ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

งานสัมมนาวิชาการ “5 ทศวรรษ ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม: ก้าวไปข้างหน้าสู่ความร่วมมือในหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้น”

31 Aug 2016   Views 5389 งานสัมมนาวิชาการ “5 ทศวรรษ ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม:  ก้าวไปข้างหน้าสู่ความร่วมมือในหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้น”

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2559 กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดงานสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “5 ทศวรรษ ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม : ก้าวไปข้างหน้าสู่ความร่วมมือในหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้น” ที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย – เวียดนามในทุกมิติในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม

นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กรุณาให้เกียรติกล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักวิจัย และผู้แทนสื่อมวลชนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดโดยรอบ จำนวนประมาณ 200 คน โดยมีนายสิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “5 ทศวรรษ ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม: ก้าวไปข้างหน้าสู่ความร่วมมือในหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้น” ซึ่งพูดถึงภาพรวมของความสัมพันธ์ทางการทูตและมิติอื่นๆ ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา และแนวโน้มของความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาได้แก่ ผศ.ดร. ธีระ นุชเปี่ยม ในหัวข้อ “ความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคง” ซึ่งกล่าวถึงความเป็นมาและบรรยากาศความร่วมมือทางการเมืองระหว่างไทยกับเวียดนาม ดร. ธัญญาทิพย์ ศรีพนา ในหัวข้อ “เหวียต เกี่ยว ในประเทศไทยกับความสัมพันธ์ไทย – เวียดนาม” ซึ่งกล่าวถึงสายสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามผ่านกลุ่ม เหวียต เกี่ยว หรือชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม รศ. ดร. มนธิรา ราโท ในหัวข้อ “อ่านเวียดนามผ่านวรรณกรรมการแปล” ซึ่งกล่าวถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจระหว่างคนไทยกับคนเวียดนามผ่านการอ่านงานวรรณกรรมของกันและกัน และ ดร. รุจิวรรณ เหล่าไพโรจน์ ในหัวข้อ “ความร่วมมือด้านการเรียนการสอนภาษาไทยและภาษาเวียดนามในฐานะการทูตวัฒนธรรม” ซึ่งกล่าวถึงความท้าทายและความจำเป็นในการส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนทั้งสองภาษาระหว่างกันเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจเอกชนไทยและเวียดนามที่จะเพิ่มพูนการค้าการลงทุนระหว่างกัน