วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

article
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลไทย ประจำปี 2014 ณ นครกุ้ยหยาง
เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เข้าร่วมพิธีปิดงานมอบขาเทียมการกุศลที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัก
สรุปสาระสำคัญการบรรยายเรื่อง “ตลาดส่งออกข้าว: โอกาสและอุปสรรคของไทย”
โลกในอนาคตปี ค.ศ. 2020
งานประเพณีปีใหม่ลาว
สรุปและเอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง "โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจใน สปป.ลาว : กฏหมายส่งเสริมการลงทุนปี 2552 และปีการท่องเที่ยวลาว 2555"
นโยบายสวัสดิการสังคมของสิงคโปร์
ประวัติการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบรูไน
แต่งงานกับคนต่างชาติ ดีจริงหรือ
นโยบาย Wawasan 2035 ของบรูไนดารุสซาลาม
การวางผังเมืองของสิงคโปร์
สิงคโปร์ …. ประเทศเล็ก ๆ มีพื้นที่เพียง 699.4 ตารางกิโลเมตร (ประมาณเกาะภูเก็ตของบ้านเรา)

แต่มีประชากรถึง 5.08 ล้านคนแถมคนต่างชาติที่เข้าไปทำธุรกิจอีกมากมาย   รัฐบาลสิงคโปร์จึงให้ความสำคัญกับการวางผังเมือง เพื่อให้สิงคโปร์เป็นเมืองน่าอยู่ สะดวกสบาย ปลอดภัย สภาพแวดล้อมดี จนสามารถเป็นเมืองที่มีอัตตลักษณ์โดดเด่น พร้อมรองรับการลงทุนและการท่องเที่ยว

การวางผังเมืองที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จของสิงคโปร์มีปัจจัยจาก

1. แนวทางการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชน แนวทางดังกล่าวมุ่งทำให้สิงคโปร์เป็น “เมืองที่โดดเด่น” หรือ “A City of Distinction” ที่มีทั้งความแปลกใหม่และมีอัตตลักษณ์เฉพาะตน มีสภาพที่ตื่นตัวพร้อมรองรับการลงทุนและการท่องเที่ยว และอยู่อาศัยได้สบาย (vibrant and livable environment)

2.  แนวทางข้างต้นเป็นกรอบความคิด (Concept Plan) ในการพัฒนาและวางผังเมือง เพื่อบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่าในระยะยาว การทำให้สินทรัพย์ที่มีอยู่เป็นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ (capitalize assets)รวมทั้งการวางระบบคมนาคม โดยคาดคะเนถึงลักษณะบ้านเมืองใน อนาคต 40-50 ปีข้างหน้า อาทิ การสร้างศูนย์การค้าใต้ดิน    

3.  จากกรอบความคิด (Concept Plan) มีการจัดทำแผนแม่บทในรายละเอียด (Master Plan)ที่มี แผนงานระยะกลาง 10-15 ปี แผนงานต่าง ๆ เป็นเอกสารที่มีผลบังคับทางกฎหมายที่ทุกส่วนราชการต้องนำไปปฏิบัติให้เกิดผล มีการทบทวนแผนทุก 10 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์จริง

4.  แนวคิดที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่

              4.1  การให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว โดยพยายามคงพื้นที่สีเขียวไว้ในอัตรา 1:6 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยสร้างพื้นที่สีเขียวทดแทนส่วนที่ถูกทำลายจากการปรับปรุงพัฒนาบ้านเมือง รวมทั้งวางผังให้พื้นที่สีเขียวต่าง ๆ เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน

              4.2  ส่งเสริมการสร้างอาคารที่อยู่อาศัยให้มีลักษณะที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน (Community Living) มากกว่าความเป็นส่วนตัว เช่น สร้างพื้นที่ว่างสำหรับการวิ่งออกกำลังกาย การสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคาร รวมทั้งทางเชื่อมอาคารในช่วงชั้นสูง ๆ รวมทั้งมีความหลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้ดี ทั้งนี้ อาคาร Pinnacle@Duxton ในเขต Tanjong Pagar เป็นอาคารตัวอย่างของแนวคิด Community Living  ซึ่งได้รับรางวัล Best Tall Building Asia & Australia Award จาก The Council of Tall Buildings and Urban Habitat  

            4.3  ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัย ทั้งเรื่องอัคคีภัย และภัยทางอากาศ ซึ่งกำหนดให้อาคารที่สร้างใหม่จะต้องไม่สูงเกิน 280 เมตร

5. การที่สิงคโปร์ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีหน่วยงานหลักหรือ “เจ้าภาพ”ที่ชัดเจน (Urban Redevelopment Authority – URA เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนพัฒนาเมือง) และมีหน่วยงานต่างๆ ที่รับแผนไปดำเนินงานโดยไม่ซ้ำซ้อน อาทิ Building and Contruction Authority - BCA รับผิดชอบในการควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พิมพ์
Share Retweet
ย้อนกลับ
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง | เข้าสู่ระบบ
Copyright © 2009 East Asia Watch. All rights reserved.