การเมืองและเศรษฐกิจ

สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต จัดการบรรยายให้คณะ ROC ขอนแก่น และ สศช.

22 Jul 2016   Views 11390 สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต จัดการบรรยายให้คณะ ROC ขอนแก่น และ สศช.

สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ ๒๑ ก.ค. ๒๕๕๙ รศ. สุเมธ แก่นมณี หัวหน้าโครงการศูนย์ปฏิบัติการร่วมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ม.ขอนแก่น (ROC) นำคณะผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาสำรวจศักยภาพทางเศรษฐกิจของเส้นทางหมายเลข ๙ ไทย-ลาว-เวียดนาม 


โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้มอบหมายให้ นายธนวรรธน์ มานะทัต กงสุล บรรยายสรุปภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-ลาว ศักยภาพของแขวงภาคกลางและภาคใต้ และสภาวะการค้าและการขนส่งคมนาคมข้ามแดนตามเส้นทางดังกล่าว
      
สถานกงสุลใหญ่ฯ เสนอต่อ ROC ในฐานะที่ปรึกษาทางยุทธศาสตร์ของจังหวัดในภาคอีสานและ สศช.  ในฐานะผู้วางนโยบายการเศรษฐศาสตร์ภาพรวมของประเทศ ว่า
      
๑. ตามที่การประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (JC) ไทย-ลาว เมื่อ ต.ค. ๕๘ ได้สนับสนุนให้หน่วยงานของทั้งสองประเทศหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อเป็นกลไกเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษระหว่างสองประเทศ และ สศช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์เขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย และ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานปฏิบัติ จึงขอความอนุเคราะห์ สศช. ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการเพื่อจัดตั้งคณะทำงานดังกล่าว ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีหน่วยงานและภาคเอกชนให้ความสนใจมาศึกษาดูงาน ณ เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน เป็นจำนวนมากและเห็นว่า สปป.ลาวให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนอย่างมาก ในขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังไม่ชัดเจนสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษฝ่ายไทย 

๒. ข้อมูลของศุลกากรมุกดาหารระบุว่า ไทยขาดดุลการค้าบริเวณด่านสะพานมิตรภาพ ๒ ในปี ๒๘๘๘ กว่า ๙,๗๖๙ ล้านบาท ซึ่งลดลงกว่า ๑๖,๘๖๘ ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๘ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังสะพานมิตรภาพ ๓ (นครพนม-คำม่วน) กอปรกับสินค้ามูลค่าสูงจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน จีน และเวียดนาม อาทิ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์เริ่มเข้าสู่ไทยตามเส้นทางสาย ๙ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยควรมีการติดตามและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนวางนโยบายรับได้อย่างเหมาะสม 

๓. สถิติการนำเข้าส่ง-ออกสินค้า ปี ๒๕๕๘ พบว่า ส่วนประกอบของกล้อง เป็นสินค้าที่นำเข้าไทยทางสะพานมิตรภาพ ๒ ที่มีมูลค่าสูงเป็นลำดับที่ ๒ มูลค่ากว่า ๘.๖ พันล้านบาท (ร้อยละ ๒๑) และเป็นสินค้าส่งออกลำดับที่ ๕ มูลค่ากว่า ๑.๕ พันล้านบาท (ร้อยละ ๕) จึงเป็นที่น่าจับตาดูว่า บริษัท Nikon ในเมืองไทยจะลดหรือยุติการผลิตที่โรงงานในประเทศไทยและมาขยายโรงงานที่มีอยู่แล้วในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน โซนบี หรือไม่

๔. ต่อคำถามว่า ไทยควรดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจอย่างไร เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ สถานกงสุลใหญ่ฯ ให้ความเห็นว่า สามารถแยกคำตอบเป็นสองระดับ กล่าวคือ นักลงทุนไทยต้องรู้จักสภาวะตลาดตลอดจนกฎระเบียบของลาวซึ่งมีความแตกต่างกับไทย และแต่ละแขวงใน สปป. ลาว อาจตีความกฎหมายฉบับเดียวกันที่ต่างกัน นอกจากนั้น ควรมีการดำเนินการด้านการรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่ตอบแทนสังคมลาวให้สอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาด้วย และในส่วนของภาครัฐควรดำเนินนโยบายที่เป็นเอกภาพกัน ซึ่งไทยมีบทเรียนจากเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ที่หน่วยงานหนึ่งส่งเสริมการใช้ สปป.ลาว เป็นฐานการผลิต แต่อีกหน่วยงานจำกัดการนำเข้าเพื่อปกป้องเกษตรกรไทย ซึ่งฝ่ายลาวได้หยิบยกขึ้นเรียกร้องในระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้ไทยถูกจับตามองว่า ไม่ดำเนินการอย่างสมศักดิ์ศรีการเป็นผู้ก่อตั้งประชาคมอาเซียนและอาจขัดต่อพันธกรณีทางการค้าตามความตกลงระหว่างประเทศต่าง ๆ ด้วย ดังนั้น สศช. ในฐานะผู้กำหนดยุทธศาสร์ชาติจึงอาจยกเรื่องดังกล่าวขึ้นเป็นกรณีศึกษาต่อไป 

๕. ขอความร่วมมือ ROC ทำความเข้าใจกับหน่วยงานภายในจังหวัดเกี่ยวกับการประสานงานกับฝ่ายลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานะของเจ้าแขวงที่เทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการ ซึ่งการประสานงานจากต่างประเทศทุกเรื่องต้องผ่านช่องทางการทูตตามนโยบายประตูเดียวของลาว ดังนั้น ต้องใช้เวลาในติดต่ออย่างน้อยเจ็ดวันทำการ มิฉะนั้น ฝ่ายลาวจะปฏิเสธที่จะพิจารณา นอกจากนี้ ยังพบว่า มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เริ่มรับบทบาทเป็น organiser รับจัดการประชุมจับคู่ธุรกิจ (business matching) และสัมมนาทางวิชาการให้แก่ภาครัฐและเอกชนของไทย ซึ่งผ่านมา แขวงต่าง ๆ ของ สปป. ลาว ได้อำนวยความสะดวกให้ด้วยดี แต่เริ่มมีเสียงสะท้อนว่า ยังไม่ก่อให้เกิดการค้าการขายอย่างแท้จริง