การเมืองและเศรษฐกิจ

ภาพรวมสถิติการค้าไทย-กว่างซี ปี 2557

27 Mar 2015   Views 22599 ภาพรวมสถิติการค้าไทย-กว่างซี ปี 2557

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ได้นำเสนอข้อมูลสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับภาพรวมสถิติการค้าระหว่างไทยและมณฑลกว่างซี ซึ่งถือเป็นประตูสำคัญสู่อาเซียนของจีน


ว่า ในปี 2557 ตัวเลขการค้าสองทางระหว่างไทยและกว่างซี มีมูลค่าถึง 3,554 ล้านหยวน โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8 อย่างไรก็ตาม ยอดการค้าที่กว่างซีส่งออกไปไทย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.53 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กว่างซีนำเข้าจากไทย 2,611 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.2 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.74 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากว่างซี 1,668 ล้านหยวน ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของไทยเป็นอย่างมาก

ในส่วนของยอดการค้ากว่างซี-อาเซียน มีมูลค่าถึง 122,176 ล้านหยวน มีการขยายตัวร้อยละ 23.8 คิดเป็นร้อยละ 49.04 ของยอดการค้าต่างประเทศของกว่างซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้ากับเวียดนาม ที่คิดเป็นร้อยละ 40.30 ของยอดการค้าต่างประเทศของกว่างซี และคิดเป็นร้อยละ 82.16 ของยอดการค้ากับอาเซียน ทั้งนี้ ทำให้กว่างซีเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับอาเซียนถึง 87,626 ล้านหยวน ทั้งนี้ ในอาเซียนเอง ไทยและฟิลิปปินส์เป็น 2 ชาติสมาชิกที่ได้ดุลการค้ากว่างซีมากที่สุด ขณะที่เวียดนามและสิงคโปร์เป็นสอง ชาติสมาชิกที่เสียดุลการค้ากับกว่างซีมากที่สุด ในภาพรวมแล้วไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 4 ของกว่างซี รองจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ส่วนมาเลเซียเป็นประเทศที่สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุด โดยในปี 2557 โดยมูลค่าการค้ารวม ลดลงร้อยละ 32.7 ซึ่งต่างจากการค้ากับกลุ่ม CLMV (Cambodia-Laos-Myanmar-Vietnam) ทีมีแนวโน้มขยายตัวไปในทางที่ดี ซึ่งสะท้อนจากสัดส่วนการค้าที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

สินค้า 5 อันดับแรก ที่วิสาหกิจจีนนำเข้าจากไทยผ่านด่านในกว่างซี ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (HDD) มันสำปะหลังแห้ง ยางมะตอย แป้งมันสำปะหลัง และเอทิลีน

ขณะที่สินค้า 5 อันดับแรกที่วิสาหกิจจีน ส่งออกไปไทยผ่านด่านในกว่างซี คือ กรดฟอสฟอริกที่ใช้ประกอบอาหาร ไดแอมโมเนียฟอสเฟส รางเหล็ก ดอกไม้ไฟ และโมโนแอมโมเนียฟอสเฟส


นอกจากสินค้าดังกล่าวแล้ว การค้าผลไม้ไทยในกว่างซีมีการใช้ประโยชน์จากเส้นทาง R9 และ R12 เพื่อขนส่งผลไม้ไทยไปกว่างซีเพิ่มมากขึ้น

(R9 เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างภาคอีสานของไทยไปยังมณฑลกว่างซีของจีน โดยผ่านลาวและเวียดนาม และ R12 เป็นเส้นทางที่เชื่อมภาคอีสานของไทยกับมณฑลกว่างซี โดยผ่านทางตอนใต้ของจีน ซึ่งทั้งสองเส้นทางเป็นเส้นทางขนส่งผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน)
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า

  1. ใช้การขนสินค้าผ่านด่านโหย่วอี้กวาน ซึ่งเป็นด่านสากล และด่านผู่จ้าย ซึ่งเป็นด่านผ่อนปรนการค้าชายแดน
  2. มีการสำแดงสินค้าเป็นของเวียดนาม เนื่องจากสินค้าเวียดนามมีฐานการประเมินการจัดเก็บภาษีที่ต่ำกว่าสินค้าไทย โดยเฉพาะในกรณีของการค้าผ่านจุดผ่อนปรนฯ มีการเสียภาษีในรูปของ "ภาษีบำรุงท้องถิ่น" ในอัตราที่ต่ำ
  3. ค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลไม้ออกจากภาคอีสานต่ำกว่าภาคเหนือ โดยการขนส่งผ่านเส้นทาง R9 และ R12 มีค่าใช้จ่ายตู้ละ 16,000 หยวน ขณะที่ R3A มีค่าใช้จ่ายตู้ละ 28,000 หยวน


นอกจากนี้ ผู้ประกอบการผลไม้กว่างซีบางส่วนยังใช้วิธีรับผลไม้ในราคาส่งจากตลาดเจียงหนานของนครกว่างโจว มาขายต่อในตลาดกระจายผลไม้กว่างซี ปัจจุบัน ด่านสากลในกว่างซี ที่ได้รับอนุญาตให้น้ำเข้าผลไม้จากต่างประเทศมี 3 แห่ง คือ ด่านโหย่วอี้กวานของเมืองผิงเสียง ด่านท่าอากาศยานนานาชาติเหลี่ยงเจียงของเมืองกุ้ยหลิน (ทางอากาศ) และด่านท่าเรือเมืองฝางเฉิงก่าง (ทางทะเล) ที่เพิ่งได้รับอนุญาตเมื่อต้นปี 2558

ทั้งนี้ จากสถิติของฝ่ายจีน ปี 2557 การค้าจีน-ไทย มีมูลค่า 446,305 ล้านหยวน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 ส่วนการค้าจีน-อาเซียน มีมูลค่า 2,905,572 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 7.1 โดยจากสถิติข้างต้นแสดงว่า ยุทธศาสตร์การเป็น “ประตูสู่อาเซียน” ของกว่างซีมีสัญญาณเชิงบวก เห็นได้จากการที่สัดส่วนทางการค้าระหว่างกว่างซี-อาเซียน มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับยอดการค้ารวมระหว่างจีน-อาเซียน แม้ว่าภาพรวมการค้ากับอาเซียนของกว่างซีจะเกิดจากการขยายตัวของยอดการค้ากับเวียดนามเป็นหลัก

ในส่วนของสถิติการค้าจีน-ไทยผ่าน "ด่านโหยวอี้กวาน" (ด่านสากลทางบก ซึ่งเป็นปากทางเข้าจีนของ เส้นทาง R8 R9 และ R12) นั้น พบว่า ด่านดังกล่าวถูกใช้ประโยชน์เพื่อการส่งออกสินค้าไปไทยเพิ่มมากขึ้น ครอบคลุมสินค้ามากกว่า 30 รายการ โดยส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เครื่องจักรและอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ

สำหรับสถิติศุลกากรจีน การขนส่งสินค้าผ่าน “ท่าเรือในอ่าวเป่ยปู้” (ท่าเรือเป๋ยไห่ ท่าเรือชินโจว และท่าเรือฝางเฉิงก่าง) ในช่วงที่ผ่านมานั้น ทางการกว่างซีพยายามผลักดันการเปิดเส้นทางเดินเรือพาณิชย์เชื่อมท่าเรือ สำคัญในประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพด้วย โดยเมื่อปลายเดือน ต.ค. 2557 บริษัท SITC ได้เปิดให้บริการเส้นทางเดินเรือระบบตู้สินค้า “เมืองชินโจว (กว่างซี)-ไฮฟอง (เวียดนาม)-เกาหลีใต้-อินโดนีเซีย-ไทย-เวียดนาม” อย่างเป็นทางการแล้ว อาทิ การค้ากับประเทศไทยผ่านด่านฝางเฉิงก่าง มีมูลค่า 1,023 ล้านหยวน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อการส่งออกไปไทย การค้าผ่านด่านชินโจว มีมูลค่า 871 ล้านหยวน ส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อการนำเข้าจากไทย และการค้าผ่านด่านเป๋ยไห่ มีมูลค่า 755 ล้านหยวน ส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อการส่งออกไปไทย

จะเห็นได้ว่า สถิติการค้าระหว่างไทยและกว่างซี ปี 2557 ไทยได้เปรียบดุลการค้ากับกว่างซี รวมทั้งจีนมีอัตราการนำเข้าสินค้าจากไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการส่งออกสินค้าผ่านเส้นทางในด่านต่างๆ และเส้นทางการเดินเรือพาณิชย์ ทำให้ช่องทางการส่งออกสินค้าไทยมีความหลากหลายมากขึ้น จึงนับเป็นโอกาสอันดีต่อการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของไทยและภูมิภาคอาเซียนที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต



ที่มา : สถานกงสุลใหญ่ ณ นคร หนานหนิง 23 มีนาคม 2558