ปกิณกะ

นโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเปิดประเทศของจีน ตอนที่ 4 (ตอนสุดท้าย) โอกาสและอุปสรรคสำหรับภาคธุรกิจไทยในปัจจุบัน

07 Aug 2014   Views 34216

หลังจากที่เราได้นำเสนอบทความในหัวข้อนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเปิดประเทศของจีนไปถึง 3 ตอนด้วยกันแล้ว
วันนี้จึงขอนำเสนอบทความในตอนสุดท้าย คือ โอกาสและอุปสรรคสำหรับภาคธุรกิจไทยในปัจจุบัน
ตอนที่ 1 คลิก
ตอนที่ 2 คลิก
ตอนที่ 3 คลิก

โอกาสและอุปสรรคสำหรับภาคธุรกิจไทยในปัจจุบัน

โอกาสและอุปสรรคสำหรับนักธุรกิจไทย ภายใต้สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันและนโยบาย การปฏิรูปเปิดประเทศของรัฐบาลใหม่ประเมินได้ ดังนี้

4.1 โอกาสสำหรับธุรกิจไทย

4.4.1 ไทยจะสามารถส่งออกทั้งสินค้าและบริการไปยังจีนได้มากขึ้น
โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและการให้บริการด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากประชากรชนชั้นกลางของจีนซึ่งมีการศึกษาและฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี รวมทั้งใส่ใจกับความปลอดภัยทางอาหารมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

4.4.2 การเปิดเสรีภาคบริการจะเป็นโอกาสดีสำหรับธุรกิจไทยประเภทมีความรู้ความเชี่ยวชาญ
ได้แก่ การบริการทางการแพทย์ การดูแลเด็ก และผู้สูงอายุ รวมทั้งอุตสาหกรรมบันเทิง

4.4.3 การปรับตัวสูงขึ้นของค่าแรงโดยเฉลี่ยของจีน
อาจทำให้จีนสูญเสียความได้เปรียบในด้านแรงงานราคาถูก และเป็นผลให้วิสาหกิจจีนและต่างชาติย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่อาศัยแรงงานจำนวนมาก จากจีนไปยัง เมียนมา ลาว และกัมพูชา ในอีก 5-10 ข้างหน้า ซึ่งธุรกิจไทยอาจได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม หากบริษัทจีนและบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในจีน เลือกย้ายฐานผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนหนาแน่น และแรงงานประเภททักษะมายังไทย เพื่ออาศัยประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายทุน แรงงาน และสินค้าอย่างเสรี ภายใต้การเป็นประชาคมทางเศรษฐกิจของอาเซียน (AEC) ซึ่งจะมีขนาดตลาดรวมประมาณครึ่งหนึ่งของจีน

4.4.4 โดยที่รัฐบาลจีนมีนโยบายเปิดประเทศ และมุ่งเน้นพัฒนาความเชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค
โดยเฉพาะบริเวณพรมแดนทางบก จึงเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทยในการใช้ประโยชน์จากช่องทางความเชื่อมโยงในภูมิภาค รวมทั้งเข้าไปลงทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรมบริเวณชายแดนไทยและในประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกับจีน

4.4.5 ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวจีนพึ่งพาข้อมูลข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต และความเห็นจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น
และตลาด e-commerce ของจีนยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในปี 2563 ตลาด e-commerce ของจีนจะมีขนาดใหญ่กว่าตลาด e-commerce ของสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน และฝรั่งเศส รวมกัน ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นโอกาสแก่นักธุรกิจไทยในการศึกษาและใช้ประโยชน์จากเวทีของเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนและขยายการส่งออกสินค้าไปจีน

4.2. อุปสรรคสำหรับธุรกิจไทย

4.2.1 การฉ้อโกงทางการค้า เป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับผู้ประกอบการไทย
โดยเฉพาะการฉ้อโกงทางการค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ท โดยการแก้ปัญหาและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายในกรณีดังกล่าว มีความยากลำบาก เนื่องจากผู้กระทำความผิดอาจอยู่ในประเทศที่สาม และฝ่ายไทยและฝ่ายจีนยังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ และช่องทางประสานงานระหว่างกัน

4.2.2 อุปสรรคด้านภาษาและบุคลากร
ภาคธุรกิจไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในประเทศจีนและภาษาจีน ตลอดจนกฎระเบียบและวัฒนธรรมการบริโภคของชาวจีน ทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับคู่ค้าชาวจีน หรือเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในเชิงลึก เพื่อนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนได้

4.2.3 ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลท้องถิ่น บริษัทไทยที่ไปลงทุนในจีนประสบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลท้องถิ่น
อาทิ การเปลี่ยนแปลงนโยบายในระดับท้องถิ่น อาทิ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น การเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลล่วงหน้าเพื่อนำไปเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของรัฐบาลฯ การเก็บภาษีนำเข้าย้อนหลัง ตลอดจนการทุจริตโดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

4.2.4 มาตราการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร
อาทิ การตั้งราคาพึงชำระอากรสำหรับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่สูงเกินความเป็นจริง การตรวจและกักกันโรคพืชและสัตว์ที่เข้มงวด การผูกขาดการขนส่ง การค้าส่งและการกระจายสินค้าโดยผู้ประกอบการชาวจีน



ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมเอเชียตะวันออก กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.matichon.co.th