ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นโยบายการทูตญี่ปุ่นในที่ประชุมรัฐสภาสมัยสามัญครั้งที่ 189

13 Mar 2015   Views 130472

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้นำเสนอข้อมูลความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ นโยบายทางการทูตของญี่ปุ่นจากการประชุมรัฐสภา สมัยสามัญครั้งที่ 189 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่ง นายฟุมิโอะ คิชิดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้แถลงสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1. นโยบายส่งเสริมการสร้างความรุ่งเรืองและความปลอดภัยแก่ประเทศญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นยึดหลักสำคัญ 3 ประการ กล่าวคือ

ประการแรก มุ่งกระชับความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-สหรัฐ

ซึ่งถือเป็นหลักพื้นฐานของการทูตญี่ปุ่น โดยจะส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงในหลายภาคส่วน (Guidelines for Japan - U.S. Defense Cooperation) รวมถึงเดินหน้าการย้ายฐานทัพ Futenma ตามข้อตกลงที่ลงนามร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อลดภาระของจังหวัดโอกินาวา และการเดินหน้าเตรียมความพร้อมในการลงนาม Agreement to Supplement the Japan – U.S Status of Forces Agreement on Environment Stewardship

ประการที่สอง มุ่งกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

อันได้แก่

  • จีน ซึ่งมีความสำคัญในระดับทวิภาคีกับญี่ปุ่นมากที่สุดประเทศหนึ่ง โดยญี่ปุ่นเห็นว่า หากจีนเคารพกฎระเบียบของประชาคมโลก (Rule of Law ) ก็จะเป็นโอกาสอันดีสำหรับญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน โดยในการหารือระหว่างผู้นำและในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น และจีนในเวที APEC ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2557 นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ทั้งสองประเทศสามารถกลับไปยืนที่จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์บนพื้นฐานผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน (Mutually Beneficial Relations Based on Common Strategic Interests ) รวมไปถึงความร่วมมือและการเจรจาในหลายระดับ อันจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ พัฒนาก้าวหน้าต่อไป
  • เกาหลีใต้ นับได้ว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากการมีผลประโยชน์ในเรื่องความรุ่งเรืองและสันติภาพในภูมิภาคร่วมกัน และญี่ปุ่นมีความตั้งมั่นที่จะสร้างความร่วมมือที่มุ่งเน้นอนาคตให้สมกับ ที่เป็นปีครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น และญี่ปุ่นยังคงยืนยันความเป็นเจ้าของเกาะ Takeshima (เป็นพื้นที่กรณีพิพาทด้านดินแดนกับเกาหลีใต้) ต่อไป นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะเร่งให้มีการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 3 ฝ่าย (ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้ ) โดยเร็ว เพื่อสานต่อไปยังการประชุมของผู้นำ 3 ฝ่ายต่อไป
  • ASEAN ญี่ปุ่นจะร่วมสนับสนุนความพยายามในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยญี่ปุ่นเห็นว่า การรวมเป็นประชาคมอาเซียนจะก่อให้เกิดสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพแก่ภูมิภาคโดยรวม
  • อินเดียและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันตกและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ญี่ปุ่นจะกระชับความร่วมมือกับอินเดีย ซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์พิเศษระดับโลก (Special Strategic Global Partnership ) ของญี่ปุ่น และจะสานความสัมพันธ์กับภูมิภาคเอเชียตะวันตก และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
  • ออสเตรเลีย ญี่ปุ่นมุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์กับออสเตรเลีย แบบพิเศษ (Special Relationship ) คือ เน้นการมีผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน และจะกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจโดยผ่านความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกับออสเตรเลีย (JAEPA) นอกจากนี้ จะส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงทั้งในกรอบทวิภาคีและไตรภาคี (ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย)
  • รัสเซีย ญี่ปุ่นจะเชิญประธานาธิบดีปูติน เดินทางเยือนญี่ปุ่นภายในปี 2558 และจะเจรจาทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของญี่ปุ่นต่อไป รวมถึงการเจรจาเพื่อหาหนทางแก้ปัญหาหมู่เกาะทางตอนเหนือทั้ง 4 เกาะของญี่ปุ่น พร้อมทั้งยังสนับสนุนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภายในยูเครน หันหน้าเจรจากันเพื่อแก้ปัญหาอย่างสันติ โดยจะสนับสนุนให้รัสเซียมีบทบาทในเชิงสร้างสรรค์
  • เกาหลีเหนือ ญี่ปุ่นจะใช้แนวทางทั้งการเจรจาและการกดดันเกาหลีเหนือ โดยใช้ข้อตกลง Japan-DPRK Pyongyang Declaration เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เช่น นิวเคลียร์ และขีปนาวุธ ซึ่งถือเป็นการคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพของประชาคมโลก รวมทั้งปัญหาการลักพาตัวชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลญี่ปุ่น รวมถึงการเรียกร้องให้เกาหลีเหนือ ปฏิบัติตามข้อมติของ UNSC และแถลงการณ์ร่วม 6 ฝ่าย (Six-Party Talks Joint statement) เพื่อแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจะกระชับความร่วมมือกับประเทศต่างๆในยุโรป กลุ่มสหภาพยุโรป NATO ฯลฯ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส
ประการที่สาม คือ การกระชับความสัมพันธ์การทูตเศรษฐกิจที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่น

โดยญี่ปุ่นจะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งในรูปแบบ top-level sales และการให้ความช่วยเหลือในลักษณะของ Official Development Assistance (ODA) เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นไปยังตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะเร่งสรุปผลการเจรจา TPP และส่งเสริมการทูตเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และอาหาร รวมทั้งการทำให้ประชาคมโลกเข้าใจและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรทางทะเลได้อย่างยั่งยืน เช่น การจับปลาวาฬ เป็นต้น

2. นโยบายเพิ่มมาตรการป้องกันการก่อการร้ายต่างประเทศ และมาตรการการดูแลความปลอดภัยแก่ชาวญี่ปุ่นนอกราชอาณาจักร

ภายหลังเหตุการณ์สังหารตัวประกันชาวญี่ปุ่นในซีเรีย ญี่ปุ่นได้มีการเพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่นนอกราชอาณาจักร เช่น การออกประกาศเตือน มีการเพิ่มการประสานงานกับโรงเรียนชาวญี่ปุ่นในต่างประเทศ และขอกำลังอารักขาเพิ่มจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ และให้ข้อมูลพื้นที่ที่มีความเสี่ยง จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อหามาตรการรักษาความปลอดภัยแก่ชาวญี่ปุ่นนอกประเทศอย่างเร่งด่วน และเพื่อแสดงถึงบทบาทของญี่ปุ่นให้ทั่วโลกได้รับรู้และหามาตรการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

3. นโยบายการอุทิศตนเพื่อปัญหาสังคมระหว่างประเทศมากขึ้น

ญี่ปุ่น มุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์กับองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยในวาระที่ครบรอบ 70 ปี การก่อตั้ง UN ญี่ปุ่นพร้อมที่จะทำหน้าที่ประเทศสมาชิกถาวรของ UNSC และพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการปฏิรูป UNSC ร่วมกับอินเดีย เยอรมัน และบราซิล โดยญี่ปุ่นมีความพร้อมอย่างเต็มที่ต่อการเลือกตั้งประเทศสมาชิกไม่ถาวรของ UN ที่จะมีขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ญี่ปุ่นจะเสนอร่างกฎหมาย Green Climate Fund เพื่อหาเงินทุนในการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังส่งเสริมการเพิ่มบทบาทของสตรีในสังคม (Society where women shine ) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ปลอดการลิดรอนของสิทธิสตรีในศตวรรษที่ 21 และจัดงาน World Assembly for Woman (WAW!) ขึ้นอีกครั้งในปีนี้ และญี่ปุ่นจะใช้ประโยชน์จาก ODA ทางยุทธศาสตร์ในเชิงรุก เพื่อให้เกิดสันติภาพ เสถียรภาพและความรุ่งเรื่องต่อประชาคมโลกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะกระชับความเป็นหุ้นส่วนกับแอฟริกาที่มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยผ่าน Tokyo International Conference on Africa Development (TICAD ) และให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นในกฎระเบียบของประชาคมโลก (Rule of Law) ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นของสาธารณะของสังคมโลก (Global commons ) ที่หมายรวมถึง ทะเล อวกาศ และโลกไซเบอร์ โดยมุ่งรักษาไปพร้อมกับการพัฒนา Open and Stable Seas บนพื้นฐานของ Three Principles on the Rule of Law at Sea ร่วมกับประเทศผู้นำและประเทศที่เกี่ยวข้อง



ที่มา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2558