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยคุณพศินฯ ให้สัมภาษณ์กับทางคณะฯ ว่า

“หลังจากที่ผมจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเสฉวนประมาณครึ่งปี ผมจึงตัดสินใจรับไม้ต่อธุรกิจของครอบครัวและเริ่มลงมือประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างไทย-จีนด้วยตนเอง โดยมีคุณแม่เป็นแรงบันดาลใจและผู้ให้คำปรึกษา”

“ผมเริ่มต้นด้วยการส่งออกเผือกและมังคุดไปตลาดเจียงหนาน นครกว่างโจว (ขนส่งทางน้ำ) ต่อด้วยการส่งออกส้มโอและลำไยไปตลาดซื่อหม่าเฉียว (ปัจจุบันคือตลาดเหมิงหยาง) นครเฉิงตู (ขนส่งทางบก R3A+ กรุงเทพฯ-คุนหมิง-เฉิงตู) ขณะเดียวกันได้นำเข้าส้มแมนดารินจากจีนไปจำหน่ายในประเทศไทย (ขนส่งทางบก R3A) โดยตลอด 4 ปีที่ประกอบธุรกิจพบเจอกับปัญหานานาประการ ทั้งขาดทุน สินค้าบอบช้ำไม่ได้คุณภาพ โดนฉ้อโกงราคาสินค้า ฯลฯ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่มีในตำราเรียน” 

“ปัจจุบันตลาดจีนมีความต้องการผลไม้ไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่เศรษฐกิจเติบโตและประชาชนค่อนข้างมีฐานะ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจว รวมทั้งตลาดที่มาแรงในจีนตะวันตกอย่าง ‘นครเฉิงตู’ เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2558 ผมได้เข้าร่วมงาน “สัปดาห์ผลไม้ไทย” นครเฉิงตู 2558 ณ ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรเหมิงหยาง นครเฉิงตู และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการผลไม้ไทยขึ้นกล่าวบนเวที” 

ต่อข้อสักถามเกี่ยวกับปัญหาของการขนส่งสินค้า คุณพศินฯ ให้ข้อมูลว่า “การขนส่งสินค้าผ่าน สปป.ลาว จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเปิดตู้คอนเทนเนอร์เพื่อสุ่มตรวจสินค้า และรอขนถ่ายสินค้าหรือเปลี่ยนหัวรถที่ลานใกล้ด่านบ่อเต็น บางครั้งส่งผลให้เกิดความไม่คล่องตัวในการขนส่งสินค้าและเป็นสาเหตุก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา ได้แก่ ปัญหาต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นเนื่องจากต้องจ้างแรงงานมาขนถ่ายสินค้า การเสียเวลาในการขนถ่ายสินค้า และที่สำคัญคือในระหว่างการขนถ่ายสินค้าอาจทำให้สินค้าบอบช้ำซึ่งส่งผลกระทบถึงคุณภาพของสินค้า”

สำหรับมุมมองที่มีต่อตลาดนครเฉิงตู คุณพศินฯ มองว่า “นครเฉิงตู เป็นเมืองที่ไม่เคยหยุดการพัฒนา เป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีศักยภาพที่สุดในจีนตะวันตก กอปรกับการเปิดใช้เส้นทางขนส่ง R3A และต่อไปยังนครเฉิงตู ซึ่งกลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ผู้ส่งออกของไทยใช้ขนส่งสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้เข้าสู่จีนตะวันตกโดยตรง สร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกทั้งชาวไทยและชาวจีน” 

“ผู้บริโภคชาวเฉิงตูกล้าใช้เงิน มีกำลังซื้อสูง ชอบสินค้าคุณภาพและรสนิยมต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก โดยธุรกิจการส่งออกผลไม้ไทย (ส้มโอและลำไย) มายังตลาดเฉิงตูของผมโดยใช้เส้นทาง R3A และต่อไปยังนครเฉิงตู ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ และในตอนนี้ผมกำลังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในตลาดเฉิงตู เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดแห่งนี้ยังมีความต้องการผลไม้ไทยอีกเป็นจำนวนมาก”

“สมัยนี้ การทำธุรกิจยากขึ้น เนื่องจากคู่แข่งทางการค้ามีมากขึ้น เราจึงต้องตื่นตัวและปรับกลยุทธ์ทางการตลาดอยู่ตลอดเวลา โดยผมให้แนวทางการประกอบธุรกิจกับตัวเองไว้ว่า ‘อยากได้ลูกเสือ ต้องเข้าถ้ำเสือ’ ต้องไปลงพื้นที่จริงและพยายามเรียนรู้ภาพรวมของตลาดเป้าหมายให้มากที่สุด นอกจากนี้ ต้องนำมุมมองความคิดทางธุรกิจของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่มาบูรณาการเข้าด้วยกัน จึงจะเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ของตนเองที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ”
 
ภาพซ้าย คุณพศินฯ เป็นตัวแทนนักธุรกิจไทยขึ้นกล่าวในงาน “สัปดาห์ผลไม้ไทย” นครเฉิงตู 2558
ภาพขวา คณะฯ สัมภาษณ์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับน้องพศินฯ 

จากการพูดคุยกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของ จ. เชียงราย พบว่า ผู้ประกอบการไทยเริ่มรู้จักและให้ความสนใจตลาดนครเฉิงตูมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนครเฉิงตูมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งผู้บริโภคชาวเฉิงตูต่างมีกำลังทรัพย์และมีศักยภาพในการซื้อ นครเฉิงตูจึงเป็นเป้าหมายใหม่ในการขยายธุรกิจของไทย โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไทย ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐของไทยก็พยายามประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับนครเฉิงตูอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเส้นทางการขนส่งจากไทยสู่จีนตะวันตก (กรุงเทพฯ-คุนหมิง-เฉิงตู) เพื่อให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการของไทยมีความเข้าใจ และสร้างโอกาสให้กับสินค้าไทยคุณภาพส่งออกสู่ตลาดเฉิงตูมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้แทนหอการค้าเชียงรายได้แสดงความสนใจในตลาดนครเฉิงตู โดยให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ทางเชียงรายมีโครงการร่วมกับ ม.เชียงใหม่ ทำวิจัยและศึกษาแนวทางส่งข้าวไปยังนครเฉิงตู และในอนาคตจะส่งเสริมการส่งออกสินค้าประเภทอื่นด้วย เนื่องจากเชียงรายมีสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปหลายรายการซึ่งน่าจะตรงกับความต้องการของชาวจีน

เดินทางมุ่งหน้าสู่ จ. เชียงใหม่ เมืองพี่เมืองน้องของนครเฉิงตู เข้าพบ ผู้แทน สนง.พาณิชย์ฯ และหอการค้าฯ จังหวัด 

คณะฯ ได้เข้าพบกับผู้แทน สนง.พาณิชย์ จ.เชียงใหม่ และผู้แทนหอการค้า จ.เชียงใหม่ เพื่อหารือถึงโอกาสในการขยายการค้าและขยายลงทุนผ่านเส้นเศรษฐกิจ R3A ให้กับผู้ประกอบการของไทย

นางขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า “เส้นทางขนส่ง R3A ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรทั้งชาวไทยและชาวจีน ซึ่งอาศัยเส้นทางสายนี้เป็นหลักในการขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน”    

“ปัจจุบัน ผู้ประกอบการจังหวัดเชียงใหม่มีการส่งออกสินค้าเกษตรจำนวนมากไปจีนโดยผ่านเส้น R3A ไปถึงที่นครคุนหมิง และมีการขนส่งสินค้าจำนวนหนึ่งผ่านเส้นทาง R3A และต่อไปยังนครเฉิงตู สู่ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรเหมิงหยาง นครเฉิงตู สำหรับสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพของ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ลำไย ลิ้นจี่ มะขาม มะม่วงน้ำดอกไม้ รวมทั้ง ผลไม้กระป๋องและสินค้าเกษตรแปรรูป”

“จีนมีประชากรจำนวนมาก ทำให้ความต้องการบริโภคสินค้าก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ในขณะที่ นครเฉิงตูและจังหวัดเชียงใหม่ได้สถาปนาเป็นเมืองพี่เมืองน้องกัน ซึ่งเราจะอาศัยความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นสื่อกลางในการผลักดันสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าจากจังหวัดเชียงใหม่ให้ไปปรากฎและเป็นที่รู้จักต่อชาวเฉิงตูมากขึ้น เพื่อโอกาสและช่องทางการส่งออกสินค้าไทยไปจีนในอนาคตโดยใช้เส้นทางขนส่ง R3A (กรุงเทพฯ-คุนหมิง) และต่อไปยังนครเฉิงตู”

นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานกรรมการหอการค้า จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า  “ผู้ประกอบการ จ.เชียงใหม่ส่วนใหญ่ส่งออกสินค้าบริโภคเป็นหลัก โดยหลายปีที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกสินค้าไปจีนสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะสินค้าประเภทข้าวและผลไม้ซึ่งขนส่งผ่านเส้นทางบก R3A ในขณะที่การนำเข้าสินค้าจากจีนยังคงมีปริมาณที่ค่อนข้างน้อย”

“ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยไปจีนสูงขึ้น เป็นผลมาจากการเปิดใช้เส้นทางขนส่ง R3A ที่สะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาจากเส้นทางการขนส่งสายนี้ เช่น สินค้าไทยถูกกักที่ด่านตรวจเป็นเวลานานทำให้สินค้าสดเกิดความเสียหาย รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่มีความรู้ด้านขนส่งโลจิสติกส์ยังไม่เพียงพอ จึงถูกกลโกงทำให้การขนส่งสินค้าเกิดความล่าช้าและต้องเสียค่าชดเชย”

“ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่และนครเฉิงตู ได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างกัน จึงเป็นโอกาสที่ดีของจังหวัดเชียงใหม่ในการผลักดันภาคการค้าระหว่างประเทศผ่านเส้นเศรษฐกิจ R3A (กรุงเทพฯ-คุนหมิง) และต่อไปยังนครเฉิงตู เพื่อขยายตลาดสินค้าไทยในนครเฉิงตู รวมถึงผลักดันการท่องเที่ยวตลาดจีนที่มีศักยภาพสูงโดยใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R3A เช่นเดียวกัน”

ข้อมูลเพิ่มเติม จ.เชียงใหม่และนครเฉิงตูได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 โดยมีนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น และนายถัง เหลียงจื้อ นายกเทศมนตรีนครเฉิงตูและรองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์นครเฉิงตู เป็นผู้แทนร่วมลงนาม 



โปรดติดตามตอนต่อไป เส้นทางเศรษฐกิจ "R3A+" (ตอนที่ 3) : สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการ (สัปดาห์หน้า)


Tags:   R3A, R3A+