ได้เดินทางเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองการก่อตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างจีนและอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 7 มกราคม 2553 ที่เขตปกครองตนเอง เมืองหนานหนิง ประเทศจีน โดยมีนายยีเซียวจุน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าจีน รองเลขาธิการใหญ่อาเซียน บรรดาทูตานุทูต ตัวแทนองค์การระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการภาคธุรกิจจีนและต่างประเทศพร้อมสื่อมวลชนอาเซียนเข้าร่วมงานฉลองดังกล่าว
โอกาสนี้นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างเขตการค้าเสรี จีน-อาเซียนที่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ว่า แสดงให้เห็นถึงความพยายามและความมุ่งหวังร่วมกันระหว่างจีน-อาเซียน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน นายสมสะหวาดกล่าวด้วยว่าหลังจากก่อตั้งเขตการค้าเสรีแล้ว ความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายก็จะดำเนินไปแบบก้าวกระโดด เพราะศักยภาพที่แฝงอยู่ของกันและกัน การดำเนินโครงการร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบการค้าเสรีนี้จะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการลดระดับความแตกต่างด้านการพัฒนาภายในอาเซียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสร้างประชาคมอาเซียน ในปี 2553 และเพื่อทำให้เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและเพิ่มขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ นายสมสะหวาดยังได้เรียกร้องให้มีการส่งเสริมการลงทุนระหว่างสองฝ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อเชื่อมการคมนาคมทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
สำหรับการเชื่อมการคมนาคมร่วมกัน ลาวได้มีส่วนในการสร้างเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ เสร็จแล้วและกำลังก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงลาว-ไทย ตามเส้นทางเศรษฐกิจตั้งแต่เหนือจรดใต้ พร้อมกันนี้ก็ยังร่วมกับเวียดนามและไทยในการอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมเชื่อมระหว่างเส้นทางเศรษฐกิจตั้งแต่ทิศตะวันออกถึงตะวันตก
นายสมสะหวาดได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเขตปกครองตนเองจ้วง กวางสี ที่ตกลงเปิดสายการบินเส้นทางหนานหนิง-เวียงจันทน์ และย่างกุ้ง-กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2553เป็นต้นมา ทำให้หนานหนิงมีสายการบินโดยตรงกับ 8 ประเทศในอาเซียน
สำหรับลาวเอง ยังต้องอิงจังหวะการเติบโตของความร่วมมือระหว่างจีน-อาเซียนที่ยิ่งเพิ่มทวีขึ้นและจะยังร่วมดำเนินการสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมกับบรรดาประเทศอาเซียน-จีน ภายใต้โครงการเชื่อมเส้นทางรถไฟจากสิงคโปร์ไปยังคุนหมิงด้วย
การสร้างเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนนี้ทำให้อัตราภาษีที่มีต่อสินค้าส่งออกไปยังจีนของประเทศอาเซียนลดลงจาก 9.8% เป็น 0.1% โดยเฉพาะประเทศอาเซียนเดิม อย่างอินโดนีเซีย ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน จะลดลงจากเดิม 12.8% มาเป็น 0.6% ส่วนอีก 4 ประเทศสมาชิกใหม่คือ ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่าจะได้รับสิทธิ์ลดอัตราภาษีดังกล่าวในปีนี้
-----------------------------------------
ที่มา: ข่าวสารประเทศลาว 14 ม.ค. 2553
แปลโดย: ศูนย์อินโดจีนศึกษา วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา
|