ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เวทีหารือ Thailand - Cambodia Business Forum ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

22 Dec 2015   Views 11579


เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558 กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสมาคมมิตรภาพไทย - กัมพูชา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน สภาธุรกิจไทย - กัมพูชา สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย และหอการค้ากัมพูชา จัดเวทีหารือ Thailand - Cambodia Business Forum ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ 

โดยจัดขึ้นในช่วงการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีและการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat - JCR) ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 2 โดยมีนักธุรกิจและผู้แทนหน่วยงานของรัฐ ทั้งไทยและกัมพูชา เข้าร่วมกว่า 400 คน และสื่อมวลชนอีกกว่า 100 คน 

ในเวทีหารือฯ สมเด็จฯ ฮุน เซนได้แสดงปาฐกถาครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์กับนักลงทุนไทยในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชาครบรอบ 65 ปี โดยกล่าวว่า กัมพูชากำลังจะดำเนินนโยบายสนับสนุนการค้าการลงทุนในประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศระยะที่3 ตั้งแต่ปีค.ศ.2015-2025 โดยกล่าวย้ำว่าการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุแผนดังกล่าว และพร้อมต้อนรับนักลงทุนทุกชาติโดยเฉพาะนักลงทุนไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้เปิดกว้างการลงทุนในด้าน การธนาคาร การประกัน โทรคมนาคม การท่องเที่ยวและบริการ ภาคการผลิตและจะขยายไปในภาคอื่น ๆ อีกด้วย 

กัมพูชาพร้อมต้อนรับนักลงทุนไทย ทุกระดับไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนขนาดใหญ่ หรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งที่ผ่านมา กลุ่มลงทุนไทยได้ประสบความสำเร็จในกัมพูชา เช่น CP และ SCG สมเด็จฯ ฮุน เซนยังให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลกัมพูชาพร้อมที่จะดูแลการเมืองให้มีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจของกัมพูชาให้มีอัตราการเจริญเติบโตไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 7 และจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้ต่ำเพียงร้อยละ 3 ในขณะที่ค่าเงินของกัมพูชามีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งจะดูแลไม่ให้มีอุปสรรคใด ๆ มาขัดขวางการค้าการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในอนาคตอีกด้วย 

ก่อนเวทีหารือฯ นักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำของไทยได้เข้าพบกับสมเด็จฯ ฮุน เซนแบบกลุ่มเล็ก (Exclusive Meeting) ซึ่งสมเด็จฯ ฮุน เซนได้กล่าวเชิญให้นักธุรกิจชั้นนำของไทยเข้าลงทุนในกัมพูชาและสร้างฐานการผลิต เนื่องจากในปัจจุบัน กัมพูชามีความพร้อมด้านแรงงานราคาถูก แต่ยังขาดการพัฒนาในด้านทรัพยากรมนุษย์และฝีมือแรงงาน มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังขาดเทคโนโลยีซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้า 

นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าวว่า ไทยควรคำนึงถึงศักยภาพของตลาดอาเซียนด้วย เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนยังจะช่วยให้การขนส่งสินค้าในภูมิภาคมีความสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุนระยะยาว รวมทั้งได้ขอให้ภาคธุรกิจของไทยและกัมพูชาช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลสองประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ ก่อนการเข้าร่วมเวทีหารือ Thailand - Cambodia Business Forum สมเด็จฯ ฮุน เซนได้เยี่ยมชมนิทรรศการจัดแสดงของ 5 บริษัทชั้นนำของไทย ได้แก่ CP ไทยเบฟ ล็อกซเล่ย์ เครือสหพัฒน์ และ SCG ภายในงานด้วย