ปกิณกะ

ผลกระทบจากโศกนาฏกรรมเรือเซวอลอัปปาง

28 May 2014   Views 143062

ผลกระทบจากโศกนาฏกรรมเรือเซวอลอัปปาง

เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือโดยสาร “เซวอล” ของเกาหลีใต้ได้อับปางลงบริเวณชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ระหว่างเดินทางมาจากท่าเรือนครอินชอนเพื่อมุ่งหน้าไปยังเกาะเชจู เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2557

เรือเซวอลอัปปาง

นับเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปี ของประวัติศาสตร์เกาหลีใต้

คือ ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากรายงานล่าสุดประมาณ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 288 ราย และยังค้นหาไม่พบ 16 รายโดยสาเหตุที่ทำให้เรือโดยสารเซวอลอับปางลงทะเลนั้น จากการสอบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ในวันเกิดเหตุเรือเฟอร์รี่ลำนี้ขนสินค้าเกินพิกัดถึง 3 เท่าตัว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรือโดยสารลำนี้เกิดพลิกคว่ำ

โศกนาฏกรรมดังกล่าวทำให้ชาวเกาหลีใต้ทั้งประเทศตกตะลึงกับเหตุการณ์ดังกล่าว

เนื่องจากผู้เสียชีวิตและยังสูญหายส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียน และที่เลวร้ายกว่านั้น คือ บุคคลที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวบางส่วน เช่นกัปตันเรือ ลูกเรือและอาจารย์ที่ควบคุมนักเรียน ได้หนีออกจากเรือมาก่อนโดยทิ้งเด็กนักเรียนไว้เบื้องหลัง ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้สูญหายได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 ได้แสดงความไม่พอใจต่อการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้สูญหายที่ล่าช้าหรือการให้ข้อมูลตัวเลขผู้โดยสารบนเรือและผู้รอดชีวิตที่คลาดเคลื่อน ประเทศเกาหลีใต้เต็มไปได้ความเศร้าโศก หน่วยงานของรัฐและเอกชนกลต. ได้เลื่อนหรือยกเลิกกิจกรรมและงานรื่นเริงต่างๆเพื่อแสดงความอาลัยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

กรณีโศกนาฏกรรมเรือโดยสารเซวอลอับปางนั้น ได้ส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ตามมาหลายประการ

เรือเซวอลอัปปาง

ผลกระทบแรกที่จะกล่าวถึงคือผลกระทบด้านการเมือง

หลังเกิดเหตุ รัฐบาลได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์และแสดงความรับผิดชอบ โดยนายชอง ฮง-วอน นายกรัฐมนตรีได้ยื่นใบลาออกต่อประธานาธิบดีปัก กึน-ฮเยเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกันประธานาธิบดีฯ ได้ออกแถลงการณ์ออกอากาศผ่านทางโทรทัศน์ ขอโทษชาวเกาหลีใต้และแถลงมาตรการการแก้ไขที่ชัดเจน แต่เนื่องจากในวันที่ 4 มิถุนายนที่จะถึงนี้ เกาหลีใต้จะมีการเลือกตั้งรัฐบาลท้องถิ่น พรรคฝ่ายค้านหลักในเกาหลีใต้ (NPAD) จึงได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอ้างในการประณามนายกรัฐมนตรีชอง ฮง-วอน และคณะรัฐบาลที่ทำงานล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพและมาตรการแก้ไขไม่เหมาะสม ส่งผลให้พรรครัฐบาลได้รับคะแนนความนิยมลดลง ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านกลับได้คะแนนความนิยมเพิ่มขึ้น โดยสถาบันสำรวจประชามติ Realmeterรายงานคะแนนความนิยมต่อประธานาธิบดี เมื่อ 9 พฤษภาคม อยู่ที่ ร้อยละ 51.8 โดยพรรคแซนูรี (พรรครัฐบาล) ก็มีคะแนนความนิยมลดลงเหลือร้อยละ 38.1 (เทียบกับพรรค NPAD ที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25.6)

ในเรื่องผลกระทบด้านกฎหมาย หลังจากที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว หนังสือพิมพ์ Korea Timesได้จัดอภิปรายเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยคอลัมนิสต์หลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงสิ่งที่รัฐบาลควรจะดำเนินการในการแก้ไขปัญหาโดยกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันภัย การสอบสวนและการลงโทษผู้กระทำผิด”ในขณะเดียวกัน นายฮวาง เคียว อัน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า “รัฐบาลจะศึกษาปัญหาเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรม พร้อมกับปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีก อีกทั้งจะพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเต็มที่โดยไม่รอช้าไม่ว่าจะเป็นลูกเรือ ผู้ดำเนินธุรกิจ หรือผู้ควบคุมกฎหมาย” และเมื่อ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประธานธิบดีปักฯ ได้แถลงข่าวถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการแล้วว่า ได้ประกาศยุบหน่วยยามฝั่ง (Coast Guard)โดยจะโอนงานด้านการสอบสวนไปให้สำนักงานตำรวจ (Korean National Police Agency-KNPA) และโอนงานการกู้ภัยไปให้สำนักงานการจัดการภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ (National Emergency Management Agency-NEMA) แทน อีกทั้ง จะแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ กล่าวคือ ทางรัฐบาลเกาหลีใต้จะมีการออกกฎหมายด้านความปลอดภัยในด้านการคมนาคมและการขนส่งอย่างรัดกุมมากขึ้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

นอกจากนี้แล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยเช่นกันเนื่องจากชาวเกาหลีใต้ได้อยู่ในภาวะเศร้าโศกต่อการสูญเสียของผู้เสียชีวิตและงดกิจกรรมและงานรื่นเริงต่างๆลงไป ทำให้การบริโภคในภาคเอกชนและบริการในภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลงไปอย่างมาก ทั้งยอดค้าปลีก การใช้สิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวก็ได้ลดลงตามไปด้วย ขณะที่ค่าเงินวอนแข็งค่าขึ้น 0.18% นับว่าเงินวอนปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี หลังจากที่ข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้เกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 34 อีกทั้ง หนี้ครัวเรือนของเกาหลีใต้ลอยตัวสูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีได้ รัฐบาลจึงได้จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตราการต่างๆที่จะช่วยกระตุ้นให้การบริโภคภายในประเทศกลับมาเพิ่มขึ้นดังเดิมแต่ไม่ก่อให้เกิดหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และอาจต้องออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและลดการ เก็งกำไรของค่าเงินด้วยเช่นกัน

ผลกระทบทางสังคมและจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาเชื่อว่า โศกนาฎกรรมดังกล่าวได้สร้างบาดแผลลึกในสังคมเกาหลี ที่ยากเกินกว่าที่จะเยียวยาได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รอดชีวิต ญาติมิตร นักเรียน ผู้ใกล้ชิด และสาธารณชนทั่วไปที่เสพข่าวโศกนาฏกรรมดังกล่าว ผลกระทบที่เห็นได้จัดจากเหตุการณ์รองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยม Danwon และลูกเรือบางส่วนที่รอดชีวิต กระทำอัตวินิบาตกรรมเพราะความอับอายจากการประณามของสังคม โดยผู้เชี่ยวชาญเกรงว่าผลกระทบอาจนำไปสู่ภาวะการซึมเศร้าและกระแสการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นได้ หรือที่เรียกว่า “การเลียนแบบการฆ่าตัวตายจากสื่อ”(Werther effect)

และสุดท้ายคือปฏิกิริยาของต่างประเทศ มิตรประเทศของเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน รวมทั้งไทย ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ โดยในระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 25-26 เมษายน 2557 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มอบธงชาติสหรัฐฯ ที่ประดับที่ทำเนียบขาวในวันที่เกิดเหตุการณ์เรือเซวอลอัปปางมอบให้ ปธน.เกาหลีใต้ และมอบต้น Magnolia จากทำเนียบขาวให้โรงเรียนมัธยม Danwon ซึ่งมีนักเรียนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สิ่งเหล่านี้ ได้แสดงถึงสัญลักษณ์ความผูกพันและห่วงใยจากสหรัฐฯ ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้กับสาธาณชนเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก ในส่วนของความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือนั้น อาจกล่าวได้ว่า มีแนวโน้มตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะภายหลังการเยือนเกาหลีใต้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงแรก เกาหลีเหนือไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ทั้งที่หลายชาติทั่วโลกต่างส่งสารแสดงความเสียใจในต่อเหตุการณ์ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2557 เกาหลีเหนือได้ส่งสารแสดงความเสียใจผ่านทางช่องทางสภากาชาดสากลของเกาหลีเหนือถึงสภากาชาดเกาหลีใต้ พร้อมกับการโจมตีรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ดำเนินการล่าช้าจนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังได้โยงเหตุการณ์นี้ไปยังกรณีพิพาทบนคาบสมุทรเกาหลีอีกด้วย โดยรายงานข่าวเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา รายงานว่า “คณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์กล่าวหาเกาหลีใต้ ระบุว่า ทางการเกาหลีใต้รายงานข่าวเท็จเรื่องเกาหลีเหนือส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือdrone สอดแนมเข้าไปในเกาหลีใต้เพื่อเป็นการยั่วยุทางทหาร โดยเกาหลีเหนือเชื่อว่าการกุข่าวดังกล่าวขึ้นมา เพื่อต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของชาวโลกจากอุบัติเหตุสุดอื้อฉาว "เรือเซวอลอัปปาง" ที่เกาหลีใต้กำลังโดนสังคมประณามอยู่นั่นเอง

โดยสรุปแล้ว เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเกาหลีใต้ในทุกมิติ รวมทั้งความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ ด้วย จึงน่าจะเป็นความท้าทายต่อรัฐบาลประธานาธิบดีปักฯ ที่จะพลิกวิกฤติที่เกิดขึ้นให้เป็นโอกาสต่อไปได้อย่างไร