การเมืองและเศรษฐกิจ

โอกาสการเติบโตของทุเรียนมาเลเซียในตลาดจีน

24 Mar 2015   Views 5905 โอกาสการเติบโตของทุเรียนมาเลเซียในตลาดจีน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับทุเรียนของมาเลเซียในตลาดจีน

จากการประสานงานกับฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2558 สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้


ทุเรียนพันธุ์คุนยิต (Musang King, Raja Kunyit)

ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งทุเรียนของมาเลเซีย เนื่องจากมีความโดดเด่นในเรื่องรสชาติที่หวานจัด มีกลิ่นฉุน และเมล็ดมีขนาดเล็ก แต่มีข้อจำกัดในการเก็บเกี่ยวที่ต้องรอให้สุกคาต้นก่อน ทำให้การขนส่งต้องมีระยะสั้น เพราะเก็บรักษาได้ไม่นาน ดังนั้น ในการจำหน่ายทุเรียนพันธุ์คุนยิตไปต่างประเทศที่มีระยะไกล จึงจำเป็นต้องส่งออกในรูปแบบของทุเรียนแช่แข็ง ทำให้กลุ่มผู้บริโภคในจีนมีจำนวนน้อย ซึ่งแตกต่างจากทุเรียนของไทยที่สามารถเก็บเกี่ยวได้โดยไม่จำเป็นต้องสุกคาต้น ทำให้ปริมาณการผลิตของทุเรียนพันธุ์คุนยิตของมาเลเซียน้อยกว่าทุเรียนของไทย



นอกจากนี้ ในแต่ละปีมาเลเซียผลิตทุเรียนได้ประมาณ 300,000 ตัน โดยส่วนใหญ่จะบริโภคในประเทศและส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียง คือ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ในขณะที่แต่ละปีมีการนำเข้าทุเรียนมากกว่า 10,000 ตัน โดยนำเข้าจากไทยมากกว่าร้อยละ 95 เนื่องจากความต้องการของตลาดในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับลักษณะของทุเรียนมาเลเซียที่เป็นข้อจำกัดในการขนส่ง ทำให้โอกาสในการส่งออกทุเรียนสดของมาเลเซียมายังจีนเป็นไปได้ยากรวมไปถึงต้นทุนที่ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี หากทางจีนอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนสดจากมาเลเซียได้ รูปแบบในการซื้อขายอาจจะแตกต่างจากรูปแบบปกติที่จำหน่ายกันในท้องตลาด กล่าวคือ จะเป็นผู้ซื้อเฉพาะกลุ่มที่ประสงค์จะทานทุเรียนมาเลเซียสดจริงๆ โดยทางผู้ขายจะรับคำสั่งซื้อล่วงหน้า (พรีออเดอร์) เพื่อจะสามารถควบคุมจำนวนและระยะเวลาในการขนส่งให้สั้นที่สุด เนื่องจากทุเรียนก่อนที่จะส่งมานั้นสุกมากแล้ว ดังนั้น ระยะเวลาในการเก็บรักษาจะสั้นมาก รวมถึงต้องใช้เทคโนโลยีในการควบคุมความสดตลอดการขนส่งด้วย อันจะส่งผลให้ทุเรียนสดของมาเลเซียมีต้นทุนที่สูงขึ้น

สำหรับตลาดทุเรียนในจีน ไทยยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่สำคัญในการส่งออกทุเรียนไปตลาดจีน เพื่อครองแชมป์ความเป็นผู้นำ รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยฝ่ายเกษตรฯ ได้แจ้งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพของทุเรียนไทยให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะการควบคุมไม่ให้ส่งทุเรียนอ่อนเข้ามาในตลาด รวมถึงส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกนอกฤดูกาลเพื่อให้ได้ผลผลิตและสามารถส่งออกทุเรียนได้ตลอดปี อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งด้านคุณภาพและภาพลักษณ์ของทุเรียนไทย ตลอดจนยังจะช่วยลดโอกาสในการแข่งขันของทุเรียนเวียดนามที่ปัจจุบันมีศักยภาพในการแข่งขันกับทุเรียนไทยในตลาดจีน และมีการนำเข้ามาจำหน่ายในตลาดจีนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการนำเข้าทุเรียนเวียดนามอยู่บ้าง แต่จีนยังไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าทุเรียนเวียดนามผ่านทางด่านสากลจีน

ทั้งนี้ ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ยังเล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายตลาดเฉพาะกลุ่มของคนจีนที่นิยมรับประทานทุเรียนไทย โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการนำเข้าผลไม้ต่างประเทศระดับพรีเมี่ยมที่มีสาขาทั่วประเทศจีนได้รู้จักทุเรียนพันธุ์ใหม่ของไทย “จันทบุรี 1-6” ซึ่งเป็นทุเรียนลูกผสมข้ามพันธ์ต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเด่นเฉพาะ เช่น รสหวาน สีเหลืองสวย เนื้อละเอียดและคงสภาพได้นาน เมล็ดเล็ก กลิ่นอ่อน เป็นต้น ทุเรียนพันธุ์ใหม่นี้ ทางกรมวิชาการเกษตรได้ริเริ่มปลูกเพื่อศึกษาผลผลิตและควบคุมคุณภาพมาระยะหนึ่งแล้ว โดยฝ่ายเกษตรฯ คาดการณ์ว่า หากผู้ประกอบการณ์ได้ชิมรสชาติและสนใจในการนำเข้าทุเรียนพันธุ์ใหม่นี้ก็จะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้หลายระดับ ทั้งตลาดปกติและตลาดพรีเมี่ยม และยังถือเป็นโอกาสในการขยายตลาดให้กับทุเรียนไทยได้ในอนาคต



ที่มา : สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว 19 มีนาคม 2558