การเมืองและเศรษฐกิจ

การผลักดันโครงการด้านเศรษฐกิจภายใต้นโยบายเส้นทางสายไหมของนครซีอาน

13 Mar 2015   Views 17572 การผลักดันโครงการด้านเศรษฐกิจภายใต้นโยบายเส้นทางสายไหมของนครซีอาน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับความคืบหน้าการผลักดัน โครงการด้านเศรษฐกิจภายใต้นโยบายเส้นทางสายไหม ของคณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาประจำนครซีอาน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 สรุปได้ดังนี้


คณะกรรมการการปฏิรูปและพัฒนาประจำนครซีอานได้อนุมัติแผนการพัฒนา "โครงการลงทุนตามแนวคิดเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมทางบก" ทั้งสิ้น 60 โครงการ มูลค่ารวม 115,500ล้านหยวน ซึ่งมียอดการลงทุนโดยเฉลี่ยโครงการละ 1,900 ล้านหยวน โดยโครงการดังกล่าว ได้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม

สืบเนื่องมาจากการก่อตั้งโครงการ "เขตซีอานโลจิสติกส์นานาชาติ (The International Trade and Logistics Park in Xi’anหรือ ITL)" ซึ่งถือเป็น Show case inland port ของนครซีอาน ที่ได้เปิดเที่ยวขบวนขนส่งสินค้าในการตรวจปล่อยสินค้าจุดเดียวไปยังคาซัคสถาน โดยรัฐบาลนครซีอานได้ประกาศจัดตั้งโครงการขึ้น เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางการขนส่งสินค้าและวิสัยทัศน์ในอนาคต เพื่อเป็นอีกจุดเชื่อมโยงเส้นทางสายไหมทางบก (เอเชียกลาง) กับเส้นทางสายไหมทางทะเล(อาเซียน) อาทิ โครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงหลานโจวกับซินเจียง รถไฟสาย Eurasia International Railways ที่เริ่มจากนครฉงชิ่งพาดผ่านนครอันคัง ซีอาน หลานโจว อุรุมชีของจีนไปยังประเทศเอเชียกลางและยุโรป และโครงการรถไฟสายเอเชีย (Trans Asia railways) ที่เชื่อมโยงทุกพื้นที่ในทวีปเอเชียเข้าด้วยกัน เป็นต้น

2. อำนวยความสะดวกทางการค้าและการเงิน

โครงการด้านเศรษฐกิจภายใต้นโยบายเส้นทางสายไหม มุ่งเน้นการค้าในระบบอี-คอมเมิร์ซ โดยที่ระบบอี-คอมเมิร์ซมีอัตราการการเติบโตรวดเร็วเป็นอย่างมากในมณฑลจีนตะวันตก โดยในปี 2014 มูลค่าการค้าออนไลน์ของนครซีอานอยู่ที่ 120,000 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55.05 ของมูลค่าการค้าออนไลน์ของมณฑลส่านซีและเป็นร้อยละ 1 ของมูลค่าการค้าออนไลน์ทั้งประเทศ ทำให้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2018 มูลค่าการค้าออนไลน์ของนครซีอานจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 350,000 ล้านหยวน และมีปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตของประชากรซีอานที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

นอกจากนี้ รัฐบาลนครซีอานได้อนุมัติการก่อสร้าง “สวนอุตสาหกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศเพลย์เวลล์ ”(Playwell International E-commerce Industrial Park) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างพณ.ส่านซี กับ เขตซีอานโลจิสติกส์นานาชาติ (ITL) และ Cui Shi Group ในการให้บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้าและธุรกรรมข้ามแดนและการค้าออนไลน์ (B2C) โดยมีมูลค่าการลงทุน 5,740 ล้านหยวน รัฐบาลนครซีอานคาดการณ์ว่า จะก่อให้เกิดการจ้างงานได้มากกว่า 1,500 ตำแหน่ง รวมถึงศูนย์การค้าอิเล็กทรอนิกส์ประจำภูมิภาคจีนตะวันตกเฉียงเหนือของ GOME (Northwest e-commerce Gome) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีช่องทางหลากหลายรวมไปถึงช่องทางการรับซื้อสินค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในพื้นที่ให้มีความคุ้นเคยต่อการจับจ่ายใช้สอยผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการเงิน นครซีอานได้ประกาศโครงการก่อตั้ง "ศูนย์กลางการเงินบนเส้นทางสายไหมทางบก" (The Silk Road Economic Belt financial center) โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก

3. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากประเด็น Soft power

อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการบริการเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในนครซีอาน โดยในปี 2014 นครซีอานต้อนรับนักท่องเที่ยวมากว่า 120 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 95,000 ล้านหยวน นอกจากนี้ อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและบริการยังเป็นอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน รัฐบาลนครซีอานจึงพยายามส่งเสริมการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่การท่องเที่ยว รวมถึงส่งเสริมการประชาสัมพันธ์พื้นที่การท่องเที่ยวที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหมในอดีต อาทิ โครงการ Han Chang-an City relic ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฮั่น และการก่อสร้างศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเยาวชนเส้นทางสายไหม (Xi’an Silk Road Economic Belt Youth International Culture Exchange Center) เป็นต้น

ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน เล็งเห็นความสำคัญของนโยบายเส้นทางสายไหมและการเติบโตของระบบอี-คอมเมิร์ซในมณฑลส่านซี จึงได้ผลักดันโครงการต่างๆ อาทิ การจัดทำคู่มือลงทุนสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (BIC Investment Guide for SMEs) ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลเบื้องต้นของนครซีอาน ข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งร้านอาหารไทย การแจ้งแรงงานไทย ระบบอี-คอมเมิร์ซในจีนและมณฑลส่านซี รวมถึงรายงานความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานและข่าวที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมต่อไปในอนาคต



ที่มา : สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน 5 มีนาคม 2558