วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

article
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลไทย ประจำปี 2014 ณ นครกุ้ยหยาง
เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เข้าร่วมพิธีปิดงานมอบขาเทียมการกุศลที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัก
สรุปสาระสำคัญการบรรยายเรื่อง “ตลาดส่งออกข้าว: โอกาสและอุปสรรคของไทย”
งานประเพณีปีใหม่ลาว
สรุปและเอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง "โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจใน สปป.ลาว : กฏหมายส่งเสริมการลงทุนปี 2552 และปีการท่องเที่ยวลาว 2555"
โลกในอนาคตปี ค.ศ. 2020
ประวัติการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบรูไน
นโยบายสวัสดิการสังคมของสิงคโปร์
แต่งงานกับคนต่างชาติ ดีจริงหรือ
สถานการณ์พลังงานของบรูไนในปัจจุบัน
กงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองโกตาบารู มาเลเซีย ให้สัมภาษณ์วิทยุ อสมท.อย่างน่าสนใจยิ่ง
นายสุรพล เพชรวรา กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ได้ให้สัมภาษณ์สดในรายการ Inside ไทย Inside โลก ทางสถานีวิทยุ อสมท.FM 100.5 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2553 เวลา 17.00 – 18.00 น. โดยมีคุณธันย์ชนก จงยิ่งยศ และ คุณวารินทร์ สัจเดว เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งครอบคลุมหลายประเด็น และสะท้อนวิธีการคิดที่แหลมคม น่าสนใจยิ่ง ดังนี้

ผู้ดำเนินรายการ   อยากสอบถามว่าโกตาคินาบาลูกับโกตาบารูคือคนละที่กันใช่หรือไม่ครับ

กงสุลใหญ่ฯ      คืออย่างนี้ครับ คนไทยเรามีจำนวนน้อยที่รู้จักโกตาบารู ผมจะขอถือโอกาสนี้เรียนให้พี่น้องคนไทยได้รู้จักโกตาบารูมากขึ้น ผมขอย้อนไปช่วงที่เราเป็นเด็กนักเรียน ป.1– ป.4 เราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ว่า กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรีและเปอร์ลิสเคยเป็นประเทศราชของไทย แต่พอเราจบ ป. 4 ก็ลืมไปเลย เราก็ไปเรียนเรื่องอเมริกาและยุโรป เรียนเรื่องอะไรเยอะแยะมากมาย กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรีและเปอร์ลิสก็เลยถูกลืม คนไทยจำนวนมากไม่รู้ว่าขณะนี้ไทรบุรีเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐเคดาห์ ทั้งๆที่อยู่ติดกับจังหวัดสงขลา ผมจำได้ว่าตอนที่ผมจะมารับราชการที่เมืองโกตาบารูครั้งแรก ผมได้ยื่นตั๋วให้การบินไทยที่สุวรรณภูมิ บอกว่าช่วยเช็ค Through จากกรุงเทพฯ ไปกัวลาลัมเปอร์และจากกัวลาลัมเปอร์ไปโกตาบารูให้ด้วย เจ้าที่หน้าการบินไทยถามว่า เค้าเปลี่ยนชื่อแล้วไม่ใช่เหรอค่ะ ผมถามว่าเปลี่ยนเป็นอะไร เค้าบอกว่าเดิมชื่อโกตาคินาบาลูไม่ใช่เหรอค่ะ อันนี้สะท้อนให้เห็นว่า เราคนไทย แม้กระทั่งอยู่ใน service sector อยู่ในธุรกิจการบินก็ยังไม่รู้จักเมืองโกตาบารูเลย ทั้งๆ ที่ห่างจาก อ.สุไหง-โกลกเพียงแค่ 45 กิโลเมตรและห่างจาก อ.ตากใบ 25 กิโลเมตร รัฐกลันตันที่เราท่องมาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันนี้มีเมืองโกตาบารูเป็นเมืองหลวง การที่รัฐกลันตันซึ่งมีชายแดนติดกับ จ.นราธิวาสตลอดแนว คนใน จ. นราธิวาส ปัตตานี ยะลา จะรู้เรื่องกลันตันและโกตาบารูดีพอสมควร แต่ถ้าขยับขึ้นไปอีกหน่อยถึงสงขลา คนใน จ.สงขลา หาดใหญ่ ก็จะไม่รู้เรื่องโกตาบารูเลยหรือถ้ารู้ก็อาจจะน้อย เพราะคนจากหาดใหญ่จะเข้ามาเลเซียทางด่านสะเดา/บูกิตกายูฮิตัม ไปทางด้านปีนัง ซึ่งผ่านทางรัฐไทรบุรีเดิมของไทยหรือปัจจุบันเรียกว่ารัฐเคดาห์  หากอยู่ที่หาดใหญ่หันหน้ามองมาเลเซียจะเห็นเส้นทางจะแบ่งออกเป็น 2 ซีก คือเส้นหนึ่งจากจากหาดใหญ่ไปปัตตานี นราธิวาส แล้วก็มารัฐกลันตัน และอีกเส้นหนึ่งจากหาดใหญ่ไปที่ อ.สะเดา  ด่านนอก/บูกิตกายูฮิตัม เข้ารัฐเคดาห์ซึ่งเดิมคือรัฐไทรบุรี ไปปีนังแล้วลงไปทางกัวลัมเปอร์ นีคือเพื่อนบ้านที่คนไทยเรายังไม่รู้จักดีนัก จึงถือโอกาสนี้บอกกล่าวให้คนที่ยังไม่เคยมาได้รู้จัก

ผู้ดำเนินรายการ   แล้วท่านกงสุลใหญ่ฯ ค่ะ สภาพบ้านเมืองเค้าเหมือนกับประเทศไทยเลยหรือเปล่าค่ะ เพราะว่าอย่างที่ท่านกงสุลใหญ่ฯ บอกว่าเคยเป็นเมืองของไทยมาก่อน ไม่ทราบว่าตอนนี้สภาพบ้านเมืองเค้าเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

กงสุลใหญ่ฯ      เมื่อวานผมพาข้าราชการพันธุ์ใหม่หรือที่เรียกว่านักบริหารการเปลี่ยนแปลงของ ก.พ.ร. นั่งรถจากโกตาบารู ผ่านนราธิวาส ผ่านปัตตานีซึ่งนั่งไปเค้าก็สยดสยองไป ว่าจะเกิดเหตุการณ์เมื่อไร เพราะใน ปัจจุบันนี้ คนไทยภาคกลางและภาคอื่นของประเทศ พอพูดถึง จ.ปัตตานี นราธิวาส มักจะกลัวไม่กล้าลงมา ก็เลยจับทั้งสองคนนั่งรถจากโกตาบารู ผ่านนราธิวาส ปัตตานี ไปหาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็ให้นั่งจากหาดใหญ่ผ่านสะเดา ด่านนอก ระหว่างทางจากหาดใหญ่ถึงด้านนอก สภาพบ้านเรือนฝั่งไทยจะระเกะระกะรกรุงรังไม่เป็นระเบียบ แต่พอผ่านด่านมาเลเซียเข้าแล้ว ข้าราชการทั้งสองคนบอกว่า สภาพถนนหนทางเหมือนในยุโรปเลย ไฮเวย์ได้มาตรฐานยุโรป ไม่ใช่มอเตอร์ไซต์อยากแซงตรงไหนก็โพล่ขึ้นมา คนอยากข้ามถนนตรงไหนก็ข้าม เขาทำทางออกเป็นระเบียบเรียบร้อย บริเวณชุมชนก็ต้องตั้งอยู่แห่งหนึ่งแล้วทำทางออกเหมือนแถวยุโรป เพราะฉะนั้นซีกทางตะวันตกของมาเลเซียได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดี ถ้ามองเห็นประเทศมาเลเซียจะพบว่าเป็นแท่งยาวๆลงมา ตรงกลางจะมีภูเขากั้นระหว่างซีกตะวันตกกับตะวันออก ซึ่งเป็นลักษณะของคาบสมุทรคือจะมีภูเขากั้นกลางเสมอเพื่อแบ่งตะวันตกและตะวันออกออกจากกัน แต่พอขับรถข้ามซีกเขาจากตะวันตกมายังตะวันออกเพื่อมารัฐกลันตัน ก็จะเห็นความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนประเทศไทย เพราะรัฐกลันตันถ้าเทียบแล้วก็เป็นจังหวัดชายแดนของมาเลเซียที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งคนมาเลเซียก็บอกว่าเป็นรัฐที่จนที่สุด สภาพของบ้านเรือน ผู้คนก็ธรรมดาไม่มีอะไรที่แตกต่างจากประเทศไทยมากนัก ถนนหนทางก็อาจจะสู้ประเทศไทยไม่ได้ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นความเป็นอยู่ หรือว่าสภาพบ้านเรือน ถนนหนทางในรัฐกลันตันจึงไม่แตกต่างจากประเทศไทย สมมติว่าถ้าเดินทางมาถึงหาดใหญ่หรือนั่งเครื่องบินมาลงนราธิวาส แล้วนั่งรถจากนราธิวาสข้ามฝั่งไปมาเลเซียซึ่งถ้าข้ามที่อ.ตากใบก็จะต้องนั่งเรือข้าม แต่ถ้าเข้าที่อ.สุไหง-โกลกก็จะสามารถข้ามสะพานได้เลย เมื่อข้ามไปแล้วจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างไทยกับมาเลเซียมากนัก เพราะคนในรัฐกลันตันกับคนนราธิวาส ปัตตานี ก็คือพี่น้องกัน มีความเป็นมลายูเหมือนกันและแทบจะพูดภาษาเดียวกัน  คนใน 3 จังหวัดจะพูดภาษายาวี คนในรัฐกลันตันพูดภาษามาลายูสำเนียงกลันตันซึ่งแตกต่างจากกัวลาลัมเปอร์ แต่คนปัตตานี นราธิวาส ยะลาจะฟังและเข้าใจภาษามลายูกลันตันได้ดี

ผู้ดำเนินรายการ   ถ้าดูจากแผนที่โกตาบารูก็อยู่ทางฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย

กงสุลใหญ่ฯ      ถ้าดูในแผนที่โกตาบารูอยู่ในซีกตะวันออกของคาบสมุทรของมลายู รัฐกลันตันคือภาคอีสานของมาเลเซีย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับนราธิวาสเลย จึงอยากให้พี่น้องคนไทยได้ทราบว่ากลันตันเป็นอย่างไร ขณะนี้กลันตันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซียไม่ได้เป็นประเทศราชของเราเหมือนเมื่อก่อน เป็น 1 ใน 14 รัฐของมาเลเซีย มีการปกครองตนเอง มีรัฐบาลของรัฐเรียกว่า State government มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็มีรัฐบาลกลางดูแลทั้งประเทศ ทั้งในเรื่องของความมั่นคง เศรษฐกิจ และเรื่องอื่นที่เป็นปัญหาส่วนรวม

ผู้ดำเนินรายการ  ระหว่างผู้คนที่อยู่ที่โกตาบารูกับที่กัวลาลัมเปอร์ มีความแตกต่างกันหรือไม่คะ

กงสุลใหญ่ฯ      คนที่โกตาบารูกับกัวลาลัมเปอร์จะแตกต่างกันครับ วิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมคนที่โกตาบารูหรือรัฐกลันตันจะมีความเคร่งครัดในเรื่องศาสนาอิสลามมากกว่าคนในกัวลาลัมเปอร์ อาจจะเป็นเพราะว่ากัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองหลวง และปกครองด้วยรัฐบาลกลางเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็มาจากพรรคอัมโน พรรคอัมโนเป็นรัฐบาลกลางมาเลเซียที่พยายามเสนอเรื่องมุสลิมสายกลาง ในขณะที่รัฐกลันตันปกครองด้วยพรรค PAS ซึ่งเป็นพรรคที่ส่งเสริมและเคร่งครัดศาสนาอิสลาม พรรคนี้เป็นรัฐบาลของรัฐกลันตันติดต่อกันมา 20 ปี เพราะฉะนั้นรัฐกลันตันจะมีความเคร่งครัดในเรื่องของศาสนาอิสลาม เมื่อเข้าไปในกัวลาลัมเปอร์จะเห็นผู้หญิงมาเลเซียจำนวนมากไม่ต้องใช้ผ้าฮิญาบคลุมผม ไม่ต้องใส่ผ้าซิ่น ไม่ต้องใส่ชุดคลุมตัวเหมือนกลันตัน อาจจะใส่กางเกงยีนส์ธรรมดา แต่ก็อาจมีจำนวนหนึ่งที่แต่งเหมือนคนในรัฐกลันตันด้วย แต่มีจำนวนไม่มาก ซึ่งจะมีลักษณะเป็น International city ไปแล้วก็ได้  คนมุสลิมในกัวลาลัมเปอร์จะถูกมองว่าไม่เคร่งครัดเท่าคนมุสลิมในรัฐกลันตัน และเมื่อเข้ามาในรัฐกลันตันจะพบว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องใช้ผ้าฮิญาบคลุมหัว แต่งตัวรัดกุม เรียบร้อยมิดชิด มีประเพณีวัฒนธรรมที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติของศาสนาอิสลาม

ผู้ดำเนินรายการ   แล้วอย่างคนมาเลเซียเชื้อสายอื่น เช่น เชื้อชายจีน ที่นับถือศาสนาอื่นที่รัฐกลันตัน เค้าก็อยู่กันได้อย่างปกติใช่ไหมค่ะ

กงสุลใหญ่ฯ      คนเชื้อสายจีนที่เป็นมาเลย์ในกลันตันมีประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนประชากร 1.5 ล้านคนในรัฐกลันตัน คนจีนมาเลเซียที่อยู่ในรัฐกลันตัน จะค่อนข้างมีความสุขเพราะว่าสามารถทำมาหากินได้สะดวก และก็ไม่ได้รับการการถูกกีดกันจากรัฐบาลของรัฐ เพราะว่าคนจีนเหล่านี้เป็นคนที่สนับสนุนให้พรรค PAS ขึ้นมาปกครองรัฐกลันตัน แล้วก็สามารถได้รับสิทธิการทำกินและอยู่ร่วมกันได้ แต่ก็มีประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณธันย์ชนกกับคุณวาริน ไปที่สนามกอล์ฟในรัฐกลันตัน นักกอล์ฟที่เป็นมุสลิมคนเมื่อเล่นกอล์ฟเสร็จก็จะนั่งอยู่บนศาลาบนคลับเฮาส์ดื่มน้ำชา ดื่มขนม ดื่มน้ำหวานกันไป แต่นักกอล์ฟที่เป็นคนจีนเค้าจะไปนั่งอยู่นอกศาลาดื่มเบียร์ ดื่มเหล้าอะไรกันไป เพราะฉะนั้นเป็นสังคมที่แบ่งชัดเจนเลยว่า นี้คือสังคมคนจีนนี้คือสังคมคนมาเลย์ แต่ขณะเดียวกันก็มีคนจีนที่คลุกคลีกับคนมาเลย์ แต่ก็ต้องเคารพสิทธิของคนมาเลย์เค้า เพราะร้านอาหารในกลันตันจะต้องบอกชัดเจนว่า ร้านอาหารนี้ขายอาหารฮาลาลที่มุสลิมทานได้หรือไม่ฮาลาลที่มุสลิมทานไม่ได้ ถ้าเป็นร้านอาหารที่มีหมู มีเหล้า จะต้องเขียนห้ามเลยว่าคนมุสลิมห้ามเข้า และคนมุสลิมก็ไม่เข้าด้วย แต่ว่าถ้าเป็นร้านอาหารที่เป็นฮาลาลคือไม่มีเบียร์ ไม่มีหมู ร้านแบบนี้คนมุสลิมก็เข้าได้ คนจีนก็เข้าได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามวัตรปฏิบัติของมุสลิม โรงหนัง โรงละครไม่มี เพราะว่าพรรค PAS ที่เป็นรัฐบาลแห่งรัฐกลันตันประกาศให้รัฐกลันตันเป็น Islamic state คือรัฐอิสลามที่ไม่มีสิ่งที่เป็นโลกีย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรงหนัง โรงละคร บ่อนการพนัน บาร์เบียร์ (แต่บางครั้งคนจีนเค้าก็แอบมีนะ ขอกระซิบดังๆ)

ผู้ดำเนินรายการ   อย่างนี้ถ้าเกิดจะดูหนังก็ต้องไปต่างเมืองใช่ไหมค่ะ

กงสุลใหญ่ฯ      ไม่มีครับ เวลาจะไปดูหนังก็ต้องเข้ากรุงเทพ หรือไม่ก็ไปหาดใหญ่ หรือไม่ก็ไปกัวลาลัมเปอร์ หรือปีนังก็ได้

ผู้ดำเนินรายการ   แล้วอย่างนี้เวลาเลิกงานเค้าทำอะไรกันค่ะ

กงสุลใหญ่ฯ      กิน เล่นกีฬา ชีวิตที่นี้จึงไม่มีสิ่งบันเทิงใดๆ ทั้งสิ้น จนเพื่อนผมที่สถานเอกอัครราชทูตที่กัวลาลัมเปอร์ บอกว่าผมทำงานให้เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เพราะไม่มีเอ็นเตอร์เทนเมนท์อย่างอื่นเลย วันหยุดก็ทำงาน วันธรรมดาก็ทำงานเพราะไม่รู้จะทำอะไร

ผู้ดำเนินรายการ   แล้วคุณสุรพลปรับตัวอย่างไรครับ

กงสุลใหญ่ฯ  ก็ไม่ยาก ก็ทำใจว่าอย่างนี้ก็สบายดี ไม่ต้องสับสนในชีวิต ไม่ต้องไปดูหนัง ดูละคร ไม่ต้องไปเที่ยว

ผู้ดำเนินรายการ   แล้วคนในเมืองเค้าไม่เข้าอินเตอร์เนตความเร็วสูงกันเหรอครับ

กงสุลใหญ่ฯเค้ามีอินเตอร์เนตความเร็วสูงเหมือนของที่อื่น มีเว็บบล็อคปกติ แต่สิ่งหนึ่งเวลาพบก็คือว่า เมื่อไม่มีโรงหนัง ไม่มีโรงละคร ไม่มีentertainment complex เหล่านี้แล้ว คนกลันตันร้องเพลงเก่งมากเพราะคงฝึกร้องคาราโอเกะที่บ้านทุกวัน เวลามีงานพบปะสังสรรค์คนกลันตันจะร้องเพลงเก่งมาก เพราะไม่รู้จะไปไหนอยู่บ้านร้องเพลง

ผู้ดำเนินรายการ   อันนี้เป็นสาเหตุหนึ่งใช่ไหมค่ะ เวลาที่เรามีเทศกาลอะไรของไทยที่หาดใหญ่ ก็จะมีข่าวมาจากหาดใหญ่เลยนะค่ะว่า จะมีคนมาเลย์มาเยอะมากเลย นี้คือมาจากกลันตันใช่ไหมค่ะ

กงสุลใหญ่ฯผมถามคนมาเลเซียว่า มีอะไรของไทยบ้างที่คนมาเลเซียไม่ชอบ ไม่มีใครตอบได้เลย จึงดูเหมือนว่าทุกอย่างของไทยเค้าชอบหมดเลย หาดใหญ่เป็นเหมือนจุดรวมเพราะมีลักษณะเหมือนขาหยั่ง ซีกซ้ายเข้ามาจากปีนังผ่านสะเดา ซีกขวาเข้ามาจากโกตาบารูผ่านสุไหงโก-ลก เพราะฉะนั้นเวลามีเทศกาลงานต่างๆที่หาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งช่วงวันหยุดยาวในมาเลเซีย โรงแรมที่หาดใหญ่จะเต็ม ถ้าไม่มีเหตุระเบิดก่อน

ผู้ดำเนินรายการ   แล้วผู้คนที่อยู่ที่โกตาบารู ที่กลันตันเค้ามองเรื่องของเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราอย่างไรบ้างครับ

กงสุลใหญ่ฯ  ผมมาในปี 2550 เหตุการณ์ปล้นปืนเกิดปี 2547 ก่อนปี ผมมาปี 2550 ผมทราบว่า ก่อนปี 2547 คนในโกตาบารู ไม่ว่าจะเป็นคนมาเลย์หรือคนจีน ที่นี่เค้าหยุดงานวันศุกร์-เสาร์ เราทำงานวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี วันพฤหัสบดีเย็นเขาขับรถเข้าสุไหงโก-ลก ผู้หญิงไปทำผม เสริมสวย ช้อปปิ้ง ผู้ชายก็ไปกิน เที่ยว ดื่ม นวดแผนโบราณแผนปัจจุบัน บางคนก็เลยไปถึงหาดใหญ่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง แต่พอเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนปี 47 เค้าไม่กล้า เพราะมันมีระเบิด  ผมเห็นสุไหงโก-ลกแล้วรู้สึกสงสาร ถามโรงแรมว่ามีคนมาจองห้องพักกี่คน ก็ตอบว่าไม่มีคนมาจองห้องพักเลยคนงานก็จะถูกปลดออกเพราะโรงแรมไม่มีรายได้ ร้านอาหารก็ขายไม่ออก เพราะส่วนใหญ่รายได้มาจากมาเลเซีย ไม่ใช่จากคนไทยท้องถิ่น พอเห็นอย่างนี้เลยต้องหามาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับสุไหงโก-ลก นราธิวาส ปัตตานี ร่วมถึงหาดใหญ่ตามเส้นทางทางซีกตะวันออก ผมได้จัดตั้งกลุ่ม Friends of Thailand (FOT)  หรือกลุ่มเพื่อนประเทศไทยขึ้นมา ให้รวมตัวกันหลวมๆ เริ่มจากกลุ่มนักกอล์ฟประมาณ 400-500 คนมารวมกันก่อน โดยบอกว่าจะพาไปเที่ยวกรุงเทพ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องนอนสุไหงโก-ลกหนึ่งคืน นอนนราธิวาสหนึ่งคืน แล้วรุ่งขึ้นผมเช่าเครื่องบินมาหนึ่งลำ โดยที่เค้าเป็นคนออกตังค์เอง ผมเพียงนำไป เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาผมถามว่ามีอะไรไหม ก็ไม่เห็นมีไรเลย อากาศก็ดี อาหารก็อร่อย ไม่มีระเบิดมีอะไรอย่างที่คิด ไม่เห็นน่ากลัวอย่างที่เห็นในข่าวเลย หลังจากนั้นก็พานั่งเครื่องบินเข้ากรุงเทพไปเที่ยวที่ที่เค้าอยากจะไป ตรงไหนที่เค้าเข้าไม่ได้ผมก็พาไป กลับมาเค้าก็ประทับใจ 2-3 อาทิตย์ต่อมาโทรถามว่าทำอะไรอยู่ไหน เค้าตอบว่าอยู่สุไหงไปโก-ลก ไปซื้อข้าวมันไก่ ถามว่าตอนนี้ไม่กลัวแล้วเหรอ เค้าบอกว่าไม่กลัวแล้ว เพราะรู้ว่าไม่มีอะไร ทำมาสามครั้งตั้งปี 50 51 52 นำ FOT ไปประเทศไทย โดยใช้จุดล่อเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปีที่ 2 ไปเชียงใหม่-เชียงราย แต่ในช่วง high season ไม่ได้ไปนะ จะไปในช่วง  low season

ผู้ดำเนินรายการ   แล้วมันไม่มีจริงๆ หรือครับ หรือว่ามันมี

กงสุลใหญ่ฯ  มันมีครับ สมมติว่าคุณวารินทร์  ยิงปั้งที่นราธิวาส อ. รือเสาะ หมู่บ้านไหนก็ไม่รู้ แต่เวลาลงข่าวบอกว่ายิงคนไทยพุทธตายที่อ. รือเสาะ จ.นราธิวาส ก็จะถูกมองภาพเป็นทั้งจังหวัด ระเบิดตูมที่สุไหงปาดี ข่าวก็จะลงว่ามีระเบิดที่ จ.นราธิวาส ระเบิดตูมที่ตากใบ ระเบิดตูมที่สุไหงโก-ลก ก็จะมีข่าวว่าระเบิดที่นราธิวาส ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้เกิดระเบิดทุกวันทุกแห่ง ประชาชนในจังหวัดยังใช้ชีวิตปกติ เมื่อเค้าได้เห็นเค้าถึงกล้าไป ผมเลยถามเค้าว่านิวยอร์คมีความเสี่ยงไหม นั่ง Subway ในนิวยอรค์น่ากลัวไหม เค้าบอกน่ากลัวแล้วกล้าไปไหม อยากไปไหม เค้าบอกว่าอยากไป ถามว่าเพราะอะไรก็เพราะว่ามีความเชื่อมั่น วิธีคิดของผมคือจะต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นของเค้าให้เกิดขึ้นให้ได้ 2-3 ปีที่จัด FOT มาได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีครั้งหนึ่งได้คุยกับผู้ว่าฯและผู้การฯนราธิวาสขอให้ประกาศ safety zone ใน อ.สุไหง-โกลก เพื่อจะบอกว่า ถ้าใครมาในพื้นที่บริเวณนี้จะปลอดภัย สามารถเข้ามาเที่ยวมากินมาดื่มปกติ มาใช้โรงแรมพักผ่อนได้ ท่านผู้ว่าและผู้การได้กำหนดวันที่ 31 ธันวาคม 2550 เป็นวันประกาศ safety zone  วันที่ 30 ธันวาคม 50 ได้เกิดเหตุระเบิด 3 โรงแรม ก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีเพราะวันที่ 31 จะต้องประกาศ safety zone และประกาศ count down  ท่านผู้ว่า ท่านแม่ทัพบอกว่าจะต้องเดินต่อเพราะได้เชิญคนมากมายทั้งคนไทยและคนมาเลเซีย ในที่สุดก็จัด count down จัดการประกาศ safety zone ในวันที่ 31 ธันวาคม 50 มีคนมาร่วมประมาณ 20,000 คน ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน นั่นแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นทำให้คนกล้าไป จากการที่ฝ่ายข่าวและฝ่ายปฏิบัติการได้เรียนรู้ ปรับประสบการณ์ต่างๆ ก็ทำให้การดูแลพื้นที่ดีขึ้น ทำให้คนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ   กงสุลใหญ่ฯ ที่โกตาบารูเราทำหน้าที่อะไรบ้างที่นั่น มีคนไทยอยู่เยอะเหรอครับ

กงสุลใหญ่ฯ  ในเบื้องต้นอยากให้มองภาพรวมและงานหลัก ๆ ของสถานกงสุลใหญ่ก่อน โดยงานด้านแรกของสถานกงสุล ก็คือ งานด้านกงสุล เป็นการรับคำร้องทำ Passport งานออก VISA  ให้แก่คนต่างชาติ งานทะเบียนราษฎร์ งานนิติกรณ์และงานคุ้มครองดูแลและช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก หากพูดถึงคนไทยที่มีสัญชาติไทยในกลันตัน กับ ตรังกานู ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้หญิงที่มาแต่งงานกับคนมาเลเซียซึ่งมีไม่เกิน 300 คน แต่ประเด็นปัญหาคือ รัฐกลันตันกับนราธิวาสอยู่ติดกัน ฝั่งนราธิวาสเป็นคนมลายูสัญชาติไทย ฝั่งมาเลเซียคือคนมลายูสัญชาติมาเลเซีย ปัญหาคือคนไทยในนราธิวาสจะเดินทางไปกลับ โดยมาทำงานบ้าง มาเยี่ยมญาติบ้างโดยใช้ Boarder Pass ซึ่งเราจะไม่รู้จำนวนคนที่แน่นอน เคยคิดจะทำการสำรวจตรวจสอบแต่ไม่มีใครกล้ามาแสดงตัว เพราะบางคนทำงานไม่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย หรือ แอบทำบ้าง แต่เวลามีปัญหาก็จะมาขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุล ดังนั้นเราจึง Standby ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อช่วยเหลือคนเหล่านี้ เหมือนกับว่าถ้าอยู่สบายก็ต้องมาสถานกงสุลเมื่อมีปัญหาแล้วจึงมา ขณะเดียวกันก็มีคนมาเลเซียเชื้อสายไทยซึ่งเป็นคนที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยรัฐกลันตันเป็นของไทย คนเหล่านี้เข้ามาอยู่ที่นี่ พอเราคืนรัฐกลันตันให้แก่อังกฤษแล้วอังกฤษมอบให้มาเลเซียแล้วมาเลเซียเป็นเอกราช คนเหล่านี้ยังอยู่ในรัฐกลันตัน มีประมาณ 10,000 คน มีวัดไทย 20 วัด ซึ่งอยู่ในชุมชนคนเหล่านี้ แม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่มีสัญชาติไทยแต่มีเชื้อชาติไทย คนมาเลจะเรียกว่าคนเหล่านี้ว่า เสียม ซึ่งเราจะดูแลในส่วนที่เราสามารถดูแลได้

ผู้ดำเนินรายการแล้วคนเค้าพูดภาษาไทยกันหรือเปล่า

กงสุลใหญ่ฯคนเหล่านี้เค้าจะพูดภาษาไทยแบบภาษาไทยเจ๊ะเหเป็นภาษาไทยทางตากใบไม่ใช่ภาษาไทยแบบภาษากลาง เป็นภาษาไทยค่อนข้างจะโบราณ เช่น ถามว่าวันนี้นัดกันกี่โมง บอกว่านัดตี 3 เราก็ตกใจว่าทำไมนัดเช้าจัง ซึ่งจริง ๆ แล้วคือนัดกันตอนบ่าย 3 โมง แต่เค้าเรียกตี 3

ผู้ดำเนินรายการแล้วเวลาตี 3 ของจริงเรียกว่าอะไรครับ

กงสุลใหญ่ฯ  ถ้าตี 3 ก็จะเรียกว่า 3 โมงเช้า

ผู้ดำเนินรายการแล้วในความรู้สึกของเขาเหล่านั้นคิดว่าเป็นคนไทยหรือไม่

กงสุลใหญ่ฯเค้าเคารพรักในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในบ้านจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ  มีวัดของชุมชน มีการทำบุญใส่บาตร มีประเพณีเหมือนที่เมืองไทย เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาผมได้อัญเชิญกฐินพระราชทานมาทอดถวายที่วัดในกลันตันซึ่งถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์เพราะไม่เคยมีมาก่อน

ผู้ดำเนินรายการแล้วไม่ใช่ปัญหาอะไรใช่ไหมกับการที่เรามีชุมชนแบบนี้อยู่ใน Islamic State

กงสุลใหญ่ฯไม่มีครับเพราะว่ามาเลเซียเค้าพยายามประกาศให้เป็นสังคมพหุนิยม คือเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ หลากหลายในความเป็นหนึ่งเดียว ขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียพยายามเสนอเรื่อง Satu Malaysia คือ มาเลเซียเป็นหนึ่งเดียว แต่ในขณะเดียวกันเค้าบอกว่าแต่ละเชื้อชาติต้องคงความเป็นเอกลักษณ์ของเชื้อชาติของตนเองไว้ จะต้องไม่ถูกกลืน แต่นำความหลากหลายมารวมกันเป็นหนึ่ง

ผู้ดำเนินรายการแล้วเค้าเชื่อมด้วยอะไร และ อะไรเป็นค่านิยมของคนมาเลเซียครับ

กงสุลใหญ่ฯอันนี้เป็นประเด็นปัญหาว่าจะเชื่อมด้วยอะไร ยกตัวอย่างเช่นชาวจีน กับชาวมลายูถ้าเทียบเหมือนน้ำกับน้ำมัน แต่เค้าก็อยู่กันได้ เพราะคนจีนเหล่านี้ส่วนลึกก็ยังคิดว่าเค้าเป็นประชากรชั้น 2 ไม่ใช่ภูมิบุตร เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้จึงพยายามเรื่องมาเลเซียเป็นหนึ่ง เรื่องการศึกษาคนมาเลเซียที่เป็นภูมิบุตรก็จะได้รับสิทธิแตกต่างจากคนจีน สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องภายในของเค้าไม่อยากก้าวล่วง ในขณะเดียวกันคนมาเลย์เชื้อสายไทย เราก็ช่วยเท่าที่คิดว่าเหมาะสม เพราะจะต้องไม่ลืมว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนไทย แต่เค้าเป็นคนมาเลย์ที่มีเชื้อสายไทย เราจะต้องช่วยในสถานะที่พอเหมาะพอควร จะต้องไม่ช่วยให้เค้าเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลมาเลเซีย อันนี้คือวิธีคิด เราสามารถส่งเสริมการเรียนภาษาไทยได้ เพราะคนเหล่านี้จะมีส่วนช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทย วัด 17 วัดก็เปิดโรงเรียนสอนภาษาไทย

ผู้ดำเนินรายการ เมื่อสักครู่คือไทยเจ๊ะเห ใช่ไหมครับ

กงสุลใหญ่ฯ  เจ๊ะเหเป็นตำบลอยู่ทางตากใบคนที่นั่นจะพูดภาษาเจ๊ะเห ส่วนการเรียนภาษาไทยที่วัด เขาเรียนภาษาไทยภาคกลาง โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งสถานกงสุล และมูลนิธิพระวิเชียรโมฬี สถานกงสุลเคยนำเด็กที่เป็นอาสาสมัครสอนภาษาไทยตามวัดต่างๆ เหล่านี้มาอบรมทักษะการสอนภาษาไทยที่กรุงเทพ ที่โรงเรียนไกลกังวลหัวหิน และได้นำอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมมาติดตั้งตามวัดเพื่อให้สามารถเรียนทั้งภาษาไทย และอย่างอื่นจากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลมาเลเซียขอบคุณและส่งเสริมเพราะเห็นว่าเราช่วยคนไทยให้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น นี้เป็นประเด็นว่าถึงแม้ว่าเค้าไม่ใช่คนไทยแต่เค้ามีเชื้อไทย นี้เป็นงานด้านกงสุล งานต่อมาคือ งานส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย- มาเลเซียระดับพื้นที่ตามชายแดนที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐกลันตันกับนราธิวาส สิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องมาตลอดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของข้าราชการไทยในจังหวัดนราธิวาสและขาราชการมาเลเซียในรัฐกลันตัน ส่งเสริมประชาชนในจังหวัดนราธิวาสให้มีความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในรัฐกลันตัน เพราะว่าความสัมพันธ์ที่ดีทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีและถูกต้อง มันจะได้ไม่เกิดปัญหา เพราะตามแนวชายแดนมีทั้งโอกาสและปัญหา ทำอย่างไรเราจะก่อให้เกิดโอกาส ระงับยับยั้งไม่ให้เกิดปัญหา สิ่งนี้คือวิธีคิด ถ้าคนเป็นเพื่อนกันมีปัญหาก็คุยกันได้ แต่ถ้าไม่เป็นเพื่อนกัน ไม่รู้จักกัน ไม่สนิทสนมกัน อะไรนิดหน่อยก็เกิดความรู้สึกตะขิดตะขวงใจกัน เพราะฉะนั้นจึงนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นยุทธศาสตร์ในการทำงานด้วย

ด้านต่อมาเป็นงานส่งเสริมเศรษฐกิจ ผมมองเห็นว่าคนตามแนวชายแดนมีโอกาสมาก จะทำอย่างไรให้การค้าตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้นได้ ทำอย่างไรให้สินค้าไทยเข้ามาขายในฝั่งมาเลเซียเพิ่มขึ้นได้ ขณะเดียวกันก็พร้อมให้สินค้ามาเลเซียเข้ามาขายฝั่งไทยได้ เพราะเราถือว่ากินคนเดียวไม่มีความสุข ต้องกินร่วมกันถึงจะมีความสุข ต้องก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน ถ้าจะเอาสินค้าฝั่งไทยมาขายฝั่งกลันตันอย่างเดียว เดี๋ยวมาเลเซียจะต่อต้านเรา ฉะนั้นเราก็พร้อมเอาสินค้ามาเลเซียมาขายในไทยด้วยถ้าคนไทยชอบ แต่ก็อย่างที่เรียนไปว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของไทยที่คนมาเลเซียไม่ชอบ เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้สินค้าไทยเข้ามาในราคาที่เหมาะสม พอควร และเข้าถึงประชาชนทุกระดับ ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือแม้กระทั่งชาวบ้านร้านตลาดที่ขายอยู่ตามตลาด หรือผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย

เราได้ดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยการนำกลุ่ม  Friends of Thailand เยือนไทยโดยผ่านนราธิวาสเพื่อเป็นการบอกว่าจะเข้าไปกรุงเทพและจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยได้อย่างไร เมื่อก่อนเวลาเข้ากรุงเทพฯ คนจากโกตาบารูจะต้องนั่งเครื่องบินจากโกตาบารูไปที่กัวลาลัมเปอร์ จากกัวลาลัมเปอร์เข้ากรุงเทพอย่างน้อยค่าตั๋วหมื่นกว่าบาท หลังจากที่เราพาคณะ FOTไปขึ้นเครื่องบินที่นราธิวาสเข้ากรุงเทพฯ ทำให้ทราบว่ามีไฟลท์บินปกติ โดยปีแรกเราเช่าเครื่องบางกอกแอร์เวย์ แต่ปีที่สองเราไม่ได้เช่า แต่ใช้วิธีจองทุกที่นั่งของแอร์เอเซีย เพื่อให้เค้ารู้ว่ามีไฟลท์บินปกติ พอเค้ารู้ว่าว่ามีและราคาก็ถูก บินนราธิวาสไปกลับกรุงเทพฯ ประมาณ 4-5 พันกว่าบาท จึงมีเงินเหลือประมาณ 6 พันเมื่อเทียบกับเส้นทางทางกัวลัมเปอร์ ซึ่งสามารถเก็บไว้ซื้อของที่กรุงเทพได้ นี้ก็คือการส่งเสริมการท่องเที่ยว ปีที่สามเรานำไปให้รู้จักอีสาน เพราะคนที่นี่ไม่รู้เลยว่าอีสานคืออะไร พาไปนอนที่ปากช่องเค้าติดใจมาก ไปบุรีรัมย์ พิมาย อุบล เค้าบอกว่าไม่เคยรู้จักอีสานมาก่อนเลย พอกลับมาเค้าก็นำกลุ่มและคนของบริษัทเค้าไปเอง นี้เป็นเป็นเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวนะครับ

ลำดับต่อมาที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญคือ สถานกงสุลใหญ่ฯ  ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ที่ผมบอกว่าเป็นจุดที่สำคัญก็เพราะว่า ผมมีความคิดเสมอว่าปัญหาภาคใต้ แม้เราจะทุ่มแรงทุ่มใจแก้ปัญหามากมายใดก็ตาม ถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือจากกลันตันคงจบยาก เพราะว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุวางระเบิดที่ต่างๆ คนจำนวนมากมีความสงสัยว่า คนเหล่านั้นพอวางระเบิดเสร็จก็แอบเข้ามาหลบในกลันตัน อันนี้ไม่ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนนะ เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลมาเลเซียไม่ได้รู้จักหรือให้การสนับสนุนแต่อาจจะมีพรรคพวกเพื่อนฝูงส่วนบุคคลให้ความช่วยเหลือเข้ามา ถ้าหากว่าเราไม่ได้รับความเอาใจใส่หรือเอาใจช่วยจากรัฐกลันตัน ปัญหาบ้านเราจบยาก ด้วยเหตุนี้ผมจึงสร้างงานขึ้นมาจะทำอย่างไร อันดับแรกคือ การทำงานเพื่อให้ชนะจิตใจของคนชนชั้นต่างๆ ของรัฐกลันตัน ไม่ว่าจะเป็นสุลต่านซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดเหมือนสถาบันพระมหากษัตริย์บ้านเราหรือรัฐบาลแห่งรัฐ ข้าราชการท้องถิ่นในระดับต่างๆ ข้าราชการจากส่วนกลางไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ตม. เราต้องทำงานเพื่อให้ได้จิตได้ใจคนเรานี้ เพื่อให้เค้าเป็นเพื่อนเรา ให้การสนับสนุนเรา นอกจากนั้นยังมีประชาชนในพื้นที่ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ ประชาชนมาเลย์ภูมิบุตร คนจีน และชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยที่เราต้องทำงานเพื่อให้ได้จิตได้ใจ

ต่อมาคืองานเสริมสร้างและฟื้นฟูความเชื่อมั่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างที่เรียนว่าเค้าไม่มีความเชื่อมั่นที่จะเดินทางเข้าไทย  แม้แต่น้องข้าราชการพันธุ์ใหม่ที่มาฝึกงานที่สถานกงสุลเขาก็ไม่ค่อยมั่นใจที่จะเข้าไปนราธิวาส ปัตตานี แต่พอเข้าไปเห็นแล้วเค้าก็บอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่จุดตรวจ ก็เห็นเป็นปกติไม่มีอะไร กลับมาอาการก็ครบ 32 ดี  นี่เป็นตัวอย่างของการฟื้นฟูแล้วก็เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้คนในกลันตันให้เค้ากล้าเดินทางเข้าไป ไม่งั้นเราจะอยู่ลำบากไม่ได้ เพราะสุไหงโก-ลก อยู่ได้เพราะการเดินทางเข้าไปสนับสนุนของคนเหล่านี้

ต่อมาคือการเสริมสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อบทบาทของทางการไทยที่ดำเนินการแก้ปัญหาของทางภาคใต้ ก็คือว่าคนอย่างผู้นำทางศาสนาของรัฐกลันตัน ตอนผมมาใหม่ๆ เค้าโจมตีว่ารัฐบาลไทย กดขี่ข่มเหงพี่น้องมุสลิมใน 3 จังหวัด เค้ามีทัศนคติเชิงลบ ดังนั้นเราก็ต้องเข้าไปพบปะพูดคุย ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง พาเข้าไปดู พาผู้ใหญ่ของเรามาจับมือเค้าให้อุ่น พอทำแบบนี้ก็ทำให้เกิดทัศนคติเชิงบวกมากขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือกลุ่มเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะน้องๆนักศึกษาที่เรียนตามมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและมาเลเซีย นักศึกษาเหล่านี้อยู่ตามอำเภอ หมู่บ้านต่างๆ ที่มีปัญหา ผมรับมาฝึกงานที่ สถานกงสุลใหญ่ฯ เพื่อมานั่งพูดคุยสร้างกรอบแนวความคิด ทัศคติที่ดีต่อปัญหาบ้านเมือง เพราะคนเหล่านี้คืออนาคตของภาคใต้ แล้วก็ให้เห็นว่าข้าราชการทำอะไรเพื่อประโยชน์ของพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงน้องนักศึกษาที่เป็นชาวมุสลิมที่เป็นคนมาเลเซียเองจะได้สร้างเครือข่ายของความเป็นเพื่อน ปีนี้นอกจากรับนักศึกษาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาตใต้ก็รับนักศึกษาจากส่วนกลางจากจุฬาและธรรมศาสตร์ มีมาจากธรรมศาสตร์คนหนึ่งเป็นคนภาคเหนือซึ่งทำให้นักศึกษาในชายแดนภาคใต้ที่เป็นชาวมุสลิมได้มีเพื่อนทางภาคเหนือของประเทศไทย เค้ามาฝึกงานที่ สถานกงสุลใหญ่ฯ คุยกันเป็นเพื่อนกันนี้คือการสร้าง Peoples’ Network สร้างเครือข่ายมนุษย์ขึ้นมา น้องนักศึกษาที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เค้าพูดภาษายาวีได้ ที่มาจากภาคเหนือภาคกลางก็พูดภาษาไทยกันได้ มาฝึกงานด้วยกันคลุกคลีด้วยกันเค้าก็เป็นเพื่อนกัน

ผู้ดำเนินรายการ  คนกลันตันเข้าใจภาษาไทยไหมครับ

กงสุลใหญ่ฯ   มีจำนวนมากที่เข้าใจภาษาไทย อยากจะบอกว่า คนกลันตันรู้จักประเทศไทยดีมาก ผมจะกินข้าวร้านไหนอร่อยในหาดใหญ่ต้องถามคนกลันตัน จะไปกินข้าวร้านไหนที่สุไหงโกลกดีต้องถามคนกลันตัน จะไปตรอกไหนซอกไหนที่หาดใหญ่ต้องถามคนกลันตัน

ผู้ดำเนินรายการ   ท่านกงสุลใหญ่ค่ะจากแนวทางที่ท่านได้กล่าวมาเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้หลังจากที่เราได้ทำอย่างนี้ไป ผลตอบรับจากคนในกลันตันเองเป็นอย่างไรบ้างค่ะ เพราะว่าล่าสุดเหมือนได้ยินข่าวมาว่ามีร้านอาหารไทยที่อยู่ในมาเลเซียที่ชื่อว่า ร้านต้มยำ ที่สงสัยว่าจะให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในประเทศไทย

กงสุลใหญ่ฯ    อันนี้จะไปโทษร้านต้มยำทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะร้านต้มยำมีเยอะมากโดยเฉพาะในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไม่รู้กี่พันร้าน เป็นร้านเล็กๆ เค้ามีสมาคมต้มยำ บางร้านอาจจะมีส่วนเกี่ยวพันในการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ส่วนใหญ่เค้าไม่รู้เรื่องด้วย เค้าบอกว่า เค้าต้องการทำมาหากินเพื่อส่งเงินไปช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเค้าทางภาคใต้ การออกข่าวแบบนี้มันเป็นทั้งบวกและลบ จะทำร้ายคนที่เค้าทำดีและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันก็คงเป็นการปรามคนที่กำลังให้การสนับสนุนอยู่ซึ่งก็เท่ากับเป็นการบอกให้เค้ารู้ว่า เรารู้ว่าคุณทำ เค้าก็ไปทำอย่างอื่น การออกข่าวลักษณะนี้ไม่รู้ด้วยจุดประสงค์อันใดซึ่งมันมีทั้งผลบวกผลลบถ้ารู้ก็ควรไปทำงานเชิงลึกมากกว่าการออกข่าวแบบนี้

ผู้ดำเนินรายการ   ร้านต้มยำเป็นคนไทยหมดเลยใช่ไหมค่ะ

กงสุลใหญ่ฯ    เป็นคนทางภาคใต้มาเปิดร้าน เพราะคำว่าต้มยำคนมาเลย์ชอบมาก แต่ในขณะเดียวกัน เค้าอยากกินต้มยำที่เป็นรสต้มยำไทยจริงๆ เพราะเวลาเข้ามาในมาเลย์รสชาติมันจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย จะผสมกับรสชาติของมาเลย์ ไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรดี มันเป็นรสชาติมาเลย์ไม่ใช่รสชาติแบบไทย เพราะฉนั้นเวลาผมจัดงาน Thai Festival และ Food Festival ร้านขายต้มยำเราขายดีมากเพราะนี้คือ Real Thai taste เป็นรสชาติของไทยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำข้นหรือน้ำใส คือรสชาติแบบไทยซึ่งคนมาเลย์ที่นี่ชอบทานมาก บางครั้งผมเชิญผู้กำกับสถานีตำรวจของรัฐกลันตันมาทานที่บ้าน เค้าชอบใจมากบอกว่าเป็นรสชาติต้มยำที่อร่อยที่สุดเท่าที่เค้ากินมาในชีวิต เพราะรสชาติแบบนี้ไปหากินที่ร้านต้มยำในมาเลย์ไม่ได้

ผู้ดำเนินรายการท่านครับผมว่าประเด็นความเชื่อมั่นมันสำคัญ เพราะว่าไม่ใช่แต่จะพาคนกลันตันมาเที่ยวใน 3 จังหวัดภาคใต้ หาดใหญ่ สุไหงโก-ลก คนในกรุงเทพเองพอได้ยินชื่อ 3 จังหวัดนี้ก็ผวาเหมือนกัน อย่างที่บอกว่าข้าราชการสายพันธุ์ใหม่ก็ผวาไปด้วย เราจะทำอย่างไรกันดีล่ะครับ เพราะในเมื่อข่าวที่ออกไปเราก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจง และข่าวมันมีผลลัพธ์เชิงลบมากกว่าเชิงบวก และหลังๆ ก็เหตุโจมตีในสาธารณะในบางที่

กงสุลใหญ่ฯ    เราต้องช่วยกันทำ อย่างผม ถ้าใครจะมาเป็นแขกผมที่โกตาบารูถ้าไม่ผ่านนราธิวาสแล้วผมไม่รับเป็นไฟท์บังคับ

ผู้ดำเนินรายการ  แล้วก็ให้ท่านซื้อประกันให้ด้วยหรือเปล่าครับ

กงสุลใหญ่ฯ    ไม่ต้องครับ  จะได้เห็นว่านราธิวาสเป็นปกติ สมัยท่านผู้ว่าฯ การัณย์อยู่ ผมบอกท่านผู้ว่าฯ การัณย์ว่าจากสนามบินนราธิวาสไปสุไหงโก-ลก ถนน 4 สี่เลนห้ามมีระเบิดเด็ดขาด เส้นอื่นมีได้เส้นนี้ห้ามมี เพราะผมต้องการโปรโมทสนามบินนราธิวาสให้คนมากันเยอะๆ

ผู้ดำเนินรายการ  แล้วลึกๆ ท่านไม่กลัวบ้างเหรอครับ ว่าถ้ามีพลาดขึ้นมาท่านจะทำยังไงครับ

กงสุลใหญ่ฯ  ก็ผมเข้าไปบ่อยมาก เข้าไปประชุม เข้าไปพบปะนักธุรกิจ พบปะกลุ่มต่างๆ เปรียบเทียบง่ายๆ เวลาเรามองภาพกรุงเทพตอนที่มีการชุมนุมเสื้อแดง คนก็บอกว่ากรุงเทพน่ากลัว แล้วถามว่าพวกเราอยู่กรุงเทพได้ไหม เหมือนกันครับหรือเรามองไปที่อิรัก มีระเบิดตาย 20 คน 30 คนทำไมเค้าอยู่ได้ นั่นคือข่าวครับ เวลาคนอ่านข่าวแล้วน่ากลัวไปหมด แต่เค้าไปดูจริงๆ อยู่ได้ แล้วคนนราธิวาสก็ยังอยู่เป็นปกติสุข เอาอย่างนี้แล้วกัน อย่าว่าแต่คนนอกพื้นที่เลย มีอยู่รายหนึ่งสามีอยู่สุไหงโก-ลก ภรรยาอยู่ปัตตานี ก็เกี่ยงกันว่าให้ภรรยามาหาที่สุไหงโก-ลกเพราะว่าปัตตานีอันตราย ภรรยาก็บอกว่าสุไหงโก-ลกอันตรายให้สามีขึ้นไปหาที่ปัตตานี นี่ขนาดในพื้นที่นะครับ คนที่สุไหงโก-ลกก็บอกว่าที่ปัตตานีน่ากลัวกว่า ขณะเดียวกันคนที่ปัตตานีก็บอกว่าที่สุไหงโก-ลกน่ากลัวกว่า

ผู้ดำเนินรายการ  ท่านเลยจับทั้งคู่ไปอยู่กลันตันเลยใช่ไหมครับ มาอยู่โกตาบารูเลยใช่ไหมครับ

กงสุลใหญ่ฯ    ผมก็ไปทั้งสุไหงโก-ลกทั้งปัตตานีจับสองคนมาเจอกัน ให้มาเจอกันทั้งสองแห่งผลัดกันไปหาคนละอาทิตย์ ผมเรียนผู้การปัตตานีให้ดูแลสองคนนี้ด้วย นี้คือตัวอย่างของ Perception ของความกลัว ผมบอกอยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าคนไทยไม่กล้าเดินทางมา 3 จังหวัดนี้ เท่ากับเราทิ้งแผ่นดินผืนนี้ไปแล้วแล้วเราจะส่งทหาร ตำรวจมารักษาแผ่นดินพื้นนี้ไว้เพื่ออะไร นี้คือคำถามผม สักวันหนึ่งผมจะต้องตาย แต่ไม่รู้เมื่อไร เมื่อมันจะตายก็ต้องตาย ผมไม่ตายที่นี่ก็ต้องตายที่อื่น มีตัวอย่างหนึ่ง ครอบครัวหนึ่งที่จังหวัดยะลากลัวจะต้องเกิดเหตุอันตราย ได้อพยพจากจังหวัดยะลาไปทำมาหากินที่อื่น ไปทำรีสอรท์ที่เขาหลัก จ.พังงา ในที่สุดเจอสึนามิตายทั้งครอบครัวไม่ได้ตายที่ยะลา แต่ไปตายที่เขาหลัก

ผู้ดำเนินรายการ  ถ้าคนเราถ้ามันถึงที่ อยู่ที่ไหนก็ตาย

กงสุลใหญ่ฯ       เพราะฉะนั้นเราทำดีไว้เถอะ พร้อมที่จะตายวันนี้ก็ได้ถ้าเราทำดี มันไม่ตายวันนี้ก็ต้องตายพรุ่งนี้

ผู้ดำเนินรายการ  ทิ้งท้ายได้อย่างสวยงามครับ ขอบพระคุณมากครับ

กงสุลใหญ่ฯ        ขอบคุณครับ  


                                                                 23 มิถุนายน 2553
 

พิมพ์
Share Retweet
ย้อนกลับ
หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ติดต่อเรา | เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง | เข้าสู่ระบบ
Copyright © 2009 East Asia Watch. All rights reserved.