เอกสารการประชุมสัมมนา

ผลการสัมมนา "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-เวียดนาม: มิติใหม่แห่งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ"

07 Oct 2013   Views 4331

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ร่วมกับกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศได้จัดการสัมมนา เรื่อง "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-เวียดนาม: มิติใหม่แห่งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ" (Thailand-Vietnam Strategic Partnership: Towards a New Era of Economic Relations) ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี กรุงเทพฯ โดยมีนายประจวบ ไชยสาส์น นายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม และนายโง ดึ๊ก ถัง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย เป็นผู้ร่วมกล่าวเปิดการสัมมนาฯ


การสัมมนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประมาณ ๒๐๐ คน จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไป รวมทั้งสื่อมวลชนไทยและเวียดนาม ในการนี้ ผู้เข้าร่วมการสัมมนาต่างได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภาพรวมการยกระดับ ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ โดยนาย Nguyen Thanh Hai ผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์เวียดนามประจำประเทศไทย ได้บรรยายเกี่ยวกับศักยภาพใหม่ของ เวียดนามที่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง มีจำนวนประชากรกว่า ๙๐ ล้านคน ที่มีกาลังซื้อสูงและอยู่ในวัยทำงาน มีค่าแรงถูก มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนรัฐบาลเวียดนามใหความสาคัญกับ FDI อย่างมาก พร้อมทั้งมีการแก้กฎหมายต่าง ๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนต่างชาติ

นางศิริพร นุรักษ์ ผู้อานวยการกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ให้ข้อแนะนำสาหรับนักลงทุนไทยที่จะไปลงทุนในเวียดนาม โดยแนะนำให้หาที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายและศึกษาทำเลที่ตั้งก่อน เนื่องจากแต่ละจังหวัดจะมีกฎหมายการลงทุนที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ควรหาหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เป็นชาวเวียดนามเพื่อสร้างเครือข่ายในการลงทุนด้วย

ในช่วงที่สองของการสัมมนา มีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุนในเวียดนาม โดยมีนายสุรพล สิริพงศกร กรรมการผู้จัดการ บริษัทพัฒนาภัณฑ์เคมีเทค จำกัด นายธาราบดี ซึ่งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาโฮจิมินห์ และนายโฉลกพร ผลชีวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทวีนาคราฟท์เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมเสวนา โดยได้แนะนำให้ทดลองตลาดในเวียดนามก่อนที่จะเข้าไปลงทุน เพื่อประเมินความเหมาะสมของสินค้า และพิจารณาแนวทางทางธุรกิจว่าจะเป็นสินค้าสำหรับป้อนตลาดเวียดนามหรือเพื่อส่งออก นอกจากนี้ ควรมีทัศนคติการค้าขายในเวียดนามที่เน้นฐานลูกค้าที่มั่นคงและยาวนาน ไม่เน้นกำไรในระยะสั้น

สุดท้าย ประชาชนเวียดนามเห็นว่าสินค้าอุปโภคและบริโภคของไทยเป็นสินค้าเกรดดี มีคุณภาพ เหมาะสมกับราคา สาหรับข้อควรระวังคือ สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ และกฎหมายสิ่งแวดล้อมของเวียดนามซึ่งเคร่งครัดกว่าในประเทศไทย นักลงทุนจึงควรศึกษาอย่างละเอียดและรอบคอบ เช่น กฎหมายเรื่องมลภาวะ และกฎหมายเรื่องการบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น



ขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.worldatlas.com