|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| โครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ในอินโดนีเซีย |
|
|
|
| เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2553 สภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซียได้เห็นชอบต่อแผนโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ของรัฐบาล อินโดนีเซียไม่สามารถพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล ได้แก่ น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่ออุปสงค์ภายในประเทศได้อีกต่อไปในอนาคต |
|
-
รัฐบาลได้มอบหมายให้ National Nuclear Energy Agency (Batan) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการเตรียมการและแผนการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ และ Nuclear Energy Regulatory Agency (Bapiten) เป็น regulatory body สำหรับโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
-
รัฐบาลอินโดนีเซียได้ประเมินโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายที่จำเป็นสำหรับการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังเจออุปสรรคในการพัฒนาโครงการในขั้นต่อไป เนื่องจากติดขัดเรื่องกฏระเบียบเกี่ยวกับการให้ผู้ประกอบการดำเนินโครงการ และการพิจารณาที่จะอนุญาตให้ต่างชาติเป็นเจ้าของโครงการ รวมทั้งการเปิดประมูลให้นักลงทุนที่สนใจดำเนินโครงการ
-
แผนการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เป็นการดำเนินการตามนโยบายพลังงานแห่งชาติภายใต้กฎหมายฉบับ 17/2007 ที่กำหนดให้พลังงานนิวเคลียร์เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้พลังงาน (Energy mix) ในปี 2558 –2562 โดยอินโดนีเซียกำลังวางแผนก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาด 4 พันเมกะวัตต์จำนวน 4 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2560 และอินโดนีเซียคาดว่าภายในปี 2560 ปริมาณกระแสไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์จะเป็นร้อยละ 2 ของอุปสงค์ของการใช้กระแสไฟฟ้าภายในประเทศ
-
อินโดนีเซียเริ่มใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์โดยสันติวิธีตั้งแต่ปี 2503 เป็นต้นมา โดยมีปฏิกรณ์ปรมาณูบันดุง (Bandung Reactor) ซึ่งใช้ low-enriched uranium สำหรับใช้ในวัตถุประสงค์ทางการเกษตรและการแพทย์ และนำพลังงานนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา พลังงานความร้อนจากใต้ผิวโลก (geothermal energy) และในกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงอินทรีย์ (biofuels)
-
ตำบล Melawi บนเกาะกาลิมันตะวันตกเป็นแหล่งแร่ธาตุยูเรเนียมจำนวนกว่า 25,000 ตันซึ่งจะสามารถใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 150 ปี และโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาด 1 พันเมกะวัตต์จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับท้องถิ่นที่ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า
-
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ภาคประชาชนหลายองค์กรเห็นพ้องว่าอินโดนีเซียยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เนื่องจากอินโดนีเซียยังมีแหล่งพลังงานทดแทนหลายประเภท เช่น ถ่านหินความร้อนจากใต้ผิวโลก น้ำ และลมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งปัญหาการขาดแคลนพลังงานเกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาลที่ส่งออกถ่านหินและก๊าซธรรมชาติไปต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่พอเพียงต่อการใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าภายในประเทศ และความไม่ต่อเนื่องในการบริหารงานของรัฐบาลอาจเป็นปัจจัยทางการเมืองที่อาจกระทบต่อการเริ่มก่อสร้างโครงการในปี 2560 (รัฐบาลชุดปัจจุบันจะครบวาระการบริหารประเทศในปี 2557)
----------------------------------------------------
เม.ย. 2553
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|