ในปี 2551 ก่อนที่บริษัทเป๊ปซี่จะตัดสินใจอัดฉีดเงิน 21,300,000 เหรียญสหรัฐในเขตพัฒนาดังกล่าว ได้จัดให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA - Food and Drug Administration) เข้าไปตรวสอบคุณภาพน้ำ พบว่า จาก 196 ตัวชี้วัด มี 194 ที่ได้ผลออกมาว่าดีมาก เเละอีก 2 ตัวที่ได้ผลออกมาว่าดี โดยเป็นผลการตรวจสอบสภาพน้ำที่ดีที่สุดเท่าที่บริษัทเป๊ปซี่เคยตรวจสอบมา
ดังนั้น จึงมีบริษัทอาหารเเละเครื่องดื่มเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจเสี่ยวหลานมากขึ้น ปัจจุบันได้มีการร่วมมือกันระหว่างบริษัท COFCO [1] เเละบริษัทเป๊ปซี่โดยร่วมกันจัดตั้งบริษัทผลิตเครื่องดื่มในเขตพัฒนาเศรษฐกิจเสี่ยวหลาน โดยใช้เงินทุนประมาณ 1,000 ล้านบาทและมีกำลังการผลิต 120,000 ตัน/ปี นอกจากนี้ยังมีบริษัทสุราย่าโจวของเมืองหนานชาง เข้าไปลงทุนในเขตดังกล่าวอีกด้วย โดยใช้เงินลงทุน 3,000 ล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานใหม่ เเละมีกำลังการผลิตสุรา 600,000 ตัน
ปัจจุบันเขตพัฒนาเศรษฐกิจดังกล่าวถูกจัดให้เป็น “ฐานการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่สำคัญของเมืองหนานชาง” โดยในขณะนี้มีโครงการด้านการผลิตอาหารกว่า 70 โครงการ โดยมีธุรกิจการผลิต 46 เเห่ง ธุรกิจอุตสาหกรรมที่มียอดขายมากกว่า 25 ล้านบาทอีก 11 เเห่ง ซึ่งจะผลิตอาหารที่เป็นสินค้าประเภทน้ำเเละเครื่องดื่ม (Soft drink) เป็นหลัก
มณฑลเจียงซีมีการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจต่าง ๆ มากมาย โดยมีเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขตพัฒนาเศรษฐกิจรวมทั้งสิ้น 99 แห่งโดยแบ่งเป็นระดับประเทศ 4 แห่ง แบ่งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เขตส่งเสริมการแปรรูปเพื่อการส่งออก เช่น เขตพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงเมืองหนานชางและเขตแปรรูปเพื่อการส่งออกเมืองจิ่วเจียง เป็นต้น ดังนั้น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจเสี่ยวหลานขึ้นอีกจะทำให้เจียงซีมีรูปแบบเขตพัฒนาเศรษฐกิจที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
[1]บริษัท COFCO เป็นบริษัทผู้นำนำเข้า-ส่งออก ผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเเละธัญพืช โดยเริ่มตั้งจัดขึ้นเมื่อปี 2492 นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวยังดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ การโรงเเรมเเละการบริการทางการเงิน ซึ่งได้รับความสำเจ็จอย่างมาก ทั้งนี้ยังได้รับการจัดให้เป็น 1 ใน 500 บริษัทชั้นนำของโลกโดยนิตยสาร Fortune
|