วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

article
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลไทย ประจำปี 2014 ณ นครกุ้ยหยาง
เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เข้าร่วมพิธีปิดงานมอบขาเทียมการกุศลที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัก
สรุปสาระสำคัญการบรรยายเรื่อง “ตลาดส่งออกข้าว: โอกาสและอุปสรรคของไทย”
โลกในอนาคตปี ค.ศ. 2020
งานประเพณีปีใหม่ลาว
สรุปและเอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง "โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจใน สปป.ลาว : กฏหมายส่งเสริมการลงทุนปี 2552 และปีการท่องเที่ยวลาว 2555"
นโยบายสวัสดิการสังคมของสิงคโปร์
ประวัติการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบรูไน
แต่งงานกับคนต่างชาติ ดีจริงหรือ
นโยบาย Wawasan 2035 ของบรูไนดารุสซาลาม
ประวัติการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบรูไน
ทุกคนทราบดีว่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นทรัพยากรหลักที่สำคัญของบรูไน แต่มีน้อยคนนักที่จะทราบถึงประวัติความเป็นมาของทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบรูไน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศบรูไนมาเป็นเวลามากกว่า 80 ปี

ประวัติความเป็นมา

การค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในบรูไนเริ่มต้นขึ้นเมื่อค.ศ. 1899 ที่เมืองบรูไน หรือ เมืองบันดาร์เสรีเบกาวันในปัจจุบัน บ่อน้ำมันแห่งแรกที่ขุดพบคือ Ayer Berkunchi ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณหมู่บ้านน้ำ (Kampong Ayer) ในอดีตมีบริษัทจากต่างชาติที่เข้ามาร่วมสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 6 บริษัท ได้แก่ (1) British Borneo Petroleum Syndicate Limited, (2) the Shanghai Langkat Company, (3) Nederlandsche Koloniale Petroleum Maatschappij (Royal Dutch Shell), (4) the Anglo-Saxon Petroleum Company Limited, (5) Asiatic Petroleum Company (Federated Malay States) Limited และ (6) the British Malayan Petroleum Company Limited (BMPC) โดยเฉพาะบริษัท Royal Dutch Shellมีบทบาทอย่างมากในการสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน ทั้งนี้ บริษัทเคยมีการค้นพบแหล่งน้ำมันที่เมือง Miri ในรัฐซาราวักตั้งแต่ ค.ศ. 1913

ต่อมาใน ค.ศ. 1918 บริษัทอื่น ๆ ได้ถอนตัวออกไปมีเพียงบริษัท Royal Dutch Shell เท่านั้นที่ยังคงดำเนินการสำรวจและขุดเจาะในตำบล Labi บริเวณเขต Beliat แต่การค้นพบน้ำมันยังอยู่ในปริมาณที่น้อย และไม่เพียงพอเพื่อการใช้เชิงพาณิชย์ จนกระทั่ง ค.ศ. 1929 แหล่งน้ำมันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของบรูไนได้ถูกค้นพบที่บริเวณเมืองซีเรีย (Seria) โดยบริษัท British Malayan Petroleum Company Limited (BMPC) ซึ่งควบคุมโดยบริษัท Royal Dutch Shellหรือบริษัท Brunei Shell Petroleum Company Sdn Bhd (BSP) ในปัจจุบัน

แหล่งน้ำมันในเมืองซีเรียนับเป็นแหล่งน้ำมันเชิงพาณิชย์บนฝั่ง (onshore) ของบรูไน ที่มีการขุดเจาะบ่อน้ำมันถึง 48 บ่อ ในระหว่างค.ศ. 1914 –1960 ซึ่งใน ค.ศ 1940 มีการเพิ่มปริมาณการผลิตถึง 17,000 บาเรลต่อวัน ถึงแม้ว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณแหล่งน้ำมันดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่ภายหลังสงครามก็สามารถกลับมาผลิตน้ำมันได้ในจำนวน 15,000 บาเรลต่อวัน

การพัฒนาด้านเทคโนโลยีในช่วง ค.ศ.1960 ทำให้บรูไนสามารถเริ่มขุดเจาะแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่ง (offshore) ได้ในบริเวณ South West Ampaซึ่งอยู่ห่างจากเขต Kuala Belait ออกไป 13 กิโลเมตร และยังนำมาซึ่งการสำรวจพบก๊าซธรรมชาติ บรูไนจึงเริ่มผลิต Liquefied Natural Gas (LNG) ใน ค.ศ. 1972 ซึ่งถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งแรกที่อยู่บริเวณใกล้ชายฝั่งบรูไน และด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีบรูไนสามารถส่งก๊าซธรรมชาติไปยังญี่ปุ่น ใน ค.ศ. 1972

บรูไนได้สำรวจพบแหล่งน้ำมันอีกมากมายหลายบ่อ จนกระทั่งใน ค.ศ. 1979 บรูไนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันได้ถึง 250,000 บาเรลต่อวัน และใน ค.ศ. 1991 เป็นปีที่สำคัญของประวัติศาสตร์การผลิตน้ำมันของบรูไน เพราะบรูไนสามารถผลิตน้ำมันได้สูงถึง 1 พันล้านบาเรล และ เมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม ค.ศ. 1991 บรูไนจึงได้สร้าง The Billionth Barrel Monument ไว้เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ของความสำเร็จนี้

ในค.ศ. 1993 บรูไนได้จัดตั้ง Brunei Oil and Gas Authority (BOGA) ขึ้นอย่างเป็นทางการ และได้จัดตั้ง Brunei National Petroleum Company Sdn. Bhd. (PetrolemBRUNEI) ขึ้นใน ค.ศ. 2001 ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท (Companies Act - CAP39)โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นผู้บริหารผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี และค.ศ 2005 ได้มีการจัดตั้งกระทรวงพลังงาน ภายใต้การดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี

ปัจจุบัน บริษัท Brunei Shell Petroleum Company Sdn Bhd (BSP) ยังคงมีบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในบรูไน โดยรัฐบาลบรูไน และบริษัท Asiatic Petroleumจำกัด มีการถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน

*******************

 13 กรกฎาคม 2553

พิมพ์
Share Retweet
ย้อนกลับ
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง | เข้าสู่ระบบ
Copyright © 2009 East Asia Watch. All rights reserved.